
5แข้งซื้อขายยอดเยี่ยม...
...ทีมข่าวกีฬา
แม้ฤดูกาลนี้จะมีการพูดถึงราคาค่าตัวเกินจริงกันมาก แต่ในจำนวนนั้นก็มีหลายคนที่คืนกำไรได้สมราคากับเงินที่สโมสรได้จ่ายไป โดยไม่ต้องรอถึงฤดูกาลที่ 2 3 หรือ 4
นี่คือนักเตะที่ทำผลงานน่าประทับใจสมราคาในลีกยุโรปนับตั้งแต่ย้ายทีมในซัมเมอร์ที่แล้วและต้นปีที่ผ่านมา
คาร์ลอส เตเบซ (แมนเชสเตอร์ ซิตี)
ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า อดีตนักเตะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ย้ายมาเล่นให้กับทีมคู่ปรับร่วมเมืองคนแรกในรอบ10 ปี ต่อจาก เทอร์รี คุก เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว ด้วยค่าตัวเท่าไหร่กันแน่
ทั้งนี้ มีข่าวลือว่าการซื้อขายครั้งนี้สูงถึง 47 ล้านปอนด์ (ราว 2,350 ล้านบาท) ซึ่งทุบสถิติค่าตัวสูงสุดของลีกลูกหนังในอังกฤษของ โรบินโญ ที่ย้ายมาร่วมทีมเรือใบสีฟ้าด้วยค่าตัว 32.5 ล้านปอนด์ (ราว 1,625 ล้านบาท) ก่อนทั้งแมนฯ ซิตี และ เคีย ชูรับเชียน จะออกมาปฏิเสธในภายหลัง
แต่คงไม่มีใครแคร์แล้ว หากเขายังรักษาฟอร์มยอดเยี่ยมในการยิงประตูต่อเนื่องไปเช่นนี้ และช่วยทีมแมนฯ ซิตี คว้าโควตาแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ
แม้เขาอาจจะออกสตาร์ตได้ไม่ดีนัก แต่หลังจากฟอร์มเข้าฝัก เตเบซ ยิงไปแล้ว 28 ประตูรวมในทุกรายการ ซึ่งเป็นผลงานดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกของเขา เฉพาะในลีก 22 ประตู ซึ่งรวมถึงการทำแฮตทริก 2 ครั้ง และ โรแบร์โต มันชินี นายใหญ่เรือใบสีฟ้า ยกให้เป็นนักเตะคนสำคัญของทีมและฝีเท้าไม่ต่างกับ เวย์น รูนีย์ และไม่ห่างจาก ลิโอเนล เมสซี มากนัก
โทมัส แฟร์มาเลน (อาร์เซนอล)
อาร์แซน เวนเกอร์ ขึ้นชื่อว่าเป็นกุนซือที่ใช้เงินสโมสรได้คุ้มค่าคนหนึ่ง ด้วยนโยบายการให้โอกาสนักเตะดาวรุ่ง และกองหลังชาวเบลเยียมวัย 24 คนนี้ ก็พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้ง
แฟร์มาเลนย้ายจากอาแจ็กซ์มาร่วมทีมอาร์เซนอล ด้วยค่าตัว 10 ล้านยูโร (ราว 440 ล้านบาท) และสามารถยึดตัวจริงแทน โคโล ตูเร ที่ย้ายไปแมนฯ ซิตี ได้ทันที โดยไม่มีปัญหาเรื่องการปรับตัวเข้ากับเกมพรีเมียร์ลีก ที่สำคัญไม่ได้โชว์ฟอร์มแกร่งแต่ในเกมรับ แต่ยังทำไปแล้ว 8 ประตูในฤดูกาลนี้
เป็นรองแค่ เชส ฟาเบรกาส กัปตันทีม (19), อังเดรอาร์ชาวิน (11) และ นิคลาส เบนด์ตเนอร์ (12) เท่านั้น แถมยังเป็นผู้เล่นแนวรับคนเดียวที่ยิงได้เกิน 5 ประตู จนได้รับการโหวตให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยม 2 เดือนติดจากแฟนปืนใหญ่ทางเว็บไซต์สโมสร
แม้แต่ เวนเกอร์ ยังยอมรับว่า แปลกใจกับการปรับตัวเข้ากับทีมได้อย่างรวดเร็วเกินคาด
คริสเตียโน โรนัลโด (เรอัล มาดริด)
แม้ว่า โรนัลโด อาจจะไม่ช่วยให้เรอัล มาดริด จบฤดูกาลด้วยความสำเร็จได้ตามความคาดหวังกับค่าตัว 80 ล้านปอนด์(ราว 4,000 ล้านบาท) แต่ก็ยังรักษามาตรฐานในการถล่มประตูต่อเนื่อง ด้วยผลงาน 26 ประตูรวมทุกรายการ นำเป็นดาวซัลโวของทีมร่วมกับ กอนซาโล อิกัวอิน หัวหอกชาวอาร์เจนตินา
แต่ปีกทีมชาติโปรตุเกสลงสนามน้อยกว่า โดยลงเตะไป26 นัด ส่วนอิกัวอิน 34 นัด
ไม่เพียงแค่ผลงานในสนามเท่านั้น แต่ราชันชุดขาวยังโกยรายได้จากการขายเสื้อ โรนัลโด ไปแล้วกว่า 100 ล้านยูโร(ราว 4,400 ล้านบาท) ด้วยยอดขายเฉพาะในร้านช็อปที่เบอร์นาบิวและในเมืองมาดริดเท่านั้น ทะลุ 1 ล้านตัวเข้าไปแล้วเพียงแค่ปีแรกของการเซ็นสัญญา ขึ้นแท่นยอดขายสูงสุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ทางร้าน เผยว่า เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับเสื้อสตาร์คนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น หลุยส์ ฟิโก,ซีเนอดีน ซีดาน, โรนัลโด และเดวิด เบคแฮม
นี่ยังไม่รวมรายได้จากทั่วโลก และส่วนแบ่ง 50% จากลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์ โรนัลโด
ถ้ามองแบบการตลาดแล้ว นับเป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนคุ้มค่าทีเดียว เพราะชื่อเสียงของซูเปอร์สตาร์คนนี้ยังขายได้อีก
เวสลีย์ สไนเดอร์ (อินเตอร์ มิลาน)
สไนเดอร์ ย้ายจากเรอัล มาดริด มาอินเตอร์ ด้วยค่าตัว 15 ล้านยูโร (ราว 660 ล้านบาท) และประเดิมสนามทันทีหลังเซ็นสัญญา 1 วัน ในเกมถล่มเอซี มิลาน 40 ก่อนจะกลายเป็นกำลังสำคัญหลักในแดนกลาง รวมถึงตำแหน่งคนยิงฟรีคิกของทีม
แม้มิดฟิลด์ชาวดัตช์ จะเพิ่งยิงไป 7 ประตู จาก 34 นัด แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นประตูสำคัญ โดยเฉพาะในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
สไนเดอร์ ยิงประตูชัยให้อินเตอร์ชนะดินาโม เคียฟ ในรอบแบ่งกลุ่ม 21 ในนาทีที่ 89 และล่าสุดเพิ่งยิงฟรีคิกช่วยทีมเอาชนะซีเอสเคเอ มอสโก 10 ในนัดสอง รอบก่อนรองชนะเลิศ ผ่านเข้าไปตัดเชือกกับบาร์เซโลนา
อาร์เยน ร็อบเบน (บาเยิร์น มิวนิก)
อดีตปีกความเร็วจัดของพีเอสวี ยังคงความเป็นยอดนักเตะได้ไม่เสื่อมคลาย ตั้งแต่การเป็นหนึ่งในนักเตะตัวหลักของพีเอสวี กระทั่งข้ามฟากมาสร้างผลงานคว้าแชมป์มากมายกับเชลซียุค โจเซ มูรินโญ
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันกับแข้งดังด้วยกันสูงในทีมมาดริด ทำให้เขาต้องจำใจย้ายมาบาเยิร์น เพื่อโอกาสลงเล่นต่อเนื่องและสร้างผลงานไปเวิลด์คัพ ด้วยค่าตัว 25 ล้านยูโร (ราว 1,100 ล้านบาท) และก็ไปได้สวย ช่วยให้เสือใต้กลับสู่ความหวังลุ้นแชมป์ และยังทำผลงานดีวันดีคืน
จากที่เคยทำ 11 ประตู จาก 50 นัด ใน 2ฤดูกาลสมัยค้าแข้งกับราชันชุดขาว ปัจจุบันเขายิงไปแล้ว 11 ประตู จากการลงเล่นเพียง 20เกมของฤดูกาลแรกเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น 2 ใน 11 ประตูในจำนวนนั้น คือ ผลงานชิ้นโบแดงจากการยิงฟิออเรนตินาในบ้าน เป็นอะเวย์โกลที่พาบาเยิร์นเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศแชมเปียนส์ลีก และยิงประตูสำคัญในเกมพ่ายแมนฯ ยูไนเต็ด 23 ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดช่วยให้ทีมผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศครั้งแรกในรอบ 9 ปีด้วยกฎประตูทีมเยือนอีกหลังเสมอ 44







