
ลงทุนอย่างไร ช่วงตลาดหุ้นผันผวน
มือใหม่ลงทุนอย่างสบายใจ
โดย...เจียรนัย อุตะมะ
มือใหม่ลงทุนอย่างสบายใจ
สำหรับนักลงทุนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาลงทุนในหุ้นปีนี้แล้วต้องมาเจอสถานการณ์ผันผวนอย่างรุนแรงของดัชนีในช่วงนี้ที่ขึ้นลงเป็นฟันปลา ขอนำข้อคิดเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นของคนธรรมดาเพื่อความสบายใจจากกูรูระดับโลก และกูรูในประเทศมาฝาก ดังนี้
มาร์ติน เกรแฮม ประธานกรรมการคณะกรรมการที่ปรึกษาของออราเคิล แคปิตอล กรุ๊ป มีกฎ 5 ข้อที่ใช้ในการจัดการเงินทอง ดังนี้
ข้อแรก ลงทุนระยะยาวโดยใช้เงินเย็น หรือเงินที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในระยะยาวอย่างน้อย 5 ปี
ข้อสอง ต้องลงทุนในอะไรที่เรารู้จัก
ข้อสาม อย่าทิ้งการลงทุนไว้นานจนเกินไป ต้องมีการกระจายการลงทุนทั้งสินทรัพย์ อุตสาหกรรม และพื้นที่การลงทุน และรู้จักปกป้องในยามตลาดขาลง
ข้อสี่ มีหลักการในการลงทุน โดยไม่แห่ตามคนอื่น
ข้อห้า ลงทุนเผื่อการขาดทุนไว้ด้วย อย่าลงทุนในสิ่งที่ขายออกยาก
นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ต้นตำรับนักลงทุนหุ้นคุณค่าในไทยให้หลักคิดในการลงทุนไว้ว่า
ประการแรก จงตั้งความหวังผลตอบแทนระยะยาวจากการลงทุนให้เหมาะสม
ประการที่สอง เลือกซื้อหุ้นที่เน้นความปลอดภัยของตัวกิจการเป็นหลัก
ประการที่สาม ต้องมีการกระจายความเสี่ยงในการถือหุ้นอย่างเหมาะสม
ประการที่สี่ ต้องกำหนดในแต่ละปีว่าจะมีการซื้อขายหุ้นไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์ของพอร์ตการลงทุน (เช่น พอร์ต 1 ล้าน ก็ซื้อขายไม่เกิน 2 ล้าน ถ้าตั้งไว้ 200%)
ประการที่ห้า อย่าสนใจการขึ้นหรือลงของหุ้นแต่ละตัวมากนัก
ประการที่หก ไม่ควรจะเน้นไปที่ด้านของราคาหุ้นรายวัน สิ่งที่เราควรทำก็คือ ทุกไตรมาส
ประการที่เจ็ด เมื่อได้รับปันผลมา อย่านำเงินไปใช้หรือเอาออกจากพอร์ตถ้าไม่จำเป็น ให้นำปันผลนั้นกลับไปซื้อหุ้นกลับเข้าพอร์ตเพื่อทำให้พอร์ตเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และเป็นหลักการลงทุนแบบทบต้น
ต้องคำนวณหาผลตอบแทนประจำปี เพื่อประเมินผลตอบแทนต่อการลงทุน
วัยใกล้เกษียณลงทุน
กองทุนหุ้นไม่ปันผล
“วรวรรณ ธาราภูมิ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง ในวัยใกล้เกษียณและมีฐานะที่พรั่งพร้อมแล้ว เงินที่เหลือจากการใช้จ่ายทั้งหมดของเธอส่วนใหญ่ลงทุนในกองทุนหุ้นที่ไม่จ่ายปันผลเพราะมีเงินเดือนประจำ แต่หากเกษียณอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเพราะถึงตอนนั้นไม่มีรายได้จากการงาน
“50% ของเงินเดือนที่เหลือใช้จะแบ่งไปซื้อกองทุนทุกเดือน และส่วนตัวเป็นคนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ จึงซื้อกองทุนตราสารหนี้เพียง 10% ของพอร์ตการลงทุน นอกนั้นนำไปลงทุนในกองทุนหุ้นและกองทุนทองคำ ซึ่งส่วนตัวไม่ได้หวังทองคำมาก แต่ซื้อเพราะใช้บริหารความเสี่ยงของพอร์ต”
สำหรับการลงทุนในกองทุนหุ้นเพื่อหวังผลตอบแทนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเพราะเชื่อว่าการจ่ายเงินปันผลของกองทุนรวมนั้นจะส่งผลให้มูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนรวมนั้นลดลงในจำนวนเท่าๆ กับมูลค่าที่มีการจ่ายเงินปันผล ทำให้ผลตอบแทนจากส่วนต่างของการลงทุน (Capital Gain) น้อยกว่ากองทุนรวมที่มีนโยบายไม่จ่ายเงินปันผล
สำหรับนักลงทุนที่เลือกซื้อกองทุนหุ้นที่จ่ายปันผลที่ผู้ลงทุนได้รับจากกองทุนรวม ผู้ลงทุนสามารถเลือกได้ว่าจะหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% หรือไม่ให้หักแล้วนำไปรวมเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีตอนปลายปีก็ได้
การลงทุนในกองทุนหุ้นที่ไม่จ่ายปันผลเหมาะสมกับผู้ลงทุนที่ต้องการให้เงินต้นหรือเงินลงทุนของตนเองเพิ่มพูนงอกเงย โดยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนำเงินมาใช้จ่ายประจำในระหว่างทาง
สำหรับผู้ลงทุนที่อาจมีความจำเป็นต้องใช้เงินในระหว่างการลงทุนโดยไม่ได้คาดไว้ล่วงหน้าก็สามารถขายหน่วยลงทุนเพื่อนำเงินไปใช้จ่ายได้ โดยถ้าผู้ลงทุนเลือกลงทุนในกองทุนเปิด ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้เกือบทุกวันทำการที่บริษัทจัดการหรือตัวแทนสนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนนั้น แต่หากผู้ลงทุนเลือกลงทุนในกองทุนปิด ก็ต้องดูว่าบริษัทจัดการได้นำหน่วยลงทุนไปจดทะเบียนในตลาดรองหรือแต่งตั้งบริษัทใดทำหน้าที่เสนอซื้อเสนอขาย (Market Maker) หน่วยลงทุน แล้วจึงนำกองทุนนั้นไปเสนอขายในตลาดรองหรือบริษัทเสนอซื้อเสนอขายนั้นก็ได้เช่นกัน
ส่วนกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลหรือไม่ ผู้ลงทุนไม่ต้องเสียภาษี
เรียกได้ว่าเลือกวิธีการลงทุนได้เหมาะสมกับตัวเองมากๆ
สถิติ 10 ปีย้อนหลัง กองทุนหุ้นได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 453.62%
ถ้าลงทุน 4 หมื่นบาท จะได้ผลตอบแทน 141,448 บาท
กองทุนหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาจะได้ผลตอบแทน 898.41%
หรือถ้าลงทุน 4 หมื่นบาท จะได้ผลตอบแทน 319,364 บาท







