
ได้เวลาร็อกกับ อีฮงกิ
ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือยากลำบากอะไร เมื่อ “อีฮงกิ” ต้องมารับบทบาท “ร็อกเกอร์” บนจอ แต่เพราะนี่เป็นหนังใหญ่เรื่องแรกในชีวิต ไอดอลหนุ่มจึงเก็บอาการตื่นเต้นไว้แทบไม่มิด
ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือยากลำบากอะไร เมื่อ “อีฮงกิ” ต้องมารับบทบาท “ร็อกเกอร์” บนจอ แต่เพราะนี่เป็นหนังใหญ่เรื่องแรกในชีวิต ไอดอลหนุ่มจึงเก็บอาการตื่นเต้นไว้แทบไม่มิด
หนังตลกโมโลดรามาเรื่อง Rockin’ on Heaven’s Door หรือ Passionate Goodbye ที่นักร้องวงเอฟทีไอส์แลนด์ร่วมแสดง นำเสนอเรื่องราวของไอดอลตัวแสบซึ่งได้ทำบางสิ่งลงไปโดยไม่สมควร เขาจึงต้องชดใช้ด้วยการไปให้บริการชุมชน ตัวละครซึ่ง อีฮงกิ สวมบทบาทต้องไปทำงานในสถานพยาบาล ที่นั่นทำให้เขาเติบโตและกลายมาเป็นคนจริงใจมากกว่าเก่า
กับบทบาทป๊อปสตาร์เจ้าปัญหาผู้ได้รับแรงกดดันในชีวิต เพราะการมีชื่อเสียงเป็นเรื่องง่ายสำหรับอีฮงกิ ซึ่งผ่านประสบการณ์คล้ายคลึงกันในชีวิตจริงมาแล้ว จุดหนึ่งที่เขาเห็นว่าเป็นเรื่องไม่ยาก เพราะตัวละครนี้เกิดมาพร้อมกับความสนุกสนาน เหมือนตัวจริงของหนุ่มฮงกิเป๊ะๆ
แต่ถามว่าให้คะแนนฝีมือการแสดงของตัวเองเท่าไหร่ นักร้องวัย 23 ปี บอกให้แค่สอบผ่าน “ให้ 5 เต็ม 10 หลังจากถ่ายหนังเสร็จผมก็รู้สึกว่า ถ้าตัวเองใส่ใจกับงานเพิ่มขึ้นอีกนิด บางฉากคงจะออกมาดีกว่านี้”
อาจเพราะ Rockin’ on Heaven’s Door เป็นหนังยาวเรื่องแรกของอีฮงกิ จึงตื่นเต้นและเพลิดเพลินไปกับสถานการณ์ สถานที่ และผู้คนใหม่ๆ จนเสียสมาธิและการเอาใจใส่กับงานไปบ้าง
แต่ผู้กำกับ นัมทิกซู กลับไม่เห็นว่าเป็นอย่างนั้น “ฮงกิเป็นเด็กหนุ่มที่ร่าเริง เขาเล่นสนุกไปทั่วกองถ่าย แต่ถึงเวลาทำงานเขาก็ตั้งใจมาก และความสามารถทางด้านดนตรีของเขาก็เป็นประโยชน์สำหรับการทำงานเรื่องนี้มาก”
หนังเรื่องนี้ฉายในเกาหลีใต้ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. ก่อนจะใช้ชื่อ Phoenix, Song of Promise เมื่อลงโรงในญี่ปุ่นวันที่ 7 มิ.ย. ก่อนวันเปิดตัว อีฮงกิตื่นเต้นจนนอนไม่หลับและรู้สึกขอบคุณที่มีเพื่อนๆ ไม่ว่าจะสมาชิกวงเอฟทีไอส์แลนด์, ซีเอ็นบลู, จูเนียล, ยุนจินซอ, ชาซูยอน ฯลฯ ไปร่วมชมด้วย แถมในวันแถลงข่าวดาราสาวชาวญี่ปุ่น ฟูจิ มินะ ภรรยาในจอจากรายการวาไรตีโชว์ We Got Married : Global Edition ของอีฮงกิ ยังนำดอกไม้มามอบเพื่อให้กำลังใจอีกต่างหาก
ช่วงเดียวกับที่หนังฉาย มิวสิกวิดีโอเพลง Orange Sky ก็ถูกนำออกมาเผยแพร่ เพลงนี้ อีฮงกิแต่งขึ้นเองเพื่อใช้ประกอบหนัง พร้อมยังนำไปบรรจุในอัลบั้มภาษาญี่ปุ่นชุดที่ 3 ของเอฟทีไอส์แลนด์ เพลงนี้นำเสนออารมณ์อ่อนไหวและละเอียดอ่อนของเจ้าของงานออกมาได้อย่างเต็มเปี่ยม ปกติอีฮงกิจะรับหน้าที่เขียนเนื้อเพลงให้กับวง แต่นี่คือเพลงแรกที่เขาเขียนเนื้อ ทำนอง และเรียบเรียงเองคนเดียวทั้งหมด
“ก็เหมือนกับชื่อนั่นแหละครับ เพลงนี้มีความอบอุ่น ผมดีใจที่เพลงนี้ได้นำไปประกอบในหนังซึ่งผมแสดง ที่ผ่านมาผมก็แสดงนำในเอ็มวีมาหลายเพลงแล้ว แต่นี่เป็นเอ็มวีที่มีแต่ผมคนเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ ตอนถ่ายทำก็ตื่นเต้นนิดหน่อยครับ แต่งานก็ออกมาดี และทำให้ผมมีความสุข”
Rockin’ on Heaven’s Door เพิ่งจะออกฉายที่เกาหลีใต้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผลตอบรับในสัปดาห์แรกไม่น่าพึงพอใจนัก นี่เป็นอีกครั้งที่ “หนังเคป๊อป” ยังไม่สามารถบรรลุถึงความสำเร็จอย่างคาด ไม่ว่าเรื่องจะน่าสนใจหรือดารานำจะเป็นใคร แต่เรื่องนี้ยังมีเวลาดูกันไปอีกยาวก่อนจะสรุปว่า...ล้มเหลวหรือไม่
และเสน่ห์ของหนุ่มน้อย อีฮงกิ จะช่วยพลิกฟื้นสถานการณ์ของหนังได้หรือไม่ ..!?







