
ใครจะตัดสินใจ
คุณแม่วัย 80 กว่าป่วยออดๆ แอดๆ บ่อยขึ้น จากอาการกำเริบของโรคหัวใจที่เป็นมานานกว่า 10 ปี
โดย...กันย์ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
สถานการณ์
คุณแม่วัย 80 กว่าป่วยออดๆ แอดๆ บ่อยขึ้น จากอาการกำเริบของโรคหัวใจที่เป็นมานานกว่า 10 ปี จนเริ่มมีโรคแทรกซ้อนเหมือนว่าจะมีโรคอัลไซเมอร์เข้ามาอีก ถึงเวลาที่ต้องทำการรักษาอย่างจริงจังทั้งสองโรค ลูกสาวสองคนปรึกษากันถึงแนวทางในการรักษาอย่างเคร่งเครียด แต่ความเห็นไม่ตรงกัน พี่จะเอาอย่าง น้องจะเอาอีกอย่าง ขณะที่น้องชายคนเล็กยังไงก็ได้ มติไม่เป็นเอกฉันท์ ขณะที่น้องสาวฐานะดีแต่งงานแยกบ้านไป แต่เธอส่งเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาแม่ ขณะที่พี่สาวโสด ดูแลแม่อย่างใกล้ชิด เธอรู้ดีว่าอะไรที่แม่ชอบ อะไรที่ดีสำหรับแม่และแม่จะมีความสุข แต่น้องสาวอยากให้แม่ทำในสิ่งที่เธอเลือก และคิดว่าทุกคนต้องฟัง เพราะเธอเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้แม่ แบบว่าใครออกเงินคนนั้นเสียงดัง
ทางออก
ลูกทั้งสามควรหาทางออกด้วยความละมุนละม่อม เอาสิ่งที่ดีที่สุดให้แม่เป็นตัวตั้ง ไม่สำคัญว่าใครออกค่าใช้จ่ายมากหรือน้อยกว่า หากคุณแม่ยังพูดรู้เรื่องควรให้ท่านมีส่วนในการตัดสินใจ แต่ถ้าท่านไม่สามารถตัดสินใจได้แล้ว ควรจะต้องฟังความคิดเห็นของลูกที่สนิทใกล้ชิดท่านที่สุด รู้ใจมากที่สุด และท่านไว้ใจที่สุดขณะที่ท่านยังดีๆ อยู่
ลูกที่อยู่ห่างไกล จะไม่รู้ว่าชีวิตประจำวันของท่านต้องอยู่ ต้องทำ ต้องกินอย่างไร ลูกที่ดูแลใกล้ชิดจะรู้ดีว่าแม่เคยต้องทำอะไร ยังไงบ้าง ที่สำคัญเมื่อท่านออกจากโรงพยาบาลแล้ว คนที่ต้องดูแลท่านต่อไปนั่นแหละควรจะมีสิทธิเลือก เพราะลูกคนนั้นจะต้องอยู่กับแม่ทุกวัน ลูกที่ออกเงินมากกว่าแต่อยู่ไกลออกไปไม่ได้มารับรู้ถึงชีวิตประจำวันของท่านว่าต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน ปล่อยให้ลูกคนที่ต้องดูแลจริงๆ ตัดสินใจจะดีกว่า
บ่อยครั้งที่เรื่องการดูแลรักษาคุณแม่ทำให้ลูกๆ ทะเลาะกันเพราะเห็นต่าง นักจิตวิทยาแนะว่า เพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยก ขณะที่ยังมีสุขภาพดีคุณแม่ควรเขียนพินัยกรรมชีวิต (อย่าเขียนเฉพาะพินัยกรรมทรัพย์สิน) เอาไว้ เขียนให้ครอบคลุมทุกอย่าง ทั้งเรื่องทรัพย์สมบัติ เรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยว่าจะให้ใครดูแล จะให้ลูกคนไหนตัดสินใจแทน กระทั่งเรื่องจัดการงานศพ เพื่อจะได้ทำทุกอย่างเหมาะสมได้อย่างใจ ไม่เกิดความร้าวฉานในหมู่พี่น้อง
Ask the Expert
Q. มีลูก 3 คน หญิง 12 ปี ชาย 10 ปี และหญิง 5 ปี โดยพี่สาวมักจะบอกน้องคนเล็กว่าไม่รัก ชอบแกล้ง ชอบหยิกน้อง และมักชวนน้องชายให้อยู่ฝ่ายเดียวกันแกล้งน้อง จะมีวิธีสอน หรือควรจะทำอย่างไรดีคะพี่ถึงจะเลิกแกล้งน้องและบอกว่าไม่รักน้อง เพราะพอเราบอกว่าอย่าแกล้งน้อง พี่สาวก็บอกว่าเราเข้าข้างน้องอย่างเดียว แล้วก็บอกว่าน้องชอบทำท่าเจ็บเกินจริง ร้องเกินจริง ซึ่งบางครั้งก็มีที่น้อง over action ไปบ้างค่ะ?
A. พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์ กุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรม โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ตอบว่า เราต้องเข้าใจลูกสาวคนโตค่ะว่าเธอรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ และจริงจัง ดังนั้น แก้ไขด้วยการอธิบายแบบเดิมไม่ได้ค่ะ เราต้อง 1.พยายามชื่นชมพี่สาวให้มากๆ เมื่อเห็นว่าเขาใส่ใจน้อง ยอมให้น้อง หรือมีบางครั้งที่ไม่มีการรวมตัวกันกับน้องชายแกล้งน้อง (เพราะธรรมชาติเด็กต้องมีช่วงเล่นกันดีๆ อยู่บ้างค่ะ ไม่ใช่จ้องแต่จะแกล้ง) ให้เราคอยหยิบเหตุการณ์เหล่านี้ซึ่งอาจไม่บ่อยขึ้นมาชื่นชม จับถูกให้มากกว่าจับผิดบ่อยๆ (จับผิด หมายถึง เราดุว่าเขาเมื่อแกล้งน้อง) เมื่อพี่คนโตมองเห็นว่าแม่ไม่ได้คอยจ้องติเขา รวมทั้งได้มองเห็นตัวเองในด้านที่น่ารักจากคำชื่นชมของเราก็จะค่อยๆ เปลี่ยนมาทำสิ่งที่เราอยากให้เขาทำมากขึ้น แต่ต้องใช้เวลานะคะ ซึ่งเราต้องชื่นชมให้มากกว่าตำหนิค่ะ 2.พยายามอย่าเข้าไปช่วยน้องคนเล็ก ถ้าเรื่องเล็กน้อย ไม่น่าจะเจ็บตัวจริง บอกลูกว่าให้แก้ปัญหาเองก่อนหรือทำเป็นงานยุ่งๆ บ่อยครั้งที่เด็กโอเว่อร์จะเบาความเว่อร์ลงเพราะเราไม่ยุ่ง เราจะเข้าไปยุ่งก็เมื่อเห็นว่ามีการเจ็บตัวจริงๆ หากพี่ไม่ได้เกลียดน้อง เพียงแค่รู้สึกน้อยใจแม่ พี่ก็จะไม่แกล้งน้องมากค่ะ เพราะเห็นว่าแม่ไม่ได้มายุ่งแล้ว และน้องก็น่าสงสาร แต่ถ้าพี่ถึงขั้นเกลียดน้องควรต้องพบแพทย์เพื่อประเมินอีกที
He Said / She Said
เป้ ดีเจ นักแสดง
“ชอบผู้หญิงหน้าคมๆ สมัยนี้มันเยอะมาก (หัวเราะ) เพราะว่ามีการทำศัลยกรรม ต้องสวยด้วย ผมชอบผอมๆ ตัวเล็กๆ ชอบผู้หญิงที่สายตาสวยๆ ซึ้งๆ มีแรงดึงดูด ไม่ต้องใส่คอนแทคเลนส์ได้จะยิ่งดีมาก”
แจ็คเกอลีน นักข่าวบันเทิง
“ชอบหนุ่มหน้ากวนๆ ร้ายๆ แบบแบดบอย มันท้าทายดี ชอบค้นหาหน่อย หุ่นไม่จำเป็น เห็นแล้วแหมมันน่ากินก็โอฮ่ะ (หัวเราะ)”
Quote
“เราจำเป็นจะต้องมอบพื้นที่ให้กันและกัน เพื่อความสัมพันธ์จะมีทางเติบโตได้ เราต้องมีพื้นที่เหลือเอาไว้สำหรับตัวเอง เพื่อที่จะฝึกฝนจะยอมรับเรื่องความแตกต่าง เราจำเป็นจะต้องมอบพื้นที่ให้กันและกัน ดังนั้นเราจึงจะมีทางที่จะให้และรับสิ่งงดงามต่างๆ เช่นว่า ไอเดียดีๆ ความภาคภูมิ ความสุขใจ และอื่นๆ อีกมากมายเอาไว้แชร์กันได้”
แมกซ์ เดอ ปรี นักเขียนและนักพูดแนวให้กำลังใจชาวอเมริกัน







