
จันดุยอตโต อิตาเลียนช็อกโกแลตแสนอร่อย
พูดถึงช็อกโกแลต แวบแรกที่คนส่วนใหญ่จะนึกถึงก็คือ ช็อกโกแลตสวิส พอแวบที่สองก็อาจจะเป็นช็อกโกแลตเบลเยียม
โดย...ปณิฏา สุวรรณปาล / ภาพ ห้องอาหารโจโจ
พูดถึงช็อกโกแลต แวบแรกที่คนส่วนใหญ่จะนึกถึงก็คือ ช็อกโกแลตสวิส พอแวบที่สองก็อาจจะเป็นช็อกโกแลตเบลเยียม แล้วก็คงอาจจะต้องรอคิวอีกหลายแวบ กว่าจะมานึกถึงช็อกโกแลตอิตาเลียน แม้จะว่าไปแล้วช็อกโกแลตจากเมืองรองเท้าบู๊ตนั้น เต็มไปด้วยความหลากหลาย และมีบุคลิกเฉพาะต่างจากที่อื่นๆ เสียด้วยซ้ำ
เนื่องในสัปดาห์แห่งการก่อตั้งสาธารณรัฐอิตาลี (2 มิ.ย. ค.ศ. 1946) จะขอพาไปลิ้มรสชาติความหวานของช็อกโกแลตที่มีเอกลักษณ์สไตล์อิตาเลียนกัน...
เคยไปร่วมงาน อิตาเลียนช็อกโกแลตเทสติง โดยวิทยากรจาก กอมปานญา เดล ชอกโกลาโต บอกว่า ช็อกโกแลตจากอิตาลี มีชื่อเสียงและอ้างว่าอร่อยและดีที่สุดไม่แพ้ชาติใดในโลก โดยเฉพาะที่ตูริน แคว้นปีด์มอนเตนั้น เรียกว่าเป็นดินแดนแห่งช็อกโกแลตอิตาเลียนที่มีความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ทีเดียว โดยมีชื่อเสียงโด่งดังทั้งช็อกโกแลตพราลีนส์ ช็อกโกแลตทรัฟเฟิลส์ (ที่เรารู้จักกันดีคือ เฟอร์เรโร รอชเช) แล้วก็ช็อกโกแลตเครมีนี หรือช็อกโกแลตสอดไส้ครีมต่างๆ โดยเฉพาะไส้ครีมถั่วเฮเซลนัตอันเป็นเอกลักษณ์ของอิตาลี
ย้อนไปในยุคนู้น อิตาลียังคงปกครองโดยราชวงศ์ซาวอย โดยเมืองตูรินเป็นศูนย์กลางแห่งความรุ่งเรือง ราวศตวรรษที่ 17 บีแชริน หรือกาแฟร้อนที่มีส่วนผสมของเอสเปรสโซ โกโก้ และครีมนม เป็นที่นิยมมาก และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ช็อกโกแลตมาสเตอร์ คิดค้นช็อกโกแลตที่จะมีรสชาติเข้ากั๊นเข้ากันขึ้นมาสักอย่าง
และแล้วในปี ค.ศ. 1865 มิเคเล โพรเชต จากเมืองลังเกห์ แคว้นปีด์มอนเต ก็ได้นึกถึงส่วนผสมระหว่างโกโก้กับเฮเซลนัตที่มีมากมายในท้องถิ่นของเขา ออกมาเป็นช็อกโกแลตรสชาตินวลเนียน โดยเขาตั้งชื่อ ณ เบื้องแรกเป็นภาษาอิตาเลียนว่า ตอนดา เจนติเล (Tonda Gentile) หมายถึงก้อนกลมอันแสนงาม นับว่าเป็นช็อกโกแลตชนิดแรกที่มีการห่อด้วยกระดาษหรูๆ และยังเป็นชนิดแรกที่นำออกมาวางขายในช่วงงานคาร์นีวาลอีกด้วย
ภายหลังจึงเปลี่ยนชื่อเป็น จันดุยอตโต (Gianduiotto) โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากหน้ากากคาร์นีวาล ที่เรียกว่า จันดูยา (Gianduja) นั่นเอง
ห้องอาหารโจโจ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ บอกว่า เป็นแห่งเดียวในเมืองไทยที่นำเข้า จันดุยอตโต ช็อกโกแลตทรงสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ (ชิ้นละ 5 กิโลกรัม) ซึ่งส่วนผสมประกอบด้วยมิลก์ช็อกโกแลต 60 เปอร์เซ็นต์ เฮเซลนัต 30 เปอร์เซ็นต์ และเกลือทะเล 30 เปอร์เซ็นต์ รสชาติหวานละมุน หอมกลิ่นเฮเซลนัต เข้ากันได้ดีกับซอสวานิลลาและเบอร์รีสด
สำหรับห้องอาหารโจโจ เสิร์ฟของหวานจานพิเศษนี้ โดยค่อยๆ ผ่าช็อกโกแลตสามเหลี่ยมชิ้นมหึมาเป็นแผ่นบางๆ จัดจานเสิร์ฟสวยงามเสิร์ฟ พร้อมซอสครีมวานิลาที่หอมหวาน รวมทั้งเบอร์รีนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น ราสพ์เบอร์รี บลูเบอร์รี หรือสตรอเบอร์รี ที่เข้ากั๊นเข้ากัน เหมาะสำหรับรับประทานคู่กับกาแฟร้อนๆ อย่าง มอคคา หรือใครจะเลือกเป็นสปาร์กลิงไวน์อิตาเลียนที่มักทำเป็นรสชาติซ่าๆ อย่างมอสกาโตก็เข้ากันดี
ใครที่ไม่มีโอกาสไปห้องอาหารโจโจ ช็อกโกแลตอารมณ์คล้ายๆ กัน อย่างช็อกโกแลตสเปรด (ทาขนมปัง) นูเตลลา ซึ่งคิดค้นสูตรโดย เปโตร แฟร์เรโร เมื่อปี ค.ศ. 1946 เป็นส่วนผสมระหว่างครีมช็อกโกแลตและเฮเซลนัตเช่นเดียวกัน ก็พอจะถูๆ ไถๆ ไปได้
แต่อย่าหม่ำมากเกินไปล่ะ อิอิ







