posttoday
คอลเซ็นเตอร์

คอลเซ็นเตอร์

13 มิถุนายน 2556

โดย...ปู โลกเบี้ยว

โดย...ปู โลกเบี้ยว

เทคโนโลยีต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาในสมัยนี้ ก็เพื่อให้ผู้คนได้รับความสะดวกสบาย สื่อสารและได้รับข่าวสารซึ่งกันและกันได้รวดเร็วขึ้น เครื่องมือเหล่านี้เปรียบเสมือนหุ่นยนต์ที่ทำตามคำสั่งของมนุษย์ไม่มีชีวิตจิตใจ แต่คนที่ใช้งานมันก็ไม่ใช่ว่าจะต้องกลายเป็นมนุษย์ไฮเทคตามมัน ขนาดที่ขาดจิตวิญญาณ หรือไร้มารยาท ไร้ศีลธรรม ชิมิ

บรรดาพวกคอลเซ็นเตอร์ทั้งหลายส่วนใหญ่ก็มักจะคล้ายๆ พวกมนุษย์หุ่นยนต์เข้าไปทุกทีแล้ว คือ พูดได้ตอบได้ตามที่เขาจัดสรรมาให้เท่านั้น นอกนั้นถ้าเป็นเรื่องอื่นหรือคำถามที่ไม่ได้อยู่ในระบบ สมองจะเบลอทันที เพราะไม่มีในโพยที่แปะอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ไง อันนี้ปูว่ามันก็แล้วแต่สายงานและไหวพริบของแต่ละบุคคลด้วยนะ ว่าจะสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้รอดพ้นสถานการณ์นั้นๆ ได้อย่างไรอย่างนิ่มนวลที่สุดด้วยนะ ปูเคยฟังพวกที่เขาเอามาปล่อยในยูทูบบ่อยๆ บางครั้งก็สงสารคนรับโทรศัพท์ ต้องพยายามกดอารมณ์ในการรับอารมณ์ของคนที่โทรมา ต้องพยายามแก้สถานการณ์ให้ดีที่สุด ให้เย็นที่สุด ถ้าร้อนก็พังเพราะขณะที่สนทนาจะมีการอัดเทปไว้นั่นเอง งั้นขอเมาท์คอลเซ็นเตอร์หน่อยจร้าาาา

ปูคนหนึ่งที่งานยุ่ง บวกกับบางครั้งขี้เกียจและรักสบายที่จะไม่เดินทางไปติดต่อธนาคาร สมัคร sms ทิ้งไว้บ้าง เพื่อที่เวลามีเงินเข้าออกเขาจะได้เตือนเรามาทางโทรศัพท์ถึงการเคลื่อนไหวของบัญชี และในบางครั้งก็ใช้โทรศัพท์เช็กเงินในบัญชีผ่านทางคอลเซ็นเตอร์ของธนาคารที่เขาให้บริการ หลายธนาคารก็น่ารักและดูมีสมองในการตอบรับดี แต่มีแจ็กพอตอยู่ครั้งหนึ่งธนาคารท้องฟ้าที่มีเลขสี่หลักในการโทรเช็กเนี่ย นอกจากจะตอบคำถามที่ปูจี้ถามไม่ได้แล้วยังวางหูใส่แล้วให้ฟังเพลงนานเป็นสิบนาทีอีกด้วย แค่ตอบคำถามที่เราอยากรู้แล้วไม่ได้รู้เนี้ยก็ปรี๊ดแล้ว ยังให้ถือสายรอเป็นสิบนาทีอีก คราวนี้ปรี๊ดแตกเลยคร้าาาา

คือบังเอิญมีอุบัติเหตุในการถ่ายโอนเงินจากการที่ปูไปรับจ้างเกี่ยวกับเรื่องของเสียงๆ เนี้ยแหละ ทำงานให้เขานานแล้วล่ะ ตั้งแต่ ส.ค.ปีที่แล้วโน่นแน่ะ แต่จน เม.ย. หน้าร้อนเข้าไปแล้วก็ยังไม่ได้รับเงินเลย จึงต้องวิ่งเต้นตามทวงกับเจ้าหน้าที่ ทางเจ้าหน้าที่ก็ยืนกรานเสียงแข็งว่าได้ทำการโอนให้เรียบร้อยแล้ว เฮ้ย...!ไม่ได้แล้ว วิ่งแจ้นไปธนาคารก่อนเลย เข้าไปสอบถามจากพนักงานธนาคารให้เขาเปิดคอมพิวเตอร์เช็กทันที ไม่มีเงินจำนวนนั้นเลย อ้าว...! ทำไงล่ะ น้องทีมงานก็เอาเอกสารปะหน้าทำเบิกจ่ายส่งมาให้ดูว่าได้ทำเรื่องให้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ ส.ค.ปีที่แล้วโน่น แต่ตัวเงินจริงๆ มันไปตกหล่นที่ไหนกันล่ะ เอ้า...! ลองโทรเช็กคอลเซ็นเตอร์ดูละกัน ช่วยย้อนไปจนถึงต้นปีที่แล้วเลย ก็เรียบร้อยดี วันรุ่งขึ้นก็ไปยืนยันนั่งยันกับน้องทีมงานอีกล่ะว่ายังไม่ได้เงินก้อนนั้นจริงๆ น้องๆ ก็บอกว่างั้นพี่ๆ ในคณะลองตรวจสอบดูซิ ไม่ใช่พี่ปูคนเดียวนะที่ไม่ได้อ่ะ เพราะธนาคารอาจจะผิดพลาดไม่ได้เข้าให้พี่ปูคนเดียวก็ได้ อ้าว...! ไอ้เจ้าเพื่อนๆ ก็แหม...! นะ กลัวคนจะรู้ความเคลื่อนไหวทางการเงินหรือไงก็ไม่รู้ ไม่ยอมไปเช็ก ปูเลยอาสาเช็กจากคอลเซ็นเตอร์ให้ โดยให้เจ้าของบัญชีเป็นคนบอกรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่เอง คนที่หนึ่งทางเจ้าหน้าที่คอลเซ็นเตอร์บอกว่าไม่สามารถเช็กย้อนหลังได้ค่ะ ปูก็อ้าว...!ทำไมล่ะคะ ก็เมื่อวานอีชั้นยังเช็กย้อนหลังถึงต้นปีที่แล้วเลย สักพักเขาก็ย้อนหลังให้ คนที่ 2 และคนที่ 3 ปูก็ให้เขาเช็กย้อนหลังอีก แต่ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่สามารถย้อนได้เพราะเดินบัญชีไม่ดี เฮ้ย...! ได้ไง ในเมื่อคนที่ 3 กับ 3 มีเงินเข้าบัญชีมากกว่าคนแรกซะอีก และมีการฝากเข้าถอนออกอยู่ตลอดเวลา ส่วนไอ้คนแรกมีแต่เงินเดือนรายการเดียวทุกเดือนเท่าๆ กัน น้องเจ้าหน้าที่ก็ยังคงยืนยันว่าไม่สามารถย้อนหลังได้ ปูก็ถามว่าขอเหตุผล น้องก็บอกว่าก็มันไม่สามารถย้อนหลังได้นี่คะ ปูก็เลยบอกว่า ขณะที่เรากำลังสนทนาอยู่นี่มีการอัดเทปใช่มั้ย ถ้างั้นพี่ขอถามว่าทำไมจึงเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมกัน ทำไมคนนั้นเช็กได้ คนนี้เช็กไม่ได้ น้องเจ้าหน้าที่คนนั้น เหมือนถูกปูคาดคั้นมากๆ เข้า วางหูไปเลย แล้วให้ปูรอนานมากๆ ตอนแรกก็ว่าจะรอ แต่เพื่อนๆ บอกว่า โทรกลับดีกว่านะ ปูเลยโทรใหม่แล้วขอคอมเมนต์เจ้าหน้าที่คนเก่าทันทีกับเจ้าหน้าที่คนใหม่ เพราะมีการบันทึกการสนทนาอยู่แล้วไง การที่พวกคุณตอบคำถามไม่ได้ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องหนีด้วยการปล่อยให้คู่สนทนาฟังเพลงรอสายนานเป็นสิบนาที เพราะจะทำให้เขายิ่งโมโหไปกันใหญ่ ตอบไม่ได้ก็คือตอบไม่ได้ ก็บอกกันตรงๆ ว่าไม่รู้ หรือจะอธิบายอะไรก็ได้ ไม่ใช่วางหูหนีเช่นนี้

จากนั้นก็เลยขอเบอร์สาขาที่เราเปิดบัญชีกัน สรุปคุยกันรู้เรื่องเช็กย้อนหลังให้เรียบร้อย ไม่ได้มีปัญหาอะไร สักพักก็มีเบอร์ศูนย์สองโทรเข้ามาในโทรศัพท์ปูแล้วบอกว่าเป็นฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ เพราะมีเจ้าหน้าที่ร้องเรียก ป้าดดด! เท่านั้นแหละค่ะ ปูก็เลยพร่ำไปอีกยกหนึ่ง ด้วยความที่โกรธมาก ในที่สุดน้องก็ให้เหตุผลมาว่าถ้าไม่มีการเดินบัญชี ไม่มีการเอาสมุดไปปรับ ทางคอมพ์ก็ไม่สามารถเห็นตัวเลขได้ค่ะ แต่ถ้าใครเอาสมุดไปปรับบ้างก็สามารถเช็กได้ ปูก็เออ...ให้มันรู้เรื่องอย่างงี้สิ ไม่ใช่วางหูหนี แต่สุดท้ายก็มั่วเหมือนๆ กันนั่นแหละ เพราะไอ้น้องคนแรกที่เช็กย้อนหลังบอกตั้งแต่ผมเข้าทำงานที่นี่ผมยังไม่เคยเอาสมุดไปปรับเลยครับ 2 ปีแล้ว อ้าว! ตกลงตรูจะเชื่อใครล่ะเนี้ย??? เมื่อมีปัญหาเงินในบัญชีสุดท้ายก็ต้องไปธนาคารด้วยตัวเองนั่นแหละถึงจะปลอดภัยที่สุด

เฮ้อ...! แล้วมันจะมีไฮเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกทำไมฟระเนี้ย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท