posttoday
พี่น้องต้องรักกันสิ่งสำคัญของครอบครัว

พี่น้องต้องรักกันสิ่งสำคัญของครอบครัว

18 เมษายน 2553

เรื่อง อนุสรา ทองอุไร / ภาพ นริสา ลี

 

“การเลี้ยงดูลูกแม่ไม่ได้เน้นอะไรเป็นพิเศษ เขาชอบอะไรแม่ก็ส่งเสริมไปตามนั้น เรื่องเรียนก็ให้เลือกเองไม่จำเป็นต้องเรียนด้านครูตามที่เรามีโรงเรียนอยู่ก็ได้ พี่สาวก็เลยเรียนบริหาร น้องชายเรียนวิศวะ ขอให้เป็นคนดีไม่เอาเปรียบคนอื่น มีการแบ่งปัน มีคุณธรรมพอสมควร และขอให้พี่น้องรักกันให้มากๆ แม่ขอแค่นี้” คำกล่าวของเพ็ญศรี สุขเจริญผล ผู้พิพากษาสมทบและประธานกรรมการ บริษัท ศุภคินทร์ จำกัด ถึงการเลี้ยงดูลูกสาวและลูกชายวัยทำงานอย่างอภิสรดา และชยุตม์พงศ์ สุขเจริญผล คู่พี่น้องที่ทั้งคู่เป็นคุณครูใหญ่ของโรงเรียนสุขเจริญผล

อภิสรดา กล่าวว่า มีกันสองคนพี่น้องก็สนิทกัน ไปเรียนอเมริกาตั้งแต่จบมัธยมต้น ถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำแต่อยู่กันคนละรัฐจะได้เจอกันตอนปิดเทอม สามารถคุยกันได้ทุกเรื่องเพราะน้องชายเป็นผู้ฟังที่ดีเขาเป็นคนเรียบร้อยใจดีไม่พูดมาก พอจบกลับมาก็มาบริหารธุรกิจของครอบครัวทั้งโรงเรียน อสังหาริมทรัพย์ เมื่อมีปัญหาเรื่องงานก็ปรึกษากันได้ทุกเรื่อง

“ยิ่งเราจบกลับมาอายุ 2627 อาจมีปัญหาเรื่องการยอมรับเพราะเรามีคนที่ทำงานกับเรามานาน 20 กว่าปี เขาเป็นผู้อาวุโสที่เปรียบเหมือนญาติผู้ใหญ่ของเรา เรื่องความคิดเห็นต่างๆ เราก็ต้องรับฟัง แม้บางครั้งยุคสมัยเปลี่ยนไปการทำงานอาจต้องแตกต่างออกไป แต่โชคดีสายงานเราคล้ายกันเราเลยคุยกันได้ ถ้ารับมือไม่ไหวก็ปรึกษาคุณแม่อีกที”

สายสัมพันธ์ของสามคนแม่ลูกเป็นไปอย่างแน่นแฟ้น เรื่องงาน เรื่องส่วนตัว คุยกันได้ทุกเรื่อง และความที่บ้านนี้แม่กลัวจะห่างเหินกับลูกๆ แม้จะอยู่บ้านเดียวกันแต่ทุกเดือนคุณแม่จะเรียกประชุม 3 คนแม่ลูก ว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร การทำงานเป็นอย่างไร มีอุปสรรคอะไรหรือไม่ “คือคอยอัพเดตกันอยู่เสมอ ทำไมช่วงนี้กลับบ้านดึกมีแฟนหรือเปล่า ทำไมช่วงนี้ลูกอารมณ์ไม่ดีงานเครียดหรือเปล่า แม่ล่ะทำงานหนักไปไหม ถ้าใครทำอะไรผิดก็จะขอโทษกัน แม่ผิดแม่ก็ขอโทษลูกได้เหมือนเราไม่มีศักดิ์ศรีไม่มีทิฐิเพราะอยากให้ครอบครัวราบรื่นมีความสุข ถ้าใครมากไปก็ถอย ใครน้อยไปก็ปรับ เปิดใจคุยกัน”

คนเป็นแม่ต้องมีความเสียสละให้ลูกมากหน่อยแต่ลูกก็ต้องฝึกเป็นผู้ให้ด้วย เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับไปพร้อมๆ กัน และพยายามให้ลูกมีธรรมะในใจ หมั่นทำบุญบ้าง เราสุขสบายเพราะส่วนหนึ่งบุญเก่าเราทำมาดี ดังนั้นจะใช้อย่างเดียวไม่ได้ต้องทำเพิ่มด้วยสะสมบุญเพิ่มแม่จะชวนลูกไปทำบุญไปปฏิบัติธรรมบ่อยๆ เพิ่งพาลูกสาวไปปฏิบัติธรรมที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย นำหลักธรรมมาใช้ในการทำงาน ในการดำเนินชีวิต ส่งเสริมพุทธศาสนาในโรงเรียนของเรา และสอนให้ลูกอย่าเป็นคนทุกข์ง่ายหน้าตาขอให้ยิ้มแย้มอย่าอมทุกข์จะทำให้คนไม่อยากเข้าใกล้ เราอยากเห็นคนยิ้มแย้มกับเราก็ต้องยิ้มแย้มให้เขาก่อน

โชคดีที่ทั้งสองคนเลี้ยงง่าย หัวอ่อน และเป็นคนนิ่งๆ ไม่เรื่องมาก ไม่สร้างปัญหาตั้งแต่เล็กจนโต “แม่พยายามเน้นสอนเรื่องคุณธรรมกับเขาตั้งแต่เด็ก ที่โรงเรียนแม่จะพาครูไปปฏิบัติธรรมตอนปิดเทอมทุกปี ส่วนเด็กนักเรียนแม่จะนิมนต์พระมาสอนนั่งสมาธิทุกเดือน วันพระใหญ่ๆ จะนิมนต์พระมาให้เด็กใส่บาตร เราเป็นตัวอย่างให้ลูกฝึกให้เขามีคุณธรรม เมตตาธรรม ไม่ว่าโลกจะพัฒนาไปแค่ไหน ธรรมะก็ยังเป็นเรื่องจำเป็นในการดูแลใจ”

ธรรมะกับการใช้ชีวิต...

ฐิตินาถ ณ พัทลุง ผู้เขียนหนังสือเข็มทิศชีวิต และเป็นผู้ที่นำธรรมะมาใช้ในการดำเนินชีวิตด้วยความสุข ให้ความเห็นในการนำหลักธรรมะมาเลี้ยงลูกว่า พ่อแม่ต้องเชื่อมโยงเวลาของการฝึกใจให้มีกำลัง เข้ากับเวลาของความรัก ความอบอุ่น ลูกรับรู้โลกผ่านสิ่งที่พ่อแม่ทำ พูด คิด ในชีวิตพ่อแม่ ไม่ใช่จากสิ่งที่อยากให้ลูกเป็น ถ้าพ่อแม่ฝึกตนด้วยการทำให้ใจมีกำลัง มีสติสมาธิ ชักชวนให้ลูกทำเป็นเวลาของความสุขในบ้าน ลูกจะเชื่อมโยงการฝึกดูลมหายใจกับเวลาแห่งความรักความอบอุ่น พ่อแม่เห็นการทำ พูด คิด ของตัวเอง ไม่ถูกขับเคลื่อนด้วยปมในใจหรือบาดแผลในอดีต ไม่ทำให้ชีวิตตัวเองต้องดิ้นรนและไม่เอาความอยากของตัวเองมาครอบลูก

ชีวิตทั้งของลูกและพ่อแม่จะสงบมั่นคง ตรวจสอบตนเองได้ มีทัศนคติที่ดีในการมองความท้าทายต่างๆ ของชีวิต เกิดอะไรขึ้นลูกเห็นพ่อแม่มีหลักคิด มีเมตตา มีความอดทน สามารถเปลี่ยนสิ่งท้าทายในชีวิตให้กลายเป็นสิ่งเกื้อหนุนการเรียนรู้เติบโต ลูกก็จะรับไว้เป็นมรดกในใจตลอดชีวิตของลูก ซึ่งเป็นมรดกที่ดีที่สุดที่คนเป็นพ่อแม่ให้กับลูกได้ เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นลูกก็มีความมั่นคงทางใจ จนสร้างความมั่นคงให้ชีวิตลูก แม้ในวันที่พ่อแม่ไม่ได้อยู่กับลูก ลูกก็อยู่กับลมหายใจเหมือนมีพ่อแม่มีพระอยู่ในใจตลอดเวลา

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ