
ลองลิ้มชิมอาหารมะกัน
เนื่องในโอกาสครบรอบ 180 ปี ความสัมพันธ์ไทยอเมริกัน รวมทั้งในโอกาสวันชาติอเมริกา (4 ก.ค.ของทุกปี)
โดย...ศิศิรากร อัครัช / ภาพ ปณิตัส
เนื่องในโอกาสครบรอบ 180 ปี ความสัมพันธ์ไทยอเมริกัน รวมทั้งในโอกาสวันชาติอเมริกา (4 ก.ค.ของทุกปี) ท่านเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย คริสตี้ เอ. เคนนี่ย์ ก็เลยเปิดบ้านเลี้ยงอาหารกลางวันสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติ
ก่อนจะนำสื่อมวลชนสู่โต๊ะอาหาร นอกจากคริสตี้จะประกาศว่า เดี๋ยวนี้ขอวีซ่าไปเที่ยวอเมริกานั้นง่ายนิดเดียวแล้ว (ดูข้อมูลได้ที่ bangkok.usembassy.gov) ยังบอกเป็นนัยๆ ว่า ประเทศของเธอไม่ได้เป็นฟาสต์ฟู้ดเนชั่นซะหน่อย แต่มีอาหารขึ้นชื่อมากมาย ตั้งแต่เหนือจรดใต้ แตกต่างไปตามวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ และวัตถุดิบของแต่ละท้องถิ่น มื้อกลางวันนี้จะเป็น “ตัวแทน” บางส่วนของอาหารอเมริกันรสเด็ดที่น่าลิ้มลองกัน
ไปถึงโต๊ะอาหาร “แมรี่แลนด์ แครบเค้ก” (Maryland Crab Cake) ก็วางรออยู่บนโต๊ะ ชื่อก็บอกแล้วว่าต้นกำเนิดมาจากรัฐแมรี่แลนด์แน่ๆ และที่แน่นอนอีกอย่าง จานนี้มีเนื้อปูเป็นส่วนผสมหลัก บวกด้วยขนมปังป่น นม มายองเนส ไข่ หัวหอมใหญ่ แล้วก็เครื่องปรุงรสชาติต่างๆ หรือบางครั้งก็อาจจะเพิ่มเติมพริกยักษ์หรือแรดิชเข้าไปด้วย แล้วแต่สูตรใครสูตรมัน การปรุงให้สุกอาจจะทำโดยการผัด ทอด อบ หรือปิ้งย่าง แล้วแต่เทคนิคอีกเช่นกัน อย่างเช่น แมรี่แลนด์ แครบเค้ก ที่มีชื่อเสียงโด่งดังของบอร์ดวอล์ก เรสเทอรองต์ นั้น อาศัยการทอดให้กรอบนอกนุ่มใน
แมรี่แลนด์ แครบเค้ก เป็นตัวแทนของอาหารจากรัฐแถบมิดแอตแลนติกของสหรัฐ โดยเรียกว่าเป็น นิวอิงแลนด์ ควิซีน แต่ในช่วงหลังเมืองชายทะเลแถมแปซิฟิก ฝั่งแคลิฟอร์เนียกลายเป็นมีชื่อเสียงกว่าในเรื่องของแครบเค้ก แต่ที่ออริจินัลน่ะ ต้องมาจากแมรี่แลนด์นะจ๊ะ
แอปเปอร์ไทเซอร์ผ่านไป เมนดิช และไซด์ดิช ท่านทูตจัดให้เสิร์ฟแบบบุฟเฟ่ต์ มีทั้ง “ค็อบ สลัด” (Cobb Salad) สลัดสไตล์อเมริกันแท้ๆ ที่มีส่วนผสมมากมายเสียยิ่งกว่าสลัดนีซวสของฝรั่งเศสอีก ตั้งแต่ ผักกาดแก้ว วอเตอร์เครส มะเขือเทศ อกไก่อบ ไข่ต้ม อะโวคาโด ชีสโร้กเกอฟอรต์ แล้วก็เบคอนกรอบ ราดน้ำสลัดเรดไวน์วิเนแกรต ว่ากันว่า เมนูนี้มีมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1930 โดยร้านฮอลลีวู้ด บราวน์ ดาร์บี ในฮอลลีวู้ดเป็นผู้คิดค้นสูตร แล้วก็ตั้งชื่อตามเจ้าของร้าน โรเบิร์ต ฮาเวิร์ด ค็อบ แต่ประวัติค่อนข้างสับสนว่า เจ้าของร้านรายนี้ หรือเชฟประจำร้าน อย่าง ชัค วิลสัน เป็นเจ้าไอเดียกันแน่ แต่หลังจากเป็นซิกเนเจอร์ดิชของร้าน ก็พัฒนากลายเป็นจานเด็ดสไตล์อเมริกันชนไปแล้ว
แม้อยากเลี่ยงแป้ง แต่ไม่ลืมตัก “จัมเบลายา” (Jambalaya) มารับประทาน เป็นอาหารจานข้าวของชาวใต้แห่งรัฐลุยเซียนา ที่ได้รับอิทธิพลมาจากครัวสเปนและฝรั่งเศส แต่เดิมในปี ค.ศ. 1849 เรียก เครโอเล จัมเบลายา (Creole Jambalaya) หรือจัมเบลายาแดง ลักษณะหน้าตาคล้ายๆ ข้าวผัดสเปน “เปย่า” (Paella) โดยมักหุงให้ข้าวสุกตามด้วยผัดพร้อมส่วนผสมอื่นๆ และปิดท้ายด้วยการอบในกระทะเหล็ก แต่แทนที่จะใส่หญ้าฝรั่นแบบสเปนก็เปลี่ยนเป็นเคจัน เครื่องเทศรสชาติจัดจ้านที่นิยมกันในชุมชนชาวฝรั่งเศสของลุยเซียนา ซึ่งให้สีแดงแทน ออกมาเป็นข้าวผัดแฉะๆ คล้ายๆ กัน
ขาดไปไม่ได้ในเมนูอเมริกัน “บัฟฟาโล่วิงส์” (Buffalo Wings) ต้องเติม เอส ไว้ตลอดเพราะกินชิ้นเดียวไม่พอ (ฮา) เมนูนี้เพิ่งเกิดเมื่อทศวรรษที่ 1980 ที่แองเคอร์ บาร์ คุณนายเทเรซา เบลลิสสิโม เจ้าของบาร์อยากจะทำอะไรง่ายๆ ได้กินเร็วๆ เนื่องในโอกาสที่จู่ๆ ลูกชาย โดมินิก ก็กลับจากมหาวิทยาลัยมาบ้านแบบไม่บอกไม่กล่าว แถมพาเพื่อนมาอีกเป็นโขยง ปิ๊งไอเดียเกิดเป็นบัฟฟาโล่วิงส์ เพียงแค่นำน่องไก่เล็ก หรือปีกส่วนบน ไปทอดน้ำมันร้อนๆ ท่วมๆ ให้กรอบ จิ้มกินกับคาเยนน์ฮอตซอส เป็นอันเสร็จพิธี ง่ายๆ แค่นี้กลับกลายเป็นเมนูระดับชาติไปในที่สุด
เมนดิชเลื่องชื่อของอเมริกัน ยังมี “กริลล์ไวลด์ อะลาสกัน แซลมอน” (Grill Wild Alascan Salmon) สุดยอดของดีของรัฐอะลาสก้า และ “บาร์บีคิว บีฟ บริสเกต์” (Barbecue Beef Brisket) จานเด็ดจากรัฐเท็กซัสให้ลิ้มลอง แล้วก็ตามวัฒนธรรมของฝรั่ง ถึงจะเสิร์ฟข้าวเต็มสตรีมขนาดไหน ก็อย่าได้ขาดขนมปังแสนอร่อย “ซานฟรานซิสโกสไตล์ ซาวร์โด” (San Francisco Style Sourdough) ร้อนๆ เสิร์ฟกับบลูชีสดิป ฟินฮ่ะ
ปิดท้ายที่ของหวานจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจาก “นิวยอร์ก ชีสเค้ก” (New York Cheesecake) ชีสเค้กสุดเข้มข้น นุ่มนวล เสิร์ฟเย็นๆ พร้อมซอสบลูเบอร์รี่ ฟินยกกำลังสอง
วันชาติอเมริกันเพิ่งผ่านไป ยังฉลองกันได้ไม่เอาต์เนอะ







