posttoday
Cruise Review รีวิวเรือสำราญ

Cruise Review รีวิวเรือสำราญ

12 มิถุนายน 2556

โดย...หนูดี – วนิษา เรซ

โดย...หนูดี – วนิษา เรซ

หนูดีเป็นคนไม่ชอบชะโงกทัวร์เอาจริงๆ เพราะรู้สึกว่า หากเราอยากไปเที่ยวประเทศไหนให้ “ถึง” เราควรอยู่นานหน่อย มีเวลาทานอาหารพื้นเมือง มีเวลาร่วมกิจกรรมในชีวิตประจำวันของคนเมืองนั้น รวมถึงควรได้มีเวลาเดินเล่นสบายๆ ไปตามจังหวะของเมืองที่เราไปเยี่ยม ส่วนการเดินทางที่ต้องรีบเดินทางไปถึงที่สำคัญๆ เพื่อไปดูและไปถ่ายรูป และรีบเดินทางต่อเพื่อไปถ่ายรูปในที่ต่อไป เป็นกิจกรรมที่หนูดีรู้สึกว่าทำให้เหนื่อยเปล่าและไม่สนุกเท่ากับการไปใช้เวลาดีๆ สบายๆ อย่างจริงจังในที่นั้นๆ

แต่ครั้งนี้ หนูดีมีโอกาสได้ไปเที่ยวกับเรือสำราญถึง 9 วัน ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวแบบที่หนูดีไม่เคยทำมาก่อน คือ อยู่บนเรือเป็นวันๆ และเมื่อไปถึงประเทศไหน เรามีเวลาเพียง 58 ชั่วโมง ก่อนที่จะต้องรีบกลับมาขึ้นเรือ ทำให้หนูดีต้องเที่ยวในแบบที่ไม่เคยเที่ยวมาก่อนเลย

แต่เมื่อได้ลองแล้วก็คิดว่า น่าจะทำรีวิวเสียหน่อย เพราะว่าคนไทยไม่ค่อยเน้นการเที่ยวกับเรือสำราญ ซึ่งค่อนข้างต่างกับคนอเมริกันเวลาไปเที่ยวกับเรือสำราญกันเป็นประเพณี คนอเมริกันส่วนใหญ่ที่หนูดีรู้จักต่างเคยมีโอกาสไปเที่ยวในเรือสำราญ หรือมักเลือกไปในโอกาสฮันนีมูนและครบรอบแต่งงาน

หนูดีพบว่า การไปเที่ยวกับเรือสำราญมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ซึ่งหากเรารู้ก่อน ก็จะทำให้การไปเที่ยวนั้นได้ประโยชน์เต็มที่ ขอเริ่มที่ข้อดีก่อนก็แล้วกันนะคะ

ข้อดีของการไปเที่ยวกับเรือสำราญ :

1) อันดับแรกเลย คือ นี่คือโรงแรมลอยน้ำขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยเห็นมาในชีวิต เราได้ไปเห็นถึง 4 ประเทศ โดยไม่ต้องคอยเก็บกระเป๋า จัดกระเป๋า เพราะห้องของเราอยู่บนเรือ เราจอดที่ท่าเรือ วิ่งลงไปเที่ยวในประเทศนั้นๆ และกลับมานอนหลับในห้องของเราบนเรือ

2) การจ่ายเงินให้เรือสำราญ คือ เราจ่ายค่าห้อง รวมค่ากิจกรรม และค่าอาหารทั้ง 3 มื้อไปเรียบร้อยแล้ว ...อืม จริงๆ แล้วต้องบอกว่า อาหารวันละ 10 มื้อมากกว่า เพราะเราทานอาหารได้ไม่อั้น ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง คือ ตื่นขึ้นมาเวลาไหน มีร้านอาหารเปิดตลอดเวลา ไต่ระดับไปตั้งแต่อาหารสุดหรูแบบใส่ชุดราตรีไปนั่งทาน ไปจนถึงห้องอาหารบุฟเฟต์ที่ใส่ชุดว่ายน้ำเปียกๆ ไปทานได้ และร้านคาเฟ่ที่เสิร์ฟแซนด์วิช ผลไม้ คุกกี้ เค้ก กาแฟ ชา น้ำ ฯลฯ ส่งผลให้คนจำนวนมากเพิ่มน้ำหนักได้ถึง 10 ปอนด์ ในเวลาไม่ถึง 10 วัน อย่างน่ามหัศจรรย์ หนูดีเองก็ทานตลอดเวลา อาหารทุกอย่างอร่อยเหมือนในโรงแรม ด้วยการที่ค่าอาหารรวมไปแล้ว ทำให้เราสามารถคำนวณค่าใช้จ่ายล่วงหน้าได้เป๊ะ แต่สำหรับแอลกอฮอล์ต้องจ่ายต่างหาก

3) กิจกรรมในเรือมีหลากหลาย เรือลำที่หนูดีไปมีชื่อว่า Explorer of the Seas มีกิจกรรมให้ตั้งแต่คนชราที่อยากแค่นอนอาบแดด อ่านหนังสือ หรือแช่จากุซซีร้อนๆ ไปจนถึงแดนซ์ปาร์ตี้ดึกๆ สำหรับเด็กวัยรุ่น ที่นั่งสงบๆ ชมทะเลพร้อมสั่งเครื่องดื่มได้สำหรับคู่รัก และ Day Care สำหรับเด็กเล็กที่มีคุณครูสอนเรื่องสนุกๆ ตลอดวัน หนูดีเอง มีโอกาสได้ปีนหน้าผาจำลองที่ดาดฟ้าเรือ มองไปเห็นทะเลสุดลูกหูลูกตา ได้เล่นไอซ์สเก็ต ดูโชว์สเก็ตน้ำแข็ง และไปห้องยิมขนาดใหญ่ที่วิ่งไปก็มองดูน้ำทะเลสีฟ้าใสไปตลอดเวลา ทั้งหมดนี้คุณมีอะไรให้ทำได้ 24 ชั่วโมง ไม่ซ้ำกันและไม่เบื่อเลย อ้อ ชั้นใต้น้ำมีกาสิโนด้วย เมื่อแล่นออกน่านน้ำสากลแล้ว กาสิโนก็ไม่เคยหลับไหลอีกเลยค่ะ

4) และเราได้แวะถึง 4 ประเทศ แต่ละประเทศมีชายหาดสวยๆ ให้เล่นน้ำ บางคนไปเล่นเรือเร็ว ไปดำน้ำ บางคนไปคายักในทะเล หรือเลือกเดินชมเมืองบนบกก็ได้ แต่หนูดีพบว่า ทะเลไทยสวยที่สุดค่ะ ลำเอียงเห็นๆ

ข้อเสียของการเดินทางด้วย Cruise :

1) ข้อแรกที่หนูดีพบ คือ ถ้าเกิดปัญหาขึ้นเราแทบช่วยตัวเองไม่ได้เลย เช่น เรือจม เรือคว่ำ เรือโดนพายุ ฯลฯ ซึ่งเรือปัจจุบันทันสมัยมาก กัปตันมักเก่งมาก จึงทำให้ปลอดภัยสูง แต่อย่างไรเราก็กลัวอยู่ดี 2 วันสุดท้าย เราวิ่งเฉียดเฮอริเคนซึ่งส่งผลให้เกิดคลื่นขนาดใหญ่ แต่เรือของเราก็แล่นมาถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัย แต่ช่วงลุ้นนี่น่ากลัวค่ะ ทั้งๆ ที่รู้ว่า ไม่น่ามีอะไร แต่ก็อดกลัวไม่ได้จริงๆ

2) การเที่ยวในเมืองทุกครั้งที่เรือจอด เมืองมักสวยมากจนเราอยากอยู่ต่อ แต่ก็อยู่ไม่ได้ เพราะเรือออกตรงเวลา หากเราวิ่งกลับมาขึ้นเรือไม่ทัน ก็จะต้องบินตามไป Port ต่อไป ซึ่งทำให้เราต้องถือพาสปอร์ตไปไหนมาไหนด้วยตลอดเวลา

3) อินเทอร์เน็ตแพงมากและหลุดตลอดเวลา หากต้องการไปเที่ยว Cruise ควรเคลียร์งานให้เรียบร้อย และควรเอาคนที่รักไปให้หมด เพราะการต้องติดต่อพื้นดินเป็นไปได้ยากและแพงมากๆ ค่าโทรศัพท์ส่วนใหญ่ตกนาทีละ 300 บาทถ้วนค่ะ

ใน 4 เมืองที่ไป หนูดีชอบตามลำดับนี้คือ

1) San Juan ประเทศเปอโตริโก เป็นเมืองที่ทะเลล้อมแทบทุกด้าน สวยแบบลืมหายใจ ทั้งท้องทะเล สถาปัตยกรรม พืชพรรณอาหารก็อร่อยจริงๆ ค่ะ หนูดีตั้งใจว่ากลับไปอีกแน่

2) St.Maarten เป็นเกาะที่มีฝั่งดัตช์และฝั่งเฟรนช์ หนูดีเฉยๆ เพราะรู้สึกว่าเหมาะกับนักท่องเที่ยวมากกว่า

3) Bermuda บ้านสวยมาก ทะเลน้ำใสกิ๊ง แต่แดดสุดแรง และเป็นเมืองที่เห็นแล้วเศร้า เพราะคนรวยก็รวยมากๆ คนจนก็จนสุดๆ ทุกคนที่เห็นพากันเศร้าจนไม่ค่อยสนุก

4) Haiti, Labadee island ประเทศเฮติมีสงคราม เราจึงถูกกันให้อยู่แค่ชายหาด แต่ถ้าเดินไปใกล้เขตเมืองแม้แต่นิดเดียว จะเห็นประตูคล้ายกรงขนาดใหญ่กั้นคนพื้นเมืองไว้ พวกเขาจะยื่นมือมาขอเงิน ภาพนี้ก็ทำให้เพื่อนๆ อเมริกันเศร้าไปเหมือนกัน

รวมๆ แล้ว หนูดีและเพื่อนๆ ต่างชอบประสบการณ์ Cruise ครั้งนี้มาก หากมีโอกาสก็จะไปอีก แต่ครั้งนี้คงเลือก 5 วัน แทน 9 วัน และคงเลือกทะเล Mediterranean เสียมากกว่า อย่างไรก็ตาม หากใครสนใจลองหาข้อมูลเพิ่มนะคะ หนูดีว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากเลยทีเดียว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท