
สุขศึกษา วิชาแห่งความสุข...นิทานเรื่อง เลขสามตัว
คำหลวงพ่อลอยมาเข้าหู ก่อนจะยิงเขาจึงตัดสินใจ มือถือปืน ถอยมาข้างหลังสามก้าวช้าๆ ช้าๆ พอครบสามก้าวปุ๊บ
โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย
คำหลวงพ่อลอยมาเข้าหู ก่อนจะยิงเขาจึงตัดสินใจ มือถือปืน ถอยมาข้างหลังสามก้าวช้าๆ ช้าๆ พอครบสามก้าวปุ๊บ หลวงพ่อบอกให้ไปข้างหน้าสามก้าวช้าๆ จนหน้าแข้งไปชนขอบเตียง ชะโงกมองดูเตียง ใคร ไม่ชัด ผู้ชายหรือผู้หญิงหนอ ไม่ชัด ถอยอีก ถอยข้างหลังช้าๆ สามก้าว มือยังถือปืนอยู่ แล้วไปข้างหน้าช้าๆ สามก้าว ทำอยู่อย่างนี้ รอบที่สอง สายตาเขาก็ปรับกับความมืดในห้องดีขึ้น ดีขึ้น
แล้วพอครั้งที่สาม เขาก็ถอยมาข้างหลังช้าๆ นาทีนั้น ความใจร้อนของเขาก็ลดลง ตาของเขาปรับเข้ากับความมืดดีขึ้น ดีขึ้น ในขณะที่เขากำลังก้าวไปข้างหน้ารอบสุดท้ายช้าๆ สามก้าว พอสุดท้ายชนขอบเตียง เขาชะโงกไปมองที่เตียง ทำไมคุ้นๆ คนคนนั้นมีลักษณะท่าทางคล้ายๆ ภรรยาเรา แล้วจะเป็นใครกัน จึงตัดสินใจวกไปมองอีกด้านหนึ่ง ย่องไปๆ เห็นหน้าคนที่เขาเข้าใจว่าเป็นกิ๊กของภรรยาชัดเจน “อ้าว นี่แม่ของภรรยาของเขาเองนี่นา เขาตกใจมาก ลดปืนลง ตายล่ะ นี่เราเกือบยิงภรรยากับแม่ของภรรยาแล้วใช่ไหมนี่”
เขาตกใจ ค่อยๆ ย่องออกมา แล้วก็วิ่งตื๋อออกจากห้อง ลงไปชั้นล่าง เอาปืนเก็บ เข้าห้องน้ำ อาบน้ำ อาบน้ำเสร็จ ออกจากบ้าน ขับรถไปถึงที่วัดตอนตีสี่ หลวงพ่อยังไม่ตื่น เขาก็กดแตร หลวงพ่อลุกขึ้นมารับ
“อ้าวโยม มาทำไมแต่เช้า”
“หลวงพ่อครับ ผมขอเอาหลวงพ่อเป็นที่พึ่งเถอะครับ ผมเกือบฆ่าคนครับ”
“ฆ่าใคร”
“ฆ่าเมียผม”
“แล้วทำไมหยุดได้ล่ะ”
“ก็คำพูดของหลวงพ่อนี่แหละครับช่วยผมเอาไว้”
เขาเล่าให้หลวงพ่อฟังว่า เขารอดจากการเป็นมือปืนมาได้อย่างไร จากนั้นเขาก็กลับลงมาจากกุฏิหลวงพ่อ อุ้มเอาถังสังฆทานสี่ถังขึ้นไปวางเรียงเป็นตับ ถวายทั้งหมด พร้อมกับเงินที่ติดมาจากสหรัฐเป็นเงินเหรียญสหรัฐ ใส่เต็มซองให้หลวงพ่ออีกหมื่นเหรียญ
“หลวงพ่อครับ ถ้าไม่ได้คาถาหลวงพ่อ ป่านนี้ลูกอาจต้องไปนอนในคุกแล้ว ถ้าหลวงพ่อไม่เตือนให้หน้าสามหลังสาม ผมคงยิงภรรยาของผมและแม่ของภรรยาเรียบร้อยแล้วครับ ฉะนั้น ขอยืนยันว่าคาถาหลวงพ่อดีเหลือเกินครับหลวงพ่อ หน้าสามหลังสาม ผมจะจำไว้ตลอดไป” และเช้าวันนั้นเขาก็กินข้าวที่วัดเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อ
พอสายๆ ประมาณสามโมงเช้าเขาหวีผม แวะไปที่ 7Eleven ซื้อข้าวซื้อของนิดหน่อย ทำทีว่าซื้อมาจากสนามบิน เมื่อถึงสิบโมงก็ขับรถไปจอดตรงหน้าบ้าน บีบแตรดัง ภรรยาเดินลงจากบ้านชั้นสองมารับเขา
“อ้าวพี่ ทำไมรีบกลับมา”
เขาจึงบอกว่า “โอ้โห...ใครจะทนคิดถึงไหว เมียพี่สวยขนาดนี้”
ทำท่าเป็นดีใจ กอดเมียสุดที่รัก คิดถึงเหลือเกิน กอดภรรยาอย่างมีความสุข
ขณะที่กำลังกอดภรรยาอย่างมีความสุขปานจะกลืนกินนั้นเอง เขามองผ่านไหล่ภรรยาสาวขึ้นไปบนบ้าน แม่ของภรรยากำลังเดินลงจากบันไดในชุดนอนลงมา เขาทำทีเป็นเพิ่งพบกับคุณแม่
“อ้าวคุณแม่ก็มาเหรอ มาเมื่อไหร่”
ทำทีเป็นผละจากภรรยาไปกอดคุณแม่
“โอ้โห คุณแม่ ผมก็คิดถึงแม่เหลือเกิน”
แม่ก็ลูบหลังลูกเขย
“แม่ก็คิดถึงลูก เป็นอย่างไรบ้างลูก ไปอเมริกากลับมา”
“ทุกอย่างดีที่สุดเลย ราบรื่นทุกประการ”
ในใจก็คิดแต่ว่า “แหม เมื่อคืนเกือบยิงเปรี้ยงไปแล้วล่ะ” คุณแม่หารู้ไม่ว่า แท้ที่จริงคนที่กำลังกอดกับตัวเองอยู่คือคนที่กำลังเอาปืนจ้องตัวเองอยู่เมื่อคืนนี้
คาถาหน้าสามหลังสาม ทำให้นักธุรกิจคนนี้ประสบความสำเร็จทั้งทางโลกและทางธรรม ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
คำว่า หน้าสามหลังสาม หากถอดเป็นปริศนาธรรมก็คือ ท่านสอนว่า จะทำอะไรก็ตามจงคิดหน้าคิดหลัง ถ้าคิดหน้าคิดหลังแล้วโอกาสที่เราจะผิดพลาดก็น้อยลง คิดหน้าก็คือคิดว่าเรื่องนี้ควรทำไหม คิดหลังก็คือคิดว่าถ้าทำไปแล้วต้องมานั่งเสียใจไหม ถ้าคิดก่อนทำทุกครั้งเราจะไม่ผิดพลาดเลย จำง่ายๆ คิดหน้าคิดหลัง ก็คือคำว่า “ยับยั้งชั่งใจ” นั่นเอง
ถ้าเรายับยั้งชั่งใจ ไม่ต้องมานั่งเสียใจกับสิ่งที่ทำ นี่คือ สุขศึกษา วิชาว่าด้วยความสุข
จะทำอะไรก็ตามจงคิดหน้าคิดหลัง
ถ้าคิดหน้าคิดหลังแล้ว
โอกาสที่เราจะผิดพลาดก็น้อยลง
คิดหน้าก็คือคิดว่าเรื่องนี้ควรทำไหม
คิดหลังก็คือคิดว่าถ้าทำไปแล้วต้องมานั่งเสียใจไหม







