
ศึกชิงบัลลังก์ประมุขลูกหนังไทย ฉบับสามก๊ก
ซุนวูผู้เขียนตำราพิชัยสงครามชาวจีน เคยกล่าวไว้ว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” และเนื่องด้วยปรัชญาข้อนี้ถูกพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริงในหลายๆ วงการ
โดย...มิวโกโตะ
ซุนวูผู้เขียนตำราพิชัยสงครามชาวจีน เคยกล่าวไว้ว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” และเนื่องด้วยปรัชญาข้อนี้ถูกพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผลจริงในหลายๆ วงการ การเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยที่กำลังจะเกิดขึ้นปีนี้ จึงมีการแอบหยิบยกตำราดังกล่าวมาห้ำหั่นกัน ทำให้ศึกชิงบัลลังก์ประมุขครั้งนี้เข้มข้นกว่าครั้งไหนๆ เพราะแต่ละฝ่ายเดินหมากกันอย่างแยบยล
ป้องกันแชมป์
หลังจากรู้ดีว่ากระแสผู้ท้าชิงมาแรงอาจแซงทางโค้ง “บังยี” วรวีร์ มะกูดี เจ้าของบัลลังก์บอลไทยจึงชิงรุกฆาตก่อนด้วยการประกาศโป้งว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องใช้ธรรมนูญฟีฟ่าฉบับใหม่มาใช้ควบคู่กัน หากไม่ทำตาม อนาคตอาจถูกแบนห้ามร่วมสังฆกรรมเวทีนานาชาติ ประเด็นนี้แหละถือเป็นชนวนเหตุดราม่า เพราะ พินิจ งามพริ้ง หัวหน้ากลุ่มเชียร์ไทย หนึ่งในผู้ท้าชิงการเลือกตั้งครั้งนี้ รีบตั้งข้อสังเกตว่า ธรรมนูญฟีฟ่าใหม่เขาตั้งโครงมาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว แต่เหตุใดจึงเพิ่งมาเร่งรัดในวินาทีหน้าสิ่วหน้าขวานตอนนี้
ธรรมนูญใหม่ใครได้เปรียบ
เชื่อว่าสาเหตุที่ บังยี รีบร้อนใช้ธรรมนูญใหม่ฟีฟ่า อาจมาจากความได้เปรียบเรื่องวิธีการเลือกตั้งก็เป็นได้ เนื่องจากเดิมใช้วิธีให้สมาชิก 183 เสียงโหวต ส่วนธรรมนูญใหม่ใช้ระบบ 72 เสียงเลือกตั้ง ซึ่งเดิมที วรวีร์ นี่แหละโปรดปรานระบบเดิมมาโดยตลอดเพราะมีพวกในวงการเยอะ แต่สถานการณ์ในปัจจุบันเริ่มมีเสียงแตก มีแบ่งพรรคแบ่งก๊ก อีกทั้งคู่แข่งสำคัญศึกนี้อย่าง “บิ๊กกร๊อง” วิรัช ชาญพานิชย์ และ พินิจ ยังมี เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บิ๊กบอสแดนอีสานเป็นแบ็กอัพ งานนี้จึงอยู่นิ่งไม่ได้
เมื่อรู้ว่ามีแรงเสียดทานเรื่องนี้แน่นอน ท่านนายกช้างศึกจึงชิงแก้ลำด้วยการนำ เธียรี เลอเกอเนส ผู้อำนวยการฝ่ายดูแลชาติสมาชิกและพัฒนาของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และ เจมส์ จอห์นสัน ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายดูแลชาติสมาชิก มาร่วมกันตอบข้อซักถามเกี่ยวกับข้อบังคับ เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ซึ่งจากการที่ได้ร่วมฟังก็รู้สึกว่าวกไปวนมา
ใจความสำคัญหลักๆ ที่ตัวแทนทางฟีฟ่าตอบคือ ต้องการให้ไทยใช้ธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อปรับมาตรฐานให้ตรงกัน ซึ่งผู้ท้าชิงก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเร่งรัดใช้ เพราะเมื่อถูกยิงคำถามว่าให้เลือกตั้งไปก่อนได้หรือไม่
เนื่องจากวาระ บังยี ก็จะหมดในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ และตามกฎหมายก็ต้องเลือกตั้งใหม่ภายใน 30 วัน จากนั้นค่อยให้เปลี่ยนนายกคนใหม่ เปลี่ยนธรรมนูญตามที่ฟีฟ่าต้องการตามกำหนดเดิมวันที่ 1 ก.ย. แต่ทาง 2 ตัวแทนกลับอ้ำอึ้งๆ และก่อนจะเสียงแข็งว่าให้ใช้เถอะ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นภายหลัง ถึงขั้นเปรยว่าไทยอาจถูกถอดออกจากประเทศสมาชิกก็ได้ ถ้าดันทุรัง
“ตั้งแต่การประชุมคองเกรสในปี 2004 ทางฟีฟ่าให้มีการจัดงานปรับธรรมนูญสมาชิกให้เข้ากับหลักเกณฑ์ของฟีฟ่า และเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และทางฟีฟ่าเองก็ได้มีการพูดคุยกว่า 209 สมาคมแล้วด้วย ส่วนในเรื่องวันที่ 31 พ.ค.ที่มีการประชุมใหญ่ ที่เกาะมอริเชียส ฟีฟ่าได้เน้นให้รับรองธรรมนูญฉบับใหม่ของฟีฟ่าในการเลือกตั้งในปี 2013 ของทุกสมาคม รวมถึงเคยได้แจ้งด้วยว่าการเลือกตั้งใดก็ตามในปีนี้จะต้องมีการรับรองธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการบริหารงานของสมาคม ส่วนการเลือกตั้งก็ไม่ควรเกิน 30 ก.ย. เพื่อที่จะไม่ให้สโมสรสมาชิกจัดการการเลือกตั้งกันเอง แต่ถ้าสโมสรสมาชิกไม่รับรองธรรมนูญใหม่ในวันที่ 15 มิ.ย. ตามข้อบังคับของฟีฟ่า ทางสมาคมฯ ก็จะโดนพักจากการเป็นสมาชิกของฟีฟ่าทันที ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ทางฟีฟ่าไม่อยากให้เกิดขึ้น” เลอ-เกอเนส กล่าว
จริงๆ แล้วกรณีเดียวที่จะถูกฟีฟ่าลงโทษแบนเราได้คือ หลังวันที่ 31 ส.ค. เท่านั้น หากไทยไม่เปลี่ยนธรรมนูญ แต่หลังจากที่ พินิจ ไปศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์ ก็ได้คำตอบและออกมานอนยันแล้วว่าฟีฟ่าไม่เคยบัญญัติบทลงโทษชาติสมาชิก เพราะฉะนั้นสมาคมไม่ต้องตื่นตูม หากว่านำธรรมนูญฟีฟ่าใหม่มาใช้ไม่ทันวาระเลือกตั้งหนนี้
“สิ่งที่สมาคมฟุตบอลฯ แจ้งให้สาธารณชนได้รับทราบว่าจะถูกแบนจากฟีฟ่า หากไม่นำธรรมนูญใหม่มาใช้ถือว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด อีกทั้งฟีฟ่าก็ไม่ได้บัญญัติกฎข้อนี้ขึ้นมา เพียงแค่ว่าสมาคมฟุตบอลฯ ต้องการดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ่งธรรมนูญใหม่ ในอดีตที่ผ่านมายังไม่เคยมีเคสที่ว่าชาติสมาชิกถูกแบนเพราะไม่ใช้ธรรมนูญใหม่ ประเด็นที่จะถูกแบนคงไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่แท้ที่จริงธรรมนูญใหม่น่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้คุณวรวีร์ได้เปรียบในเรื่องของการเลือกตั้งมากกว่า” ประธานกลุ่มเชียร์ไทย กล่าว
อย่างไรก็ตาม แฟนบอลยังมีเวลาหายใจหายคอ เนื่องจากงานประชุมใหญ่วิสามัญเรื่องลงมติรับธรรมนูญใหม่เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 15 มิ.ย. ถูกยกเลิก ตามคำสั่งศาลจังหวัดมีนบุรีที่มีคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉินตามคำร้องของสโมสรพัทยา เอฟซี เป็นผลให้การประชุมดังกล่าวต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งสมาคมฟุตบอลฯ ได้ทำเรื่องแจ้งไปยังฟีฟ่าแล้ว และมีข่าวว่าฟีฟ่าจะทำจดหมายขอร้องให้ พัทยา ถอนฟ้องในวันจันทร์ที่ 17 มิ.ย.นี้
สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุด ณฐภณ ปัญญาคณานุกูล บอสใหญ่ บริษัท สโมสรพัทยา ยืนยันไม่ถอนฟ้องสมาคมฟุตบอลฯ แน่นอน เนื่องจากไม่พอใจที่ทีมระดับรากหญ้าถูกตัดสิทธิในการเลือกตั้งภายใต้ธรรมนูญฉบับใหม่
“สาเหตุที่เราทำการฟ้องร้องสมาคมฟุตบอลฯ เป็นเพราะเราต้องการรักษาสิทธิของตัวเองและอีกหลายๆ ทีมที่เป็นสมาชิกของสมาคมฟุตบอลฯ ที่ถูกตัดสิทธิในการเลือกตั้ง พวกเราทีมระดับฟุตบอลถ้วยพระราชทาน จ่ายเงินบำรุงสมาคมฟุตบอลฯ ทุกปี ปีละจำนวนไม่น้อย แต่กลับจะไม่มีสิทธิเลือกตั้งนายกสมาคมฯ ตามธรรมนูญใหม่ ดังนั้นเราจำเป็นต้องฟ้องสมาคมฟุตบอลฯ เพื่อทวงความเป็นธรรม และจะไม่ทำการถอนฟ้องอย่างเด็ดขาด ส่วนผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร คงต้องให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน” บอสพัทยา เผย
Counter Attack
ในขณะที่ทุกอย่างจะดูเข้าทาง บังยี ทั้งเรื่องธรรมนูญฉบับใหม่ และเรื่องคำสั่งศาลที่ช่วยขยายเวลาให้ได้ตั้งหลักวางหมาก ด้าน อรรณพ สิงห์โตทอง รองประธานสโมสรชลบุรี เอฟซี ก็ใช้เกมสวนกลับเร็วโจมตีทันที โดยเตรียมรวบรวมเสียงสโมสรสมาชิก 1 ใน 3 จากทั้งหมด เพื่อยื่นเรื่องต่อการกีฬาแห่งประเทศไทย ให้เข้าจัดการประชุมเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ภายใน 30 วัน ตามอำนาจของพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2528
“ผมคิดว่าสมาคมควรจะจัดการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ ให้เร็วที่สุด เนื่องจากวาระคนเก่าหมดลงแล้ว โดยหลังจากนี้ทางสโมสรสมาชิกจะรวบรวมเสียงให้ได้ 1 ใน 3 (ประมาณ 61 จากทั้งหมด 183 เสียง) เพื่อขอให้สมาคมจัดการเลือกตั้งภายใน 30 วัน หากไม่ปฏิบัติตามก็จะยื่นไปที่ทาง กกท.ให้เข้ามาจัดการเลือกตั้งตาม พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทยฯ ส่วนเรื่องธรรมนูญใหม่ยินดีที่จะปฏิบัติตามฟีฟ่า โดยให้นายกคนใหม่ก็สามารถดำเนินการเรื่องนี้” อรรณพ กล่าว
ขณะที่ “บิ๊กกร๊อง” ขอดูท่าที กกท.และทางสมาคมฯ ก่อนว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่เบื้องต้นเห็นสมควรว่าต้องมีการจัดการเลือกตั้งขึ้นก่อน หลังจากที่นายกคนเก่าครบวาระ
ทั้งหมดนี้คือหมัดเด็ดที่ทั้งสองฝ่ายต่างงัดกลยุทธ์เพื่อชนะศึกครั้งนี้ ขนาดแค่ต้นเรื่องยังหักเหลี่ยมเฉือนคมกันขนาดนี้ หากได้บทสรุปจริงๆ ไม่รู้จะวุ่นวายขนาดไหน แต่ในฐานะแฟนบอลชาวไทยอยากฝากให้นายกคนใหม่แคร์ความรู้สึกพวกผมบ้าง เพราะเวลาแพ้แบบหมดท่าทีไร เราเจ็บจี๊ดทุกครั้งคุณรู้มั้ยยย!!!







