
ล่าสาระ
เครียด เครียด เครียด บ่นไปก็เท่านั้น ถ้าไม่รู้จักกำจัดหรือบรรเทาเจ้าความเครียดที่เกิดขึ้นกับตัวเราให้เบาบางลง
โดย...ปู โลกเบี้ยว
เครียด เครียด เครียด บ่นไปก็เท่านั้น ถ้าไม่รู้จักกำจัดหรือบรรเทาเจ้าความเครียดที่เกิดขึ้นกับตัวเราให้เบาบางลง จะทุกข์ใจทำร้ายสุขภาพแล้วยังอาจทำให้ถึงชีวิตได้อีกด้วยน่ะสิ หลายคนที่ปูรู้จักกลับบ้านเก่าเพราะความเครียดล่ะ
มีพี่ชายคนหนึ่งแกเครียดเรื่องชีวิตคู่ที่อยู่กันมานานจนลูกสาวอายุ 15 แล้วแต่กลับมีเรื่องให้ระแวงกัน เพราะคุณพี่ผู้ชายต้องทำงานกับพวกผู้หญิงมากหน้าหลายตาไง อายุก็ปากันเข้าไปตั้ง 50 ทั้งสองคนแล้วนี่นะ อีคุณพี่ผู้หญิงก็หึงหวงไม่ฟังเหตุผลใดๆ ทั้งนั้น ประชดด้วยการออกไปหาเพื่อนผู้ชายบ้างซะงั้น แต่ด้วยความที่คุณพี่ผู้ชายแกเป็นคนรักครอบครัวมาก รับไม่ได้เลยเครียด เส้นสมองไม่แตก แต่กลับทำให้ตาพล่ามัวและดับไปเฉยๆ ข้างหนึ่งอ่ะ รักษาอยู่หลายปีเลยทั้งขูดเยื่อเปลี่ยนกระจก
ยังมีพี่สนามชัย กำจร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายวิทยุ ที่ต้องรับผิดชอบสถานีวิทยุทั่วประเทศอีก แบกรับภาระที่หนักอึ้ง ทำงานทุกวันหามรุ่งหามค่ำ แทบไม่ได้หยุดเลยจนวันหนึ่งขณะที่กำลังประชุมอยู่ ก็ล้มเข้าโรงพยาบาลไปเลยอ่ะดิ พี่แกเล่าว่ามันจี๊ดตอนที่ลูกน้องเหมือนจะงี่เง่ากวนโอ๊ย พูดแล้วพูดอีกไม่ยอมเข้าใจ ถามซ้ำซากอยู่นั่นแหละ แทนที่งานจะเดินหน้ากลับไม่ไปไหนสักที เลยปี๊ดขึ้นสมอง เพราะคิดมากเรื่องงานที่เยอะแยะมากมายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
พี่หนาม เล่าว่า ปวดหัวมากแล้วมันเหมือนมีใครมาเหยียบอยู่บนไหล่ทั้งสองข้าง หนักจนแทบลุกไม่ขึ้น แต่พอลุกขึ้นเท่านั้นแหละบ้านหมุนแล้วล้มไปเลย ถึงขนาดต้องเข้าห้องไอซียูอ่ะ สรุปเส้นสมองแตก ต้องฉีดสารคล้ายๆ ตะกั่วเข้าไปเพื่อปิดรอยแตก หมดไปเป็นแสน แค่วันเดียวนะ แล้วยังต้องพักรักษาตัวอีกเป็นสัปดาห์ๆ เพราะเลือดที่ไหลออกจากเส้นเลือดมันกระจาย ทำให้สมองบวม คนเจ็บจะเบลอๆ ทำอะไรได้ช้ามาก
เลือดที่ไหลออกมา ร่างกายมันจะสลายหายไปเองประมาณสองสัปดาห์ เลยต้องนอนนิ่งๆ ห้ามพบปะผู้คนเพราะเดี๋ยวเรื่องงานจะลอยมาเข้าสมองให้คิดอีกไง แต่ก็ยังโชคดีที่ปากไม่เบี้ยว ไม่เป็นอัมพฤกษ์อัมพาตน่ะ เพราะด้วยอายุที่มากแล้วเกือบ 60 แล้ว ทำให้อะไรต่ออะไรมันเปราะบาง จึงควรที่จะดูแลตัวเองกันตั้งแต่ยังสามารถนะจ๊ะ
ไอ้โรคเครียดน่ะมันไม่เลือกอายุหรอกนะ เพราะน้องคนหนึ่งอายุแค่ 35 เอง ก็เส้นเลือดในสมองแตกเสียแล้ว คงเครียดเพราะงาน บวกกับที่ปูลองตรวจจังหวะชีวิตแล้ว ปรากฏว่าน้องคนนี้ตามดวงก็มีปัญหาเรื่องของการปวดหัวเป็นทุนเดิม พอมีเรื่องนิดหน่อยเท่านั้นแหละ ไปกันใหญ่เลยไง ตอนนี้เป็นตายเท่ากันอ่ะ
เห็นมั้ยว่าไอ้เจ้าความเครียดมันไม่เข้าใครออกใครหรอก
ความจริงแล้วถ้าอึดอัดกดดันอะไร ก็ควรจะระบายออกไปซะบ้าง กับเพื่อนกับคนสนิทใกล้ชิดใกล้ตัว บางคนอาจไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทมากนักหรือไม่มีเลย จะคุยกับพ่อแม่ก็ไม่ได้ จะคุยกับคนรักก็ไม่ดี ก็ลองใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กดูสิ ระบายใน Facebook ใน Line ใน IG เยอะแยะช่องทางที่จะสามารถพรั่งพรูระบายออก เพราะถ้าหากจดจ่ออยู่กับปัญหาเดิมๆ ซ้ำๆ ก็จะเกิดภาวะอ่อนแอทางจิตใจ ถ้าไม่ทำร้ายคนรอบข้างก็ทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว จนเส้นเลือดในสมองปริไง
แต่การโพสต์ระบายอะไรในโซเชียลเน็ตเวิร์กเนี่ยก็ต้องระวังอย่างหนัก เพราะมันจะกลายเป็นดาบสองคม ดีไม่ดีกลายเป็นเครียดมากกว่าเก่าอีก แถมยังไม่ได้รับคำแนะนำกลับมาอีกด้วย ไม่เหมือนการที่ได้พูดคุยกับมนุษย์ด้วยกัน อาจจะได้แง่คิดอะไรดีๆ กลับมาบ้างไง หรือต้องรู้จักปล่อยวาง ไว้ใจ ทำใจยอมรับกับการกระทำของตัวเอง ยอมรับความเป็นจริงและผลที่เกิดขึ้น แล้วต้องใช้ชีวิตอยู่กับมันให้ได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่สุขไม่สนุกเต็มร้อย สุขบ้างดิบบ้าง แต่ถ้าอะไรที่มันไม่เกินโอเว่อร์มันก็กลับมาทำร้ายเราไม่ได้หรอกนะ
บางคนอาจจะตามกระแสไปบวชไปนั่งสมาธิ เอาธรรมะเข้าข่ม แต่ก็อีกเนอะ! อาจทำได้เฉพาะช่วงสั้นๆ เท่านั้น สุดท้ายถ้าเราไม่รู้จักปล่อยวาง ยังไม่ยอมรับความจริง ยังคิดยังเครียดอยู่เหมือนเดิม สักวันหนึ่งเราอาจต้องกลายเป็นพักนอนเฉยๆ อย่างไร้ค่าก็ได้นะ







