
เปิดโลกพลังงาน...เพื่ออนาคตการกำกับดูแลพลังงานไทย
การวางแผนพัฒนาพลังงานเพื่อการสร้างความมั่นคงของประเทศชาติ ถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่หลายประเทศกำลังมุ่งพัฒนา
การวางแผนพัฒนาพลังงานเพื่อการสร้างความมั่นคงของประเทศชาติ ถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่หลายประเทศกำลังมุ่งพัฒนา แต่สำหรับในกลุ่มประเทศนอร์ดิกหรือกลุ่มประเทศยุโรปเหนือ การวางแผนและการจัดการทางด้านพลังงาน เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1991 หรือกว่า 22 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศนอร์เวย์ ภาคพลังงานไฟฟ้าถือว่ามีความแข็งแกร่งที่สุดประเทศหนึ่งในโลก ด้วยเหตุนี้ประเทศนอร์เวย์จึงได้รับความสนใจในการศึกษาดูงาน โดยเฉพาะทางด้านการกำกับกิจการพลังงานจากนานาประเทศ
ช่วงปีที่ผ่านมานี้มีข่าวคราวที่เกี่ยวข้องกับด้านพลังงานอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวิกฤตทางด้านพลังงาน... จริงหรือ? ประเทศไทยควรสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มหรือไม่? และทำไมประเทศไทยต้องซื้อก๊าซธรรมชาติจากพม่าเข้ามาผลิตกระแสไฟฟ้า? ซึ่งประเด็นต่างๆ เหล่านี้ ได้ปลุกกระแสให้คนไทยหันมาให้ความสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับพลังงานมากขึ้น รวมทั้งได้ยินได้ฟังคำว่า “ความมั่นคงทางด้านพลังงาน” บ่อยครั้งขึ้น จะว่าไปแล้วการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานก็คงต้องทำควบคู่กันไปทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้ และคงไม่มีรูปแบบตายตัวว่าจะต้องทำอย่างไร นั่นจึงเป็นที่มาที่ทำให้เราต้องศึกษาและเรียนรู้จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย
ดังนั้น ทีมงานโลก 360 องศา จึงได้คิดทำสารคดีโทรทัศน์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและสะท้อนมุมมองที่หลากหลายเกี่ยวกับพลังงาน โดยเราเดินทางมาที่ประเทศนอร์เวย์ร่วมกับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) นำโดย ดร.พัลลภา เรืองรอง พร้อมคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเรียนรู้รูปแบบการจัดการด้านพลังงานของประเทศนอร์เวย์ และนำเอาไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับกิจการพลังงานของประเทศไทย ซึ่งหนึ่งในความโดดเด่นของการจัดการด้านพลังงานในนอร์เวย์ คือ การเปิดให้มีการแข่งขันอย่างเสรีทางด้านการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศ ผ่านตลาดที่มีชื่อเรียกว่า “นอร์ดพูลสปอต” (Nord Pool Spot) ซึ่งปัจจุบันนี้มีบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่และรายย่อยกว่า 400 ราย ทำการซื้อขายไฟฟ้าในแต่ละวัน ซึ่ง Ms.Siw Anethe Rinker, Vice President, Statnett Consulting เป็นหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้บริหารจัดการ Nord Pool Spot เพื่อดูแลให้เกิดความสมดุลในตลาดซื้อขายไฟฟ้า ได้ให้สัมภาษณ์กับเราว่า Nord Pool Spot เป็นกลไกสำคัญของการสร้างความแข็งแกร่งให้เกิดขึ้นในตลาดซื้อขายไฟฟ้า โดยมีจุดเด่นคือการกำหนดราคาซื้อขายล่วงหน้าแต่ละครั้งจะมีการคำนวณและประกาศราคาไม่เกินภายใน 24 ชั่วโมง จากการประเมินปัจจัยการผลิตต่างๆ เช่น การขึ้นลงของราคาเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า ศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าในแต่ละฤดูกาล รวมไปถึงช่วงเวลาในการใช้ไฟฟ้าของแต่ละประเทศ ซึ่งวิธีการดังกล่าวนี้จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ผลิตไฟฟ้าในการบริหารต้นทุนและกำไรตามความเหมาะสมที่ควรจะได้รับ และที่สำคัญที่สุดคือ ประชาชนจ่ายค่าบริการไฟฟ้าตามต้นทุนการผลิตที่แท้จริง ดังนั้นราคาค่าไฟฟ้าในนอร์เวย์จึงมีการปรับขึ้นลงตลอดทั้งปี
คุณแป๊ด เจ้าของร้านอาหารไทยเบญจา สยาม ที่เมืองทรอนไฮม์ ประเทศนอร์เวย์ ในฐานะเจ้าของกิจการและเป็นประชาชนผู้ใช้บริการไฟฟ้า ได้เล่าให้ฟังว่า ชาวนอร์เวย์จ่ายค่าไฟในอัตราที่แตกต่างกัน เนื่องจากมีบริษัทเอกชนคอยให้บริการขายปลีกไฟฟ้า ซึ่งมีให้เลือกหลายบริษัท ดังนั้นแต่ละบริษัทก็จะมีการแข่งขันด้านราคาและบริการ ประกอบกับต้นทุนค่าผลิตไฟฟ้าในแต่ละฤดูก็จะแตกต่างกัน เช่น ในฤดูหนาวอากาศติดลบน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง ไม่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เต็มหน่วย จึงต้องนำเข้าไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ค่าไฟฟ้าก็จะปรับตัวสูงขึ้น ส่วนในฤดูฝนค่าไฟฟ้าก็จะปรับตัวลดลงเพราะเป็นฤดูน้ำหลาก ทำให้สะท้อนถึงค่าผลิตไฟฟ้าที่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่แท้จริง ซึ่งการที่นอร์เวย์สามารถจัดการด้านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านก็มีการพัฒนาด้านพลังงานอย่างทัดเทียมกัน มีระบบสายส่งที่ทั่วถึง และมีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่แน่นแฟ้น ดังนั้นประเทศใดที่จะนำเอารูปแบบการจัดการด้านพลังงานนี้ไปประยุกต์ใช้ ก็จำเป็นจะต้องมีความพร้อมในเรื่องดังกล่าวด้วยเช่นกัน
ดร.พัลลภา กรรมการกำกับกิจการพลังงานของประเทศไทย ผู้ร่วมเดินทางไปกับทีมงานโลก 360 องศา ณ ประเทศนอร์เวย์ ได้สะท้อนมุมมองเกี่ยวกับการจัดการด้านพลังงานให้พวกเราฟังว่า ในปัจจุบันองค์ประกอบของการจัดการด้านพลังงานทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ประกอบไปด้วย 3 เสาหลัก คือ 1.ผู้กำหนดนโยบาย หรือ Policy Maker 2.ผู้ผลิต หรือ Operator และ 3.ผู้กำกับกิจการพลังงาน หรือ Regulator คอยทำหน้าที่กำกับดูแลให้กิจการพลังงานของไทยดำเนินการไปอย่างถูกต้องเหมาะสมและเป็นธรรม โดยประเทศไทยก็มี กกพ.ที่ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 อันประกอบไปด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขาของการจัดการด้านพลังงาน จำนวน 7 ท่าน
ดร.พัลลภา สุภาพสตรีหนึ่งเดียวของ กกพ. กล่าวเสริมว่า นอกเหนือจากการได้มาเรียนรู้เทคโนโลยีและรูปแบบในการบริหารจัดการพลังงานของประเทศนอร์เวย์แล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ รูปแบบในการร่วมมือทางด้านพลังงานกับประเทศเพื่อนบ้านที่นอร์เวย์ทำจนประสบผลสำเร็จเป็นตลาดซื้อขายไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ จนหลายประเทศอยากนำเอาไปเป็นแบบอย่าง ซึ่งมีโอกาสและความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะนำเอามาประยุกต์ให้เข้ากับกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ถึงแม้ว่าปัจจัยพื้นฐานและสถานการณ์ด้านพลังงานของแต่ละประเทศของอาเซียนจะแตกต่างกัน แต่หากร่วมมือกันก็อาจจะกลายเป็นความลงตัวที่เหมาะสม กล่าวคือ ประเทศสมาชิกอาเซียนมีพื้นฐานที่แตกต่างกัน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มประเทศที่อุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรและมีภูมิประเทศเหมาะสมในการผลิตไฟฟ้า เช่น พม่า ลาว กัมพูชา ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าน้อย และกลุ่มประเทศขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรม เช่น ไทย มาเลเซีย เวียดนาม ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ด้วยลักษณะดังกล่าวนี้ จึงนำไปสู่โอกาสและความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงระบบโครงข่ายพลังงาน และจัดตั้งเป็นตลาดซื้อขายไฟฟ้า โดยเริ่มต้นจากการพิจารณาโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าให้เป็นไปตามต้นทุนแท้จริง จากนั้นก้าวไปสู่การกำหนดกฎกติกาที่ผ่านความเห็นชอบร่วมกันในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน
ในปัจจุบัน กกพ.ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการพัฒนาและสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทย ซึ่งคุณนฤภัทร อมรโฆษิต รองเลขาธิการสำนักงาน กกพ. ได้อธิบายถึงบทบาทและหน้าที่สำคัญให้เราฟังว่า หน้าที่หลักของ กกพ. คือ การออกใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงานประเภทไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติ การกำหนดและควบคุมมาตรฐานและความปลอดภัยในการประกอบกิจการพลังงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐานทางวิศวกรรม ความปลอดภัย สุขภาพอนามัย และการคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยสามารถใช้ไฟฟ้าได้ทุกครัวเรือน และยังเป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งผลงานที่ผ่านมาของ กกพ. เช่น การพิจารณาอัตราค่าไฟฟ้าและค่าผ่านท่อก๊าซธรรมชาติ เพื่อให้ผู้ใช้พลังงานได้ใช้ไฟฟ้าในอัตราที่เหมาะสมและเป็นธรรม การจัดตั้งกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนรอบโรงไฟฟ้า ตลอดจนการกำกับการแข่งขัน กำหนดระเบียบและหลักเกณฑ์ในการจัดหาไฟฟ้า เพื่อป้องกันการผูกขาดทางการให้บริการด้านกิจการไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างความแข็งแกร่งให้เกิดขึ้นในกิจการไฟฟ้าของประเทศไทย
พลังงานคือเรื่องใกล้ตัวของทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ เกือบทุกด้านของชีวิตต่างเกี่ยวข้องกับพลังงานทั้งสิ้น และลูกหลานไทยในอนาคตจะยังคงมีพลังงานใช้อย่างยั่งยืนหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับวิธีคิด วิธีปฏิบัติของคนในยุคปัจจุบัน
ทุกวันนี้เทคโนโลยีด้านพลังงานได้ก้าวไกลไปมาก ทำให้แต่ละประเทศมีทางเลือกมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามวิสัยทัศน์ของผู้กำหนดนโยบาย จะเป็นตัวกำหนดทิศทางว่าแต่ละประเทศจะเลือกเดินหน้าไปในทิศทางใด และการกำกับกิจการพลังงานจะเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้นโยบายทางด้านพลังงานของประเทศสำเร็จลุล่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เหนือสิ่งอื่นใดแล้วคือ ความร่วมมือจากภาคประชาชน ที่ต้องร่วมกันใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าและอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดการพัฒนาด้านพลังงานอย่างยั่งยืนต่อไป
เนื้อหาสาระดีๆ ยังไม่หมดลงเพียงแค่นี้ ท่านสามารถรับชมเพิ่มเติมได้ทางรายการสารคดี โลก 360 องศา ในวันเสาร์ที่ 29 มิ.ย. และวันเสาร์ที่ 6 ก.ค. 2556 เวลา 21.30-22.00 น. ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 หรือติดตามชมรายการย้อนหลังได้ที่ www.plat360.com







