
ฟีฟ่าย้ำชัดอาจแบนไทยพัทยาปรับแผนถอนฟ้อง
รองเลขาฟีฟ่า ตอบจดหมาย พินิจ ยันขู่แบนเหมือนเดิม ด้าน ทนายอ๊อด จ่อถอนฟ้องเพื่อเลือกตั้งใหม่
รองเลขาฟีฟ่า ตอบจดหมาย พินิจ ยันขู่แบนเหมือนเดิม ด้าน ทนายอ๊อด จ่อถอนฟ้องเพื่อเลือกตั้งใหม่
มาคุส แคตท์เนอร์ รองเลขาธิการของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ได้ส่งจดหมายตอบกลับกรณีที่ พินิจ งามพริ้ง หนึ่งในผู้ลงเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ ชี้แจงถึงเหตุและผลปัญหาภายในเรื่องการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในหนนี้ ซึ่งผลลัพธ์คือฟีฟ่ายืนยันคำเดิมว่าให้บริษัท สโมสรพัทยา จำกัด ถอนฟ้องภายในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ หากไม่ทำทางบอร์ดจะเตรียมนำเรื่องเข้าวาระการประชุมฉุกเฉินทันที และมีโอกาสสูงที่ประเทศไทยจะโดนแบนจากการร่วมสังฆกรรมฟุตบอลภายใต้ฟีฟ่า โดยคำชี้แจงมีดังนี้
1.สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ต้องเป็นอิสระจากบุคคลที่ 3 และต้องสามารถควบคุมบรรดาสโมสรสมาชิกให้อยู่ในกฎระเบียบให้ได้
2.ประเทศที่เป็นสมาชิกของฟีฟ่าจะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และระเบียบของฟีฟ่า อย่างที่ได้มีการอธิบายไปแล้วเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่กรุงเทพฯ และหากฝ่าฝืนอาจจะนำมาสู่การคว่ำบาตร และถูกแบนในที่สุด
ด้าน “ทนายอ๊อด” ภีมเดช อมรสุคนธ์ ตัวแทนฝ่ายกฎหมายสโมสรฟุตบอลพัทยาฯ เผยเตรียมถอนฟ้องสมาคมฟุตบอลฯ ในวันที่ 24 มิ.ย. เกี่ยวกับกรณีพิพาท พร้อมจะล่ารายชื่อสโมสรสมาชิก 1 ใน 3 ยื่นจัดเลือกตั้งเองตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2528 วันที่ 25 มิ.ย.นี้ โดยมี สนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เป็นผู้ยื่น
“เราจะถอนฟ้องและรอดูว่าทางสมาคมฯ จะดำเนินการอย่างใด หากใช้ธรรมนูญใหม่จัดเลือกตั้งเลยโดยไม่ผ่านมติ 2 ใน 3 เราก็จะฟ้อง เพราะเป็นการผิดกฎ แต่ถ้าหากเปิดประชุมเพื่อขอผลโหวตรับรอง เราก็จะรวมเสียงสมาชิกยื่นเสนอแปรญัตติในที่ประชุมทันที คือ แก้เนื้อความในร่างข้อบังคับ ณ ที่นี้คือ แก้ไขข้อ 21 เรื่องการจำกัดเสียงสมาชิกจากเดิมให้เหลือเพียง 72 เสียง นอกนั้นเราเห็นชอบทุกอย่างในธรรมนูญใหม่ของฟีฟ่า” ทนายอ๊อด กล่าว
ขณะที่ประธานชมรมเชียร์ไทย แสดงทรรศนะว่า หากไทยถูกฟีฟ่าแบนจริงจะเกิดผลกระทบไม่มากอย่างที่คิด เนื่องจากปัจจุบันสมาคมฯ ร่วมกิจกรรมตามปฏิทินฟีฟ่าน้อยมากในแต่ละปี ซึ่งถ้าไทยยืนยันตามกฎเดิมไปก่อนเพื่อเลือกตั้งหาประมุขลูกหนังคนใหม่ จากนั้นค่อยชี้แจงกับฟีฟ่าถึงบทสรุป และค่อยสมัครสมาชิกอีกครั้งก็ยังทัน







