
วิสัชนาธรรมตามนิมิตเพื่อประโยชน์แห่งการเจริญธรรม...(ตอน ๙)
การตื่นมาจากหลับด้วยอำนาจแห่งความรู้ละวางสิ้นซึ่งกิเลส ด้วยการถือประพฤติปฏิบัติตามคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
การตื่นมาจากหลับด้วยอำนาจแห่งความรู้ละวางสิ้นซึ่งกิเลส ด้วยการถือประพฤติปฏิบัติตามคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา บนหนทางอริยมรรคอันมีองค์ธรรม ๘ ประการนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่สัตว์ทั้งหลายที่มีฐานะอันควรอันประเสริฐ เช่น มนุษย์เราทั้งหลายที่มีโอกาสได้ถือประพฤติปฏิบัติ ได้ฟังธรรม และได้พบความสว่างแห่งปัญญาธรรมจากผลแห่งการศึกษาปฏิบัตินั้น ซึ่งจะได้เกิดความรู้ความเข้าใจขึ้น จนหายหลงหายเข้าใจผิด โดยการรู้จักน้อมนำธรรมเข้าสู่จิต พิจารณาให้เกิดปัญญา และนำไปสู่การประหารกิเลสให้สิ้นไป โดยการรู้จักการมีความอดทนอดกลั้นต่อความชอบใจและไม่ชอบใจ มีการถือประพฤติปฏิบัติถูกต้องตรงไปในอริยมรรค นับว่าเป็นการใช้ชีวิตที่มีเกิดมาได้อัตภาพที่ประเสริฐได้อย่างเป็นเลิศและคุ้มค่าที่สุด หากประพฤติได้ดังกล่าวจนสามารถที่จะเข้าถึงความสิ้นทุกข์ได้ โดยอาศัยอัตตาข้ามอัตตา จนสิ้นซึ่งอัตตา ด้วยอาศัยหลักธรรมปฏิบัติในพระพุทธศาสนา ที่ชี้แจงแสดงให้เห็นความเป็นโทษ เป็นทุกข์ เป็นภัย ของการก่อเกิด คำว่า อัตตสัญญานี้ ในการถือมั่นยึดมั่นความเป็นตัวตนนี้ เมื่อรู้แจ้งแทงตลอดในอัตตา หรือตัวตนนี้ ว่าที่สุดแล้วมันเป็นสุญญตา ว่างเปล่า ก็ย่อมที่จะข้ามซึ่งความเป็นอัตตานั้นได้ อันเป็นวิสัยของสัตบุรุษทั้งหลาย ผู้รู้ทั้งหลาย ที่ได้ถือประพฤติปฏิบัติกันมา จึงควรอย่างยิ่งที่จะพิจารณาให้เข้าใจในธรรม จนจิตเข้าถึงพุทโธ พบความเบิกบาน ปราศจากความเศร้าหมอง เหมือนดวงจันทร์ในวันเพ็ญที่ปราศจากเมฆมาบดบัง ดังพระพุทธภาษิตที่ว่า
จนฺโทวพฺภคณา มุตฺโต ปริสาสุ วิโรจเร
แปลความว่า ย่อมไพโรจน์ด้วยสง่าราศี ในประชุมชน ดังดวงจันทร์อันพ้นแล้วจากกลีบเมฆ ส่องแสงจำรัสอยู่ฉะนั้น
อ่านต่อฉบับหน้า







