
เมืองทางเลือก
“ลองเอามาเขย่ากันดีไหม ให้เหมือนในเว็บที่เขาเขย่ากัน 5,000 รอบน่ะ” สองสาวกล่าวอย่างน่าสนุกในโต๊ะทำงาน
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
“ลองเอามาเขย่ากันดีไหม ให้เหมือนในเว็บที่เขาเขย่ากัน 5,000 รอบน่ะ” สองสาวกล่าวอย่างน่าสนุกในโต๊ะทำงาน ก่อนที่หัวหน้าของพวกเธอจะเป็นคนขัดจังหวะด้วยการเริ่มปฏิบัติการสุดเร้าใจยิ่งกว่าสาวเชกในยุค อังคณา ทิมดี
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่กาแฟยุค 80s และไม่ใช่ปาร์ตี้ค็อกเทลในที่ทำงาน แต่เป็นขนมหมี โคอาลา มาร์ช ที่หลายคนกำลังพูดถึงกันตามเว็บไซต์ จากไอเดียการกินแหวกแนวที่เอามาเขย่าจนหมีแต่ละตัวรวมร่างกันเป็นช็อกบอลลูกใหญ่
ขนมหมีทำให้นึกย้อนอดีตกลับไปกว่า 20 ปีที่แล้ว สมัยนั้นจัดเป็นขนมไฮโซที่ไม่ใช่เด็กทุกคนจะซื้อกินได้ เพราะถือเป็นขนมอิมปอร์ตราคาแพง
กว่าจะได้กินต้องปั่นจักรยานไปซื้อตามร้านขายของหนีภาษีจากใต้เอา ซองเล็กก็ปาเข้าไป 15 บาทแล้ว ซึ่งจัดว่าแพงมากในสมัยนั้น หากเป็นราคาสมัยนี้ก็ต้องบวกเงินเฟ้อไปอีกกว่าเท่าตัว เดือนหนึ่งจะได้กินก็ไม่เกิน 2-3 ซองเท่านั้น แล้วแต่เงินค่าขนมที่เก็บได้ ใครเอามากินโชว์ที่โรงเรียนยิ่งแบบเป็นกล่องนี่ โอ้โห...เป็นคุณหนูไปเลย แบบว่าบ้านมันรวย
แต่แล้วเวลาก็ผ่านไปอย่างติดปีก ขนมที่เคยถือเป็นของวัดฐานะและความเก๋ในยุคสมัยนั้น กลายเป็นขนม “แมส” ที่ทุกคนจับต้องได้แล้วในวันนี้ เมื่อมีการมาตั้งโรงงานขึ้นในประเทศไทยเมื่อ 3 ปีก่อน ทำให้มีการผลิตออกมาปริมาณมากในราคาถูก (ลง)
ขนมหมีก็เป็นอีกหนึ่งในสินค้านับล้านชิ้นที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในเวลาแค่ 10-20 ปี จากกระบวนการผลิตสินค้าในยุคสมัยใหม่เพื่อให้เกิดผลกำไรมากที่สุด โรงงานหลายแห่งทั่วโลกจึงโยกย้ายฐานการผลิตมายังประเทศที่ถูกกว่า และยังมีการปรับลดสเปกวัตถุดิบเพื่อประหยัดต้นทุนลง ซึ่งยังรวมไปถึงการบริการหลายประเภท เช่น โลว์คอสต์ แอร์ไลน์ ที่ทำให้การเที่ยวเมืองนอกไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป
ช่องว่างทางสังคม (เสี้ยวหนึ่ง) จึงถูกเติมเต็มจากสินค้าและบริการในยุคประหยัดทั้งหลาย และเมื่อบวกกับการตลาดแบบ Viral หรือแบบปากต่อปากไฟลามทุ่ง โดยเฉพาะบนโลกออนไลน์ ก็ยิ่งทำให้สังคมในเมืองใหญ่แทบจะเหมือนกันไปหมด
แม้จะต่างเกรดหลากยี่ห้อ แต่เราก็มีของประเภทเดียวกัน กินร้านอร่อยที่เขาว่ากัน และไปเที่ยวที่เดียวกัน หรือที่เรียกว่าอินเทรนด์เหมือนๆ กัน
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่การตำหนิหรือจิกกัดการตลาดแบบแมส ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไร และหากไม่ต้องการเหมือนชาวบ้าน ก็ยังมีทางเลือกหลักๆ อีกถึง 3 ทางด้วยกัน
หลายคนที่มีทุนทรัพย์เลือกที่จะใช้สินค้าและบริการแบบ “พรีเมียม” ที่แพงกว่า และแสดงให้เห็นความต่างที่เหนือกว่าในแง่อำนาจการซื้อ เห็นได้จากสินค้าลิมิเต็ดทั้งหลาย
หลายคนมาเหนือกว่าใช้ “ความคิดสร้างสรรค์” สู้กับเงินตรา ซึ่งแมสนี่ล่ะที่เป็นตัวผลักดันไอเดียและนวัตกรรมมาแล้วในหลายประเทศให้เกิดความต่างด้านคุณภาพและอื่นๆ ตามแต่จะจินตนาการ
สำหรับพวกที่ไม่มีทั้งทุน ไอเดีย และยังไม่อยากเหมือนใครด้วยนั้น ก็อาจต้องลดสเปกลงพร้อมเติมเต็มคำว่า “พอเพียง” และ “พอใจ” ใส่กำกับเข้าไป แค่นี้ก็ต่างได้แบบไร้ความกดดัน กล้วยน้ำว้า 1 หวี ราคาเท่าขนมหมี อร่อยได้ อิ่มกว่ากันด้วย
ใช้ชีวิตบนความพอใจเถอะค่ะ







