posttoday

In My Bag

05 กรกฎาคม 2556

กลอยตา ณ ถลาง อายุ 46 ปี ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและสิ่งแวดล้อม บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย)

โดย...เรือนแก้ว บำรุง – สัมภาษณ์/เรียบเรียง

กลอยตา ณ ถลาง อายุ 46 ปี

ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและสิ่งแวดล้อม บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย)

ตำแหน่งชั่วคราว Communications Director, Corporate Functions, Tetra Pak International S.A.

ปัจจุบันอยู่ที่ : โลซานน์ สวิตเซอร์แลนด์ / เม.ย.ต.ค. 2556

แหล่งซื้ออาหาร : แหล่งที่ซื้ออาหารประจำมี 2 แห่ง คือ ซูเปอร์มาร์เก็ตหลักของสวิส Migros และ Coop อยู่ใกล้บ้านทั้งคู่ แต่จะเดินไป Migros เพราะอยู่ใกล้กว่า และสาขานี้ขนาดใหญ่กว่า Coop ในบริเวณใกล้เคียงกัน หากจะซื้อของจำนวนมากเช่นวันนี้ จะไป Migros นอกจากซูเปอร์มาร์เก็ตทั้งสองแห่งนี้

ถ้าไปตลาดในเมืองก็จะขึ้นรถเมล์หรือรถไฟ ชอบไปเดินตลาดสดเช้าวันเสาร์ ที่เกษตรกรจะนำผลิตผลมาขายกันเอง เช่น ที่โลซานน์ ที่เบิร์น (เมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์) ตลาดนัดขนาดค่อนข้างใหญ่ ของขายหลากหลายมาก ชอบเดินตลาดแบบนี้เพราะได้เห็นวิถีการใช้ชีวิตของชาวสวิส สังเกตว่าของที่นำมาขายจะเป็นของผลิตเอง สด ใหม่ มีสีสันน่าสนใจ ไม่ว่าผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ เนยแข็ง ขนมปัง พืชสวนครัว ไม้ประดับ ดอกไม้ อาหารปรุงสำเร็จ ฯลฯ

เคยลองเปรียบเทียบราคาผลิตภัณฑ์ บางอย่างถูกกว่าในซูเปอร์มาร์เก็ต บางอย่างแพงกว่า เท่าที่เจอมายังไม่ตายตัว อย่างเช้าวันนี้ไปตลาดเวอเว่ย์มา ไม่ได้ซื้ออะไรมาก เพราะมีธุระช่วงบ่ายต่อ เห็นเลม่อนลูกละ 0.50 ฟรังก์ ไม่ได้ซื้อ เพราะไม่สามารถแบกได้ ต้องกลับมาซื้อลูกละ 0.75 ฟรังก์ที่ Migros ตอนเย็นแทน

ปกติเป็นคนกินอาหารง่ายๆ รสไม่จัด ในตู้เย็นจะมีไข่ ผักเป็นหลัก ทำแกงจืด ผัดผัก ไข่เจียว หมูทอด ไก่ทอด หรือทำข้าวต้มเครื่องง่ายๆ นานๆ ครั้งจะแวะไปซูเปอร์มาร์เก็ตเอเชีย มีชาวเวียดนามเป็นเจ้าของ เพื่อซื้อวัตถุดิบที่จะมาทำอาหารไทย เช่น ไข่พะโล้ สุกี้ ก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ

ตอนอยู่เมืองไทย ชีวิตรีบเร่ง อาหารเช้าจะทำแค่แซนด์วิชให้สามีและตัวเองเป็นส่วนใหญ่ เสาร์อาทิตย์จะทำอาหารฝรั่งมากกว่าอาหารไทย เพราะอาหารฝรั่งทำง่ายไม่ซับซ้อน พอมาอยู่ที่นี่มีเวลามากขึ้น เดินทางไปทำงานใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ทำให้มีเวลาช่วงเช้ามากขึ้น ตอนเช้าจึงกินข้าวเป็นหลัก กลางวันกินอาหารที่ทำงาน ตอนเย็นกินอะไรเบาๆ สลัดบ้าง ไข่ต้มกับมะเขือเทศบ้าง ผัดผัก หรือโยเกิร์ต

วันเสาร์อาทิตย์ มีเวลาได้ลองทำอาหารที่ไม่เคยทำที่เมืองไทย เช่น ข้าวมันไก่ ไปซื้อน้ำจิ้มจากร้านเอเชียแล้วก็มาต้มไก่ทำกินเอง ค่าครองชีพที่นี่สูง ราคาอาหารสด แห้ง และอาหารสำเร็จรูปจึงสูงตาม เวลาซื้อของครั้งใหญ่ๆ สองสัปดาห์/ครั้ง ใช้เงินประมาณ 5060 ฟรังก์ ระหว่างนั้นจะซื้อของที่หมด ครั้งละไม่ถึง 10 ฟรังก์ ค่าอาหารกลางวันที่ทำงานวันละ 12 ฟรังก์ แต่ถ้าออกไปธุระข้างนอก มื้อกลางวันจะประมาณ 20 ฟรังก์ ซึ่งเป็นราคาทั่วไปของที่นี่

การเลือกซื้ออาหาร ถุง ผลิตภัณฑ์ : กระเป๋าพับได้ในรูปคือกระเป๋าที่ใช้จ่ายตลาดประจำ น้องๆ ในทีมที่เมืองไทยให้ก่อนมา มีประโยชน์มาก ขนาดกะทัดรัด พกง่าย กางออกมาขนาดใหญ่ ใส่ของได้มาก (จนลืมตัวว่าเดินถือของกลับบ้านเอง ไม่ได้ใช้รถเหมือนอยู่เมืองไทย ซื้อจนแบกหลังแอ่นทุกที) ปกติจะพับติดตัว แต่วันนี้จ่ายของที่ Migros จะเอาใส่บรรจุภัณฑ์คัดแยกที่บ้านไปทิ้ง

ที่ Migros มีจุดทิ้งขวดพลาสติกและกระป๋องอะลูมิเนียม กล่องเครื่องดื่มจะเอาไปส่งที่ทำงาน เพราะเราเป็นบริษัทผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องเครื่องดื่ม มีการรณรงค์ให้นำกล่องเครื่องดื่มไปรีไซเคิล ที่ทำงานจะมีจุดรับกล่องทั้งจากการบริโภคในที่ทำงาน จะนำมาจากบ้านก็ได้ โดยทั่วไปกล่องเครื่องดื่มที่นี่จะมีถังให้ทิ้งรวมกันกับกระดาษทั่วไป แต่ได้ทราบมาว่าอีกไม่นานนี้จะมีการวางถังแยกสำหรับทิ้งกล่องเครื่องดื่มอย่างเดียวไว้ตามจุดรับแยกขยะในที่สาธารณะ

เวลาซื้ออาหารจะดูคุณภาพ เช่น ซื้อเนื้อสัตว์ที่นี่ (ที่สวิสให้ความสำคัญกับคุณภาพของเนื้อสัตว์เป็นอย่างมาก) จะเลือกเกรดดีๆ เป็นคนกินปริมาณไม่เยอะ จึงเน้นคุณภาพ กินสิ่งที่มีประโยชน์กับตัวเองมากกว่า ไม่ค่อยได้ใส่ใจกับการลดราคาหรือโปรโมชั่นเท่าไหร่นัก (เพราะบางทีของลดราคาอาจจะเริ่มหมดอายุหรือคุณภาพลดลง) พยายามเลือกซื้อของที่ผลิตในท้องถิ่น (ในซูเปอร์มาร์เก็ตจะมีป้ายบอก) เพื่อลดค่าใช้จ่ายและพลังงานในการขนส่ง ช่วยดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมและช่วยเกษตรกรในพื้นที่

ในถุงกับข้าววันนี้ : อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์คนเดียว ส่วนใหญ่จะทำอาหารกินเอง มีผักหลายอย่าง เก็บไว้ผัด ไว้แกง ไว้ทำก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ แล้วแต่จะนึกออก มาเจอเต้าหู้ที่นี่รู้สึกดีใจมาก เพราะชอบกินเต้าหู้ นมกล่องไว้ใส่กาแฟตอนเช้า น้ำส้มกล่องติดตู้เย็นไว้ดื่มสลับกับน้ำเปล่าบ้าง เลม่อนไว้คั้นน้ำดื่มกับน้ำอุ่นหลังตื่นนอน อ่านเจอมาว่าน้ำอุ่นผสมมะนาวตอนเช้าจะช่วยให้เริ่มต้นวันอย่างสดชื่น ดีต่อสุขภาพ ตอนอยู่เมืองไทยใช้มะนาว (Lime) ที่นี่มะนาวหายากและราคาสูงกว่าเลม่อน จึงซื้อเลม่อนแทน

วันนี้ซื้อไก่บดอย่างเดียว เพราะยังมีเนื้ออกไก่และเนื้อวัวในตู้แช่แข็ง เนื้อไก่บดจะเอามาทำวุ้นเส้นต้มยำ หมูสับหรือหมูบดที่นี่หายาก มีเนื้อวัวบดมากกว่าเนื้อหมูบด วุ้นเส้นซื้อมาจากร้านเอเชีย ถั่วจะลองเอามาบดใส่ต้มยำ เรียกต้มยำไปโก้ๆ แต่เป็นคนกินเผ็ดระดับอนุบาล จึงไม่ได้ซื้อพริก คงใช้น้ำพริกเผา (ซึ่งไม่เผ็ดอีกนั่นแหละ) ที่สามีเอามาให้จากเมืองไทยเมื่อคราวที่มาเยี่ยม

บะหมี่สำเร็จรูปซื้อมาติดครัว ยามนึกไม่ออกว่าจะทำอะไรกิน เอามาผัดใส่ผักและไก่ ห่อหนึ่งสามารถแบ่งทำได้ 2 มื้อ ซื้อทิรามิสุเพราะเป็นคนชอบกินของหวาน พยายามไม่กินมากเกินควร เจอโยเกิร์ตถ้วยเล็ก (ที่จริงเป็นของเด็ก) เลยซื้อติดมือมาด้วย

สำหรับน้ำดื่มที่เห็น ถึงน้ำก๊อกที่นี่จะใช้ดื่มได้ แต่ยังสะดวกใจที่จะดื่มน้ำจากขวดมากกว่า

(หมายเหตุ 1 ฟรังก์สวิสประมาณ 30 บาท)

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?