
หทัยชนก สุวรรณทรรภ เกิดมาเพื่อเป็นดีไซเนอร์
สาวหน้าหวานตากลมโต แต่แอบนัยเซ็กซี่อย่าง เชอร์ลี่ย์หทัยชนก สุวรรณทรรภ อาจคุ้นหน้าคุ้นตาเธออยู่บ้างในฐานะพิธีกร “Ruby Sky” ทางช่องทรู 73
โดย...โยธิน อยู่จงดี ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข
สาวหน้าหวานตากลมโต แต่แอบนัยเซ็กซี่อย่าง เชอร์ลี่ย์หทัยชนก สุวรรณทรรภ อาจคุ้นหน้าคุ้นตาเธออยู่บ้างในฐานะพิธีกร “Ruby Sky” ทางช่องทรู 73 ซึ่งเป็นรายการท่องเที่ยวตามสไตล์ถนัดของเธอ อีกทั้งยังเป็นนักออกแบบจิวเวลรีในชื่อแบรนด์ของเธอเองอย่างเชอร์ลี่ย์ เจม ที่ออกแบบด้วยมือของเธอมามากกว่า 1,000 ชิ้น เป็นที่ยอมรับถึงดีไซน์ และคุณภาพในวงการเครื่องประดับชั้นแนวหน้าของเมืองไทย
เชอร์ลี่ย์ เป็นลูกสาวคนเดียวของ พล.ต.ต ทวีเกียรติ สุวรรณทรรภ อดีตผู้ช่วยบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และ จงกลณี สุวรรณทรรภ นักประพันธ์นวนิยายอันโด่งดังเช่นเรื่อง ชวา...ที่รัก, ดอกรักบานหลังฝน, มัจจุราชฮอลิเดย์, เกาะรัก ฯลฯ แต่ดูเหมือนว่าสายเลือดศิลปินรุ่นลูกที่ตกทอดมาถึงเชอร์ลี่ย์จะกลายเป็นความรักในงานศิลปะเสียมากกว่า
ดีไซเนอร์สาวเล่าถึงความหลังก่อนที่จะได้ทำงานเป็นดีไซเนอร์เครื่องประดับของเธอว่าเกิดเป็นเพราะความชอบในงานวาดเขียนมาตั้งแต่เด็ก ถึงขนาดที่เรียกได้ว่ามือว่างเมื่อไหร่เป็นได้จับปากกาดินสอขึ้นมาวาดภาพกันเลยทีเดียว โดยมักจะวาดรูปสิ่งต่างๆ ที่พบเห็น แค่มีเพียงกระดาษกับดินสอเธอก็สามารถที่จะนั่งอยู่ตรงนั้นเป็นชั่วโมงๆ
เวลาที่เพื่อนๆ คุณแม่แวะมาที่บ้านทุกคนจะได้รับแบบชุดหรือแบบจิวเวลรีน่ารักๆ ที่เธอออกแบบให้กับแขกที่แวะเวียนมาที่บ้าน คุณแม่เห็นแววความชอบของลูกก็พูดออกมาเลยว่า ถ้าถนัดออกมาแนวแบบนี้ไม่ใช่คงไม่ได้ชอบแนวสถาปนิก น่าจะเป็นดีไซเนอร์มากกว่า
หลังจากจบจากโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ เธอจึงได้ไปเรียนต่อในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทที่ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ทางด้านการออกแบบแฟชั่น ที่อคาเดมี ออฟ อาร์ต คอลเลจ (Fashion Merchandising, Academy of Arts College) และกลับมาเปิดร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับของเธอเอง
“หากถามว่าตั้งแต่ทำร้านของตัวเองมาประสบความสำเร็จมากแค่ไหน ก็คงตอบได้ว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ภูมิใจที่สุดก็คือ เมื่อครั้งที่สมเด็จพระราชินีแห่งมาเลเซียมาเยี่ยมชมร้านทรงชื่นชมผลงานการออกแบบของเธออย่างมาก ทรงเลือกซื้อสินค้าของเธอถึง 30 ชิ้น และเมื่อพระองค์กลับไปประเทศทรงเขียนจดหมายขอบคุณถึงความประทับใจส่งกลับมาอีกครั้ง ทำให้เรารู้สึกภูมิใจอย่างมากที่บุคคลสำคัญระดับประเทศชื่นชอบผลงานของเราเป็นพิเศษ” เชอร์ลี่ย์ เล่าความประทับใจครั้งหนึ่งในชีวิตด้วยแววตาที่สุกใสกว่าเดิม
หากมองที่สไตล์การออกแบบของเชอร์ลี่ย์ จะเน้นที่ความสวยงาม ความเป็นธรรมชาติ มีเรื่องราวในตัวที่สามารถอธิบายแนวคิดได้ว่า ทำไมถึงต้องเป็นลายนี้ ใช้อัญมณีชนิดนี้ สีนี้ เพื่อสื่อถึงอะไร และแต่ละชิ้นจะค่อนข้างเป็นงานโอเวอร์ไซส์ที่ใหญ่กว่าชิ้นงานปกติ แสดงถึงตัวตนของดีไซเนอร์อย่างชัดเจน
เธอแนะนำว่า การเป็นนักออกแบบที่ดี ต้องเริ่มจากการมีความชอบ ความถนัด และใจรักเป็นที่ตั้ง เธอโชคดีที่คุณแม่ค้นพบความสามารถตรงนี้ตั้งแต่เด็กๆ และปูทางจนประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งการที่คนเราจะประสบความสำเร็จในสายอาชีพอย่างใดอย่างหนึ่งต้องรู้ก่อนว่าชอบหรืออยากจะเป็นอะไรและพัฒนาตัวเองไปในทางนั้น
ส่วนคนที่จะเป็นดีไซเนอร์ที่ดี ต้องมีความสามารถในการวาดเป็นพื้นฐาน สิ่งที่ต้องเพิ่มเติมขึ้นมาคือการที่เราต้องรู้สเกลของสินค้าที่เราออกแบบ ว่าเล็กใหญ่ขนาดไหน ออกแบบแล้วจะสามารถทำได้จริงไหม ช่างจะสามารถทำตามที่เราออกแบบได้หรือเปล่า เพราะงานออกแบบบางอย่างก็ไม่สามารถสร้างได้จริงหรือสร้างได้แต่ใช้งานจริงลำบากก็มี
ต่อมาคือเราต้องรู้จักวัสดุที่ใช้ทำอย่างดี ตรงนี้ต้องใช้ประสบการณ์เข้ามาช่วยดูว่าอัญมณีแบบไหนเหมาะกับอะไร สี ขนาด ของแท้ของปลอมต้องดูให้ออก และรู้ด้วยว่าสามารถออกแบบอย่างไหนได้บ้าง ขั้นตอนการทำทั้งหมดเป็นอย่างไร และต้องทำเป็นด้วย ซึ่งตรงนี้ สำหรับตัวเชอร์ลี่ย์เองก็ได้ความรู้จากช่างฝีมือเครื่องประดับเยอะมาก เผลอๆ จะมากกว่าที่ไปเรียนจากเมืองนอกมาด้วยซ้ำ
สุดท้ายคือแรงบันดาลใจในการออกแบบ การออกแบบทั่วไปคือการหยิบจับสิ่งใดสิ่งหนึ่งรอบๆ ตัวมาสร้างเป็นผลงาน ซึ่งที่จริงแล้วก็ควรเป็นอย่างนั้น แต่สำหรับเชอร์ลี่ย์แล้วการทำตามขั้นตอนก็ไม่จำเป็นเสมอไป หลายๆ ชิ้นก็ออกแบบมาเป็นชิ้นงานก่อนที่จะมีแรงบันดาลใจเสียด้วยซ้ำ ศิลปะไม่มีขั้นตอน ไม่มีกรอบ ไม่มีถูกหรือผิด
“คนที่ห่วงว่าจะเป็นดีไซเนอร์ที่ดีจะต้องจบจากเมืองนอก เชอร์ลี่ย์บอกได้เลยว่าไม่จริง การไปเรียนเมืองนอกมีข้อดีในเรื่องของการเปิดโลกทัศน์ ได้ท่องเที่ยว ได้เรียนรู้สิ่งแวดล้อมต่างๆ หรือความรู้บางอย่างที่ไม่มีในเมืองไทย แต่ถามว่าจบจากเมืองนอกแล้วจะออกแบบสวยกว่าดีกว่าคนที่จบดีไซเนอร์ในประเทศไหม คำตอบก็คงไม่ใช่ ความรู้ในการออกแบบอัญมณีเครื่องประดับหลายๆ อย่างก็ได้จากช่างในเมืองไทย และงานเครื่องประดับของคนไทยก็เป็นที่ยอมรับและต้องการในตลาดต่างประเทศอย่างมาก” เชอร์ลี่ย์ทิ้งท้ายสำหรับคนที่สนใจอยากจะเป็นดีไซเนอร์ออกแบบเครื่องประดับ ที่ทุกอย่างล้วนอยู่ที่ตัวของเราเอง สำคัญที่สุดคือเมื่อคิดแล้วต้องปลดปล่อยออกมาเป็นผลงานของเราให้ได้







