
คิดใหญ่แบบ...“สรพจน์ เตชะไกรศรี”
ตั้งแต่ประกาศเปิดตัวบิ๊กโปรเจกต์ “มหานคร” คอนโดมิเนียมหรู ราคาขาย 23 แสนบาท/ตารางเมตร (ตร.ม.) ในนามบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น
โดย...สุกัญยา สินถิวศักดิ์
ตั้งแต่ประกาศเปิดตัวบิ๊กโปรเจกต์ “มหานคร” คอนโดมิเนียมหรู ราคาขาย 23 แสนบาท/ตารางเมตร (ตร.ม.) ในนามบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น พร้อมกับประกาศให้โครงการดังกล่าวเป็นแลนด์มาร์กของกรุงเทพฯ ในปี 2553 “สรพจน์ เตชะไกรศรี” ซีอีโอหนุ่มไฟแรง ก็ถูกจับตามองจากคนทั้งวงการอสังหาริมทรัพย์ ในฐานะผู้ประกอบการหน้าใหม่อายุน้อยที่อาจหาญทำโครงการใหญ่ยักษ์บนพื้นที่ 9 ไร่ บริเวณใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสช่องนนทรี เป็นที่ดินเช่า 30 ปี ต่อระยะเวลา 30+30 ปี
โครงการดังกล่าว ออกแบบให้เป็นอาคารความสูง 310 เมตร จำนวน 77 ชั้น ทำลายสถิติอาคารใบหยก 2 ที่มีความสูง 304 เมตร มีพื้นที่พัฒนารวม 1.5 แสนตร.ม. แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 190 ยูนิต ภายใต้ชื่อ “เดอะ ริทซ์คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส กรุงเทพฯ” ซึ่งเป็นแบรนด์ที่อยู่อาศัยระดับโลก ที่เป็นที่ยอมรับในตลาดไฮเอนด์ ราคาเริ่มต้น 2.5 แสนบาท/ตร.ม. และยังมีโรงแรมจำนวน 150 ห้อง ภายใต้แบรนด์ “บางกอก เอดิชั่น” ซึ่งเป็นแบรนด์โรงแรมใหม่ในเครือแมริออท และพื้นที่ค้าปลีกขนาด 1 หมื่นตร.ม.
โครงการมหานครมีดีไซน์แปลกใหม่ที่มีสถาปนิกชื่อดังระดับโลก “โอเล เชียเรน” ผู้เป็นหุ้นส่วนจากบริษัท Office for Metropolitan Architecture ร่วมออกแบบ โดยห้องชุดที่แพงที่สุดที่ขายไปแล้วในปัจจุบัน เป็นห้องเพนต์เฮาส์ ขนาด 1,500 ตร.ม. มูลค่ากว่า 480 ล้านบาท ซึ่งเศรษฐีชาวตะวันออกกลางเป็นผู้ซื้อไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
สรพจน์ เอ่ยถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์โครงการระดับบิ๊กโปรเจกต์ “มหานคร” ว่า เริ่มจากความต้องการพัฒนาโครงการใหญ่สักโครงการหนึ่งให้เป็นมากกว่าที่พักอาศัยระดับซูเปอร์ลักชัวรี นั่นคือ เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่สูงที่สุด สร้างสีสันให้กรุงเทพฯ มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น ด้วยดีไซน์โดดเด่นล้ำสมัย รวมถึงยังต้องการให้เพซ ดีเวลลอปเมนท์ มีความโดดเด่นในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ได้รับความน่าเชื่อถือและสามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรีของผู้ซื้อได้
“ผมเชื่อว่าการมีจุดมุ่งหมายและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและชัดเจนเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะการทำงานจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทีมงานทุกคนสามารถสร้างผลงานให้เกิดขึ้นจริงได้ และเราสามารถบรรลุในสิ่งที่ต้องการ แม้จะมีอุปสรรคทั้งปัจจัยภายในอย่างปัญหาที่เกิดจากคนทำงาน หรือปัจจัยภายนอกจากการเมือง เศรษฐกิจ ก็ตาม ผมเชื่อว่าถ้าคุณมีภาพใหญ่ในใจแล้วก็จะประสบความสำเร็จได้” สรพจน์ แชร์ไอเดีย
นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจ และเป็นคำตอบให้กับคำถามที่ว่า ทำไมคนรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการน้องใหม่ ถึงต้องคิดใหญ่ และเมื่อคิดใหญ่แล้ว ก็ต้องขายให้ใหญ่ด้วย จึงมีแนวคิดนำโครงการไปโรดโชว์ต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง และล่าสุด ตะวันออกกลาง ซึ่งนักลงทุนในตะวันออกกลางมีความคุ้นเคยและเชื่อมั่นในแบรนด์ เดอะ ริทซ์คาร์ลตันมาก ทั้งด้านมาตรฐานการก่อสร้าง การตกแต่ง การให้บริการ และการบำรุงรักษาหลังการขาย และการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ทำให้นักลงทุนชาวต่างชาติสนใจลงทุนในโครงการระดับไฮเอนด์ในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น
นับจากที่เปิดตัวโครงการมหานคร ซีอีโอรุ่นใหม่ต้องเจอกับอุปสรรคมากมาย ทั้งเรื่องการขาย การขออนุญาตก่อสร้าง แต่ท้ายที่สุดก็ผ่านมาได้ สรพจน์ กล่าวว่า หลักในการผ่านอุปสรรคอยู่ที่การไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาอะไรก็ตามต้องมีสติ พร้อมรับมือกับทุกเหตุการณ์ที่จะเข้ามา แล้วต้องใจเย็น ค่อยๆ แก้ไขปัญหาไปทีละจุด
“เรื่องกำลังใจก็เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นผมจะคอยให้กำลังใจตัวเองและทีมงานอยู่เสมอ ถ้าถึงที่สุดแล้ว ก็ต้องรู้จักปล่อยวางหากเราได้ทำเต็มที่แล้ว นอกจากนี้อาจจะมีไปทำบุญและสวดมนต์บ้าง พยายามไม่ให้เครียด” ซีอีโอแห่งค่ายเพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น กล่าว
นอกจากแรงบันดาลใจในการทำโครงการใหญ่แล้ว สรพจน์ ยังพูดถึงแรงบันดาลใจในการทำงานว่า หากต้องการทำสิ่งใดให้สำเร็จต้องมีความเชื่อมั่นและตั้งใจจริง ใครก็ตามที่มี 2 สิ่งนี้ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ โดยส่วนตัว มีสไตล์การทำงานแบบเป็นทีม และให้ความสำคัญค่อนข้างสูงในทุกรายละเอียด ไม่เน้นปริมาณ แต่จะเน้นที่คุณภาพเป็นหลัก เพื่อให้ผู้ซื้อประทับใจ เมื่อผู้ซื้อประทับใจ ทีมที่พัฒนาก็ภูมิใจไปด้วย
จนมาวันนี้ อาจกล่าวได้ว่าโครงการมหานคร มีความคืบหน้าทั้งในด้านงานก่อสร้าง และมียอดขายกว่า 55 ยูนิตแล้ว ซึ่ง ซีอีโอ เจ้าของบิ๊กโปรเจกต์ “มหานคร” กล่าวทิ้งท้ายว่า ณ วันนี้ ค่อนข้างพอใจและภูมิใจกับโครงการนี้ แต่ก็ยังคงต้องทำงานอย่างเต็มที่ต่อไป เพราะโครงการยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง อยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาผลงานให้ดี มีคุณภาพ







