posttoday

เพื่อนที่ไม่เคยเปลี่ยน

15 มิถุนายน 2556

ว่ากันว่าเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ ถ้ายังสานความสัมพันธ์พบปะพูดคุยกันอย่างเคย หากวันนี้ยังคบกันได้ ก็น่าจะเรียกว่ามองตาก็เห็นไปถึงไส้ว่ามีกี่ขด

โดย...เบญจมาศ เลิศไพบูลย์ ภาพภัทรชัย ปรีชาพานิช

 

ว่ากันว่าเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ ถ้ายังสานความสัมพันธ์พบปะพูดคุยกันอย่างเคย หากวันนี้ยังคบกันได้ ก็น่าจะเรียกว่ามองตาก็เห็นไปถึงไส้ว่ามีกี่ขด

“เต๋” วิทัย รัตนากร ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงิน บริษัท สายการบินนกแอร์ ที่กำลังจะดันหุ้นเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เร็วๆ นี้ และ “ติ๊ก” มนฑิณี ยงวิกุล ผู้เชี่ยวชาญนโยบายและแผน ฝ่ายนโยบายและพัฒนา ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ทีซีดีซี) เป็นคู่ซี้ที่ไม่ใช่คู่จิ้น ที่หลายคนเห็นเพื่อนรักคู่นี้แล้วมักจะต้องได้ยินเสียงหัวเราะตามมาด้วยเสมอ

ทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่เป็นเฟรชชี ในปี 2532

&<2288;

เพราะเธอคือเพื่อนแท้

วิทัย เล่าว่า “ผมรู้จักกับติ๊กตั้งแต่เรียนปี 1 จนปัจจุบันนี้ก็ 24 ปีแล้ว ตลอด 24 ปีนี้ เราก็ติดต่อกันตลอด แม้หน้าที่การงานจะเพิ่มมากขึ้นและต้องดูแลครอบครัว ก็โทรหากันหรือนัดกินข้าวรวมกลุ่มกับเพื่อนสนิท และวันที่ผมจะต้องไปนั่งกินข้าวกับเขาทุกปืคือวันที่ 16 ก.พ. เพราะมันคือวันเกิดของเขา ผมถือว่ามันเป็นวันพิเศษที่ผมจะทำให้เพื่อนผมมีความสุข”

ก่อนที่เพื่อนรักต่างเพศจะมาสนิทสนมกันได้มากมายขนาดนี้ มูลเหตุมาจากการที่วิทัยไม่ชอบเข้าเรียน ซึ่งที่ธรรมศาสตร์ไม่เช็กชื่อเช็กเวลาเรียน ก็เลยโดดเรียนบ่อยๆ ใกล้สอบจึงจะเข้ามาติว โดยมีมนฑินีเป็นคนคอยหาเลกเชอร์ให้เพื่อนจอมโดด

“เขาเป็นสาวนักกิจกรรม อยู่ชมรมยูโด เพื่อนแยะมีเครือข่ายมาก เวลาหาเลกเชอร์จะหาได้เร็ว ผมว่าเพื่อนผมมันเป็นทอม สมัยเรียนตัดผมสั้น แต่งตัวเหมือนเด็กผู้ชาย ใส่แว่นหนาเตอะ ลุยๆ พาไปที่ลำบากขนาดไหนก็ไม่เคยบ่น เพิ่งจะมาเปลี่ยนเป็นผู้หญิงเมื่อไม่กี่ปีมานี่เอง” วิทัยพูดพร้อมกับหัวเราะ

ถึงจะโดดเรียนเป็นอาชีพ แต่วิทัยก็เรียนจบภายใน 3 ปีครึ่ง ทำคะแนนได้เกียรตินิยมอันดับ 2 เรียนจบก่อนเพื่อนก็แล่นออกไปสมัครงานตำแหน่งนักวิเคราะห์ที่บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร ก่อนที่จะไปเรียนต่อที่อเมริกา

“ตอนที่ผมไปเรียนที่ฟิลาเดลเฟีย การติดต่อสื่อสารกับเพื่อนๆ จะใช้วิธีการเขียนจดหมายถึงกัน สมัยนั้นยังไม่มีอินเทอร์เน็ต ติ๊กก็เขียนจดหมายมาหาแต่สองสามเดือนฉบับหนึ่ง แต่ถ้าคิดถึงจริงๆ หรือมีเรื่องที่ผมอยากเล่าหรือขอคำปรึกษา ผมจะโทรมาหาเขา

วันหนึ่งเขาโทรมาหาผม แต่ผมไม่อยู่ ผมโทรกลับไปตกใจเพราะเพื่อนผมร้องไห้สะอึกสะอื้น เล่าให้ฟังว่าเขาอกหักเพราะหลงรักรุ่นพี่ ผมก็ปลอบใจ ที่ตกใจเพราะเขาเป็นคนเข้มแข็ง ผมไม่เคยเห็นเขาร้องไห้” วิทัยเล่าถึงเพื่อนสาวที่เขาล้อมาตลอดว่าเธอเป็นทอมบอย

หลังจากนั้นเขาก็เรียนจบกลับมาทำงานที่ธนาคารกรุงเทพ ในขณะที่มนฑินีเลือกที่จะเป็นนักข่าวเศรษฐกิจที่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ทำข่าวประจำธนาคารแห่งประเทศไทย ช่วงนี้เองที่ทำให้เพื่อนเก่าสนิทกันมากขึ้น

“ผมทำงานอยู่ในฝ่ายค้าเงิน ช่วงปี 2539 กำลังจะเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ช่วงนั้นฝ่ายค้าเงินมีงานเยอะ มีเรื่องการเก็งกำไรค่าเงินบาท ซึ่งติ๊กจะโทรศัพท์มาหาผมเพื่อขอคำอธิบายหลักการค้าเงินทางเทคนิค บางครั้งก็ขอให้ผมลงมาติวให้กับเพื่อนนักข่าวของเขา ผมก็ยินดี ตอนนั้นมีคนเข้าใจเรื่องค้าเงินเรื่องระบบเงินตราของไทยอย่างลึกซึ้งน้อย ทำให้ผมได้เพื่อนสนิทเป็นนักข่าวอีกหลายคน เราก็จะคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันตลอด” วิทัย กล่าว

วิทัยหัวเราะก่อนจะพูดถึงเพื่อนสาวว่า “สำหรับผม ติ๊กเป็นเพื่อน เป็นน้องสาว เขาจะดูแลผม คอยถามเป็นห่วงเป็นใย เขาทำให้ผมสนุกและรู้อะไรแปลกๆ เยอะนะ ผมเรียนโรงเรียนชายล้วนที่อัสสัมชัญ ผมมามีเพื่อนผู้หญิงเยอะที่ธรรมศาสตร์ ตอนนี้ก็มีเพื่อนสนิทหลายกลุ่ม ก็ผลัดกันไปสังสรรค์

ผมไม่ค่อยได้ใช้ชีวิตโลดโผน เวลาผมอยากไปทำอะไรแปลกๆ ผมจะชวนเขาไป ไม่อายที่จะบอกเขาว่าผมไม่รู้ ผมไม่เคยไปมาบุญครอง ผมไม่เคยกินก๋วยเตี๋ยวข้างถนน ติ๊กหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง แต่เขาพาผมไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ไหน ผมจำไม่ได้แล้ว คำแรกที่เข้าปากรู้สึกว่าอร่อยมาก จนต้องแอบกลับมากินคนเดียวอีกหลายๆ ครั้ง อยากไปเที่ยวเกาะเราก็แบกเป้ไปเที่ยวกันสองคนที่เกาะสมุยผมเป็นคนแพ้น้ำทะเลแต่อยากเที่ยวทะเลก็เป็นภาระของเพื่อนต้องมานั่งคอยดูแลผม”

“แม้กระทั่งเรื่องความรัก ผมไปชอบใครก็มาปรึกษาเขา เขาก็ให้คำแนะนำที่ดี จนผมแต่งงานเรียบร้อย ตอนนี้คุณเก๋ภรรยาผมเพิ่งคลอดลูกสาวได้ 3 เดือน น้องสลิลน่ารักมาก ผมชอบเด็กผู้หญิง เพราะตลอดชีวิตใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับผู้ชายมาตลอด พี่น้องผม 3 คน ก็เป็นชายล้วน หลานๆ ผมก็เป็นผู้ชาย ลูกสาวผมถือเป็นเด็กผู้หญิงคนแรกของบ้าน ทุกคนดีใจ ผมว่าผู้หญิงอ่อนโยน น่ารัก”

แม้จะแต่งงาน มีครอบครัว แต่เพื่อนก็ยังนัดสังสรรค์กันเสมอ มีปัญหาอะไรก็คุยกับภรรยา แล้วก็คุยกับเพื่อน ซึ่งแต่ละคนจะให้มุมมองแก้ไขปัญหาที่แตกต่างออกไป

“ถ้าถามผมว่าผมห่วงเขาเรื่องอะไร ผมอยากให้เขาแต่งงานเสียที (หัวเราะ) ติ๊กเป็นคนบ้างานทุ่มเทกับงานมาก จนไม่ค่อยได้ไปทำอะไร ไปเจอใคร เขาจะได้มีเพื่อนที่คุยได้ทุกเรื่องเหมือนที่ผมมีคุณเก๋ เดี๋ยวนี้เขาก็แต่งตัวเป็นผู้หญิงขึ้น เปลี่ยนไปจากตอนเรียนมาก ผมจะคอยติเวลาเขาแต่งตัวแก่ เพราะผมอยากให้เขาดูดี อยากให้เขามีแฟนซะที” แล้วคุณพ่อลูกหนึ่งก็หัวเราะร่วน

เพราะเพื่อนไม่เคยมีข้อแม้

ลองมาฟังมนฑินีพูดถึงเพื่อนที่วันนี้กลายเป็นผู้บริหารที่ดูแลด้านการเงินของสายการบินโลว์คอสต์แห่งชาติบ้าง

“เต๋เหรอ เป็นผู้ชายปากร้าย และสร้างสรรค์คำเปรียบเปรยเพื่อนอย่างแสบๆ เป็นคนเนี้ยบ เสื้อผ้าหน้าผมต้องกริ๊บ เสื้อเชิ้ตต้องขาว ต้องตัดไม่ซื้อเสื้อสำเร็จรูปใส่ เขาจะปัดผมเสยขึ้นไปตั้งกระบัง ทุกครั้งที่เห็นจะขำมากเพราะมันทำให้เขาดูแก่ ชอบวิจารณ์การแต่งตัวของเพื่อนๆ คนนี้แต่งตัวสวย คนนี้ไม่สวย สีไม่เข้ากัน อ้วนไป ผอมไป คือชอบวิจารณ์ให้เพื่อนด่า” มนฑิณีพูดพร้อมหัวเราะขำ

“ขอบอกว่านี่แหละหนุ่มเมโทรเซ็กชวลรุ่นแรก สมัยก่อนไม่มีศัพท์คำนี้ไม่มีใครรู้จัก พูดแล้วก็เข้าใจว่าเป็นเกย์ แต่เดี๋ยวนี้น่าจะแยกได้แล้วว่าเป็นยังไง”

เพื่อนสนิทคนนี้มีอะไรดีบ้าง “เต๋เหมือนเป็นคนตลก ขี้เล่น แต่เขาเป็นคนจริงจัง ทำงานหนัก ตั้งใจมาก เวลาเจอกันเราจะไม่คุยเรื่องงาน เพราะต้องการผ่อนคลายบ้าง เขาเป็นคนอบอุ่น เวลามีปัญหาคุยด้วยแล้วสบายใจ แต่เขาโลกแคบ หมายถึงเขาไม่ค่อยซอกแซก ไม่ค่อยได้ใช้ชีวิตออกนอกลู่นอกทาง เขาเป็นคุณหนู ทำให้ไม่เคยรู้ว่าโลกข้างนอกมันมีหลายแบบ

ติ๊กจะขำเวลาที่ชวนเขาไปไหน แล้วเขาจะร้องอู้ ว้าว แบบตื่นเต้นตลอดเวลา ไม่รู้ว่ามีแบบนี้ด้วยเหรอ อย่างงานวัดอะไรนี่ ไม่เคยไป กินก๋วยเตี๋ยวข้างถนนไม่เคย ไปเดินห้างสรรพสินค้าเล็กๆ ไม่เคย เราก็จะพาไปตะลุย หรือบางครั้งเขาจะมาบอกว่าอยากไปตรงนี้ เราก็จะบอกว่าหาเวลาว่างไปดูกัน อะไรอย่างงี้ อยากไปทำอะไรทุเรศๆ จะมาชวนทุกที”

วิทัยเป็นผู้ชายขี้แพ้ มนฑิณี บอกว่า ที่ว่าวิทัยเป็นคนขี้แพ้ เพราะเป็นคนแพ้น้ำทะเล อยากไปทะเล โดนน้ำทะเลแล้วผื่นขึ้น ต้องกินยาแก้แพ้ โดนแมลงกัดก็แพ้ ทำอะไรก็แพ้ผื่นขึ้นทั้งตัว เมื่อก่อนตอนเรียนเวลาออกค่ายไปไหนกันที่คณะ เต๋จะต้องเป็นภาระให้เพื่อนช่วยกันดูแล แต่ไม่น่าเชื่อว่าเดี๋ยวนี้เขาหายได้ยังไง

“ไม่ได้รู้สึกว่าเต๋เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง แต่เป็นเพื่อนที่คบกันมานาน คุยกันได้ทุกเรื่อง เป็นเพื่อนที่ไม่มีข้อแม้ แม้จะชอบด่าพี่ว่าวันนี้ไม่สวย เพราะเต๋เป็นผู้ชายที่ชอบมองผู้หญิงสวย แต่เราก็ไม่เคยโกรธคิดว่าเพื่อนเรามันบ้า”

มนฑินี บอกว่า อย่าไปเชื่อถ้าวิทัยบอกว่าเธอเป็นทอมบอย แค่ชอบแต่งตัวสบายๆ เท่านั้นเอง นักข่าวไม่ค่อยสนใจแต่งตัว สนใจแต่งาน ช่วงที่เป็นนักข่าวก็ได้วิทัยช่วยอธิบายได้ความรู้มาใช้ในงานหลายๆ เรื่อง แถมมีความคิดว่าเพื่อนเราคือเพื่อนเขา ฉะนั้นเพื่อนสนิทเธอหลายคนได้กลายเป็นเพื่อนสนิทของเขาด้วย

“เวลาเขามีปัญหากับแฟนก็จะมาเล่าให้ฟังเหมือนกัน จนเขาแต่งงานไป เราก็ดีใจที่เพื่อนเราได้เป็นฝั่งเป็นฝาเสียที แต่เขาก็ห่วงเราและชอบพูดติดตลกว่าจะทำห้องคนใช้ไว้ให้ไปอยู่ ถ้าหากติ๊กไม่ได้แต่งงาน และไม่มีคนดูแลตอนแก่” มนฑินีพูดแล้วก็หัวเราะ

สำหรับเพื่อนคนนี้ มนฑินี บอกว่า ยี่สิบกว่าปีที่เป็นเพื่อนกันมา ไม่เคยทะเลาะกัน มีปัญหาจะโทรไปเล่าให้ฟัง เราต่างคนต่างมีชีวิต แต่ทุกครั้งที่เจอกันเรายังรู้สึกเหมือนเดิม ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ความเป็นเพื่อนไม่เคยเปลี่ยน

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?