
นิทานเรื่องที่ 3 เลขสามตัว
มีนักธุรกิจอยู่คนหนึ่ง เป็นนักธุรกิจใหญ่ มีเงินมากมายมหาศาล เมื่อเขาประสบความสำเร็จแล้ว จู่ๆ เขาก็กลัวขึ้นมาว่า ความสำเร็จจะไม่อยู่กับเขานานๆ
โดย... ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย
มีนักธุรกิจอยู่คนหนึ่ง เป็นนักธุรกิจใหญ่ มีเงินมากมายมหาศาล เมื่อเขาประสบความสำเร็จแล้ว จู่ๆ เขาก็กลัวขึ้นมาว่า ความสำเร็จจะไม่อยู่กับเขานานๆ จึงตัดสินใจไปที่วัดเพื่อกราบหลวงพ่อ ขอของดี
พอไปถึงวัด เขาก็ขอของดีหลวงพ่อ
“หลวงพ่อครับ กระผมอยากได้ของดีพิเศษครับหลวงพ่อ เพื่อที่ว่าธุรกิจของผมจะได้อยู่ยั้งยืนยงตลอดไป”
หลวงพ่อก็บอกว่า “โยม ของวิเศษของอาตมาไม่มีหรอก ถ้าจะมี อาตมามีคาถาพิเศษอยู่บทหนึ่งจะให้ จะเอาไหม”
นักธุรกิจรู้สึกว่าไม่อยากได้ จึงตอบไปว่า “หลวงพ่อครับ ผมไม่อยากได้คาถาครับ ผมอยากได้ของดีที่เอาใส่กระเป๋าเสื้อแล้วชีวิตผมดีขึ้นเลย หรือถ้ามีเป็นยาแคปซูลยิ่งดีครับหลวงพ่อ เอาใส่ปากแล้วผมก็ร่ำรวยและอายุยืนตลอดชาติ มีไหมครับ ไม่ต้องคิดมากดี”
หลวงพ่อบอกว่า “ไม่มีหรอกลูก ของดีอย่างนั้น พวกตะกรุด พวกของขลัง พวกพระสมเด็จหลวงพ่อไม่มี หลวงพ่อมีแต่คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าจะเอาก็จะให้ ถ้าไม่เอาก็ไม่ให้”
นักธุรกิจคนนี้นั้นเตรียมถังสังฆทานมาตั้งห้าถัง เงินอีกหนึ่งหมื่นใส่ซองอย่างดี ตั้งใจไว้ว่า ถ้าหลวงพ่อให้ของดีวันนี้เขาจะถวายสังฆทานทั้งห้าถัง ถวายปัจจัยอีกหนึ่งหมื่นบาท แต่พอคุยมาคุยไป คุยไปคุยมา หลวงพ่อบอกว่าไม่มีของดี มีแต่คาถาดีๆ จะให้ เขาก็เลยเสียดายถังสังฆทานขึ้นมา
หลวงพ่อก็เลยบอกว่า “โยม ของดีอาตมาไม่มีหรอก แต่ว่ามีคาถาดีๆ อยู่บทหนึ่ง ถ้าโยมอยากจะอยู่ยั้งยืนยงร่ำรวยไปตลอดชาติไม่กลับมาล้มเหลวอีก อาตมาขอมอบคาถาบทนี้ให้ เอ้า โยมประนมมือนะ หลับตาลง อยู่ในความสงบ สำรวมจิตสำรวมใจ หลวงพ่อจะให้คาถาดีที่สุดของหลวงพ่อนะ”
“ถ้าลูกไม่อยากล้มเหลว ลูกจงจำไว้ วันไหนก็ตามที่ลูกจะต้องตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต ให้ลูกเดินไปข้างหน้าสามก้าว แล้วถอยมาข้างหลังสามก้าว หน้าสาม หลังสาม ทำอย่างนี้นะ หน้าสามครั้ง หลังก็สามครั้ง ถ้าทำอย่างนี้ก่อนตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตทุกครั้ง ลูกจะไม่ล้มเหลวเลย”
พอหลวงพ่อให้ของดีเสร็จ มหาเศรษฐีก็สาธุ แล้วเขาก็หันมามองสังฆทานของตนเองพลางคิดว่า “วันนี้จัดเต็มมา แต่ได้ของดีไม่คุ้ม” เขาเลยหยิบถวายหลวงพ่อเพียงหนึ่งถัง แล้วปัจจัยในซองเขาเตรียมมาตั้งหนึ่งหมื่นบาท เขาก็เสียดาย ของดีของหลวงพ่อมันไม่คุ้ม เขาดึงออกห้าพัน ถวายเพียงห้าพัน ครึ่งเดียว แล้วก็ยื่นประเคนหลวงพ่อ หลวงพ่อให้พรเสร็จ เขาก็กลับ บ่นในใจ “หลวงพ่ออะไร ไม่สมราคา มีคนบอกว่ามีของขลัง เราตั้งใจมาขอ แทนที่จะได้ของขลัง กลับได้คาถาอะไรก็ไม่รู้ หน้าสามหลังสาม มันจะดีตรงไหน” บ่นเสร็จ หิ้วถังสังฆทานสี่ถังขึ้นรถ บึ่งกลับไปบ้าน
สัปดาห์ต่อมานักธุรกิจคนนี้มีความจำเป็นต้องบินไปเจรจาธุรกิจที่สหรัฐอเมริกา กำหนดไปเจ็ดวัน ก่อนจะไปที่อเมริกา เขาก็ห่วงภรรยาสาวเหลือเกิน ไปกอดภรรยา
“ที่รัก คิดถึงพี่ไหม พี่จะไปอเมริกาแล้วนะ”
ภรรยาสาวเพิ่งแต่งงานกัน ก็บอกว่า “พี่ไปเถอะ ไม่ต้องห่วง น้องดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะว่าอยู่ทางนี้น้องจะมีกิ๊ก”
ยิ่งบอกว่าไม่ต้องห่วง ยิ่งน่าห่วงมากเลยนะ แต่เศรษฐีจำเป็นต้องไป
ก่อนจะไป ก็กอดลาภรรยาที่สนามบิน หอมตั้งแต่หน้าผากจรดปลายเท้า ห่วงแฟน หอมตั้งแต่ปลายเท้าจรดหน้าผาก แล้วก็เดินไปขึ้นเครื่องบิน
เขาเดินทางไปอเมริกา ไปเจรจาธุรกิจสามวัน สำเร็จเรียบร้อย ตัดสินใจขึ้นเครื่องบินกลับบ้านทันที เพราะคิดถึงภรรยา กลัวว่าภรรยาจะแอบมีกิ๊ก แต่ก่อนจะบินก็คิดว่า “เราต้องไม่บอกเธอ เพราะถ้าบอกเธอล่วงหน้าเธอก็ไม่ตื่นเต้น” อยากจะเซอร์ไพรส์ภรรยา จึงแวะไปซื้อเครื่องเพชรหมดเงินไปหลายแสนบาท ตั้งใจว่า “เราต้องแอบกลับเงียบๆ พอกลับไปถึง ขณะที่เธอกำลังตกใจ เราก็จะให้เครื่องเพชรเธอ เธอจะได้รู้ว่าเรารักเธอแค่ไหน” คิดเสร็จ จับเครื่องบิน บินกลับเมืองไทย
เครื่องบินมาถึงเมืองไทยเป็นเวลาตีหนึ่ง เขาขับรถจากสนามบินไปยังบ้านของเขาเงียบๆ จอดรถที่หน้าบ้าน ค่อยๆ เดินเข้าบ้านอย่างเงียบๆ ย่องขึ้นไป ย่องขึ้นไป ผลักประตูชั้นล่างช้าๆ ประตูไม่ล็อก ตายล่ะทำไมไม่ล็อก ย่องขึ้นชั้นสองช้าๆ ผลักประตูเข้าห้องภรรยา ประตูเปิด ประตูไม่ล็อก “ตายล่ะ หมายความว่าไง” ย่องเข้าไป พอใกล้จะถึงเตียงภรรยา เขาคุกเข่าลงเดินช้าๆ เขาตั้งใจว่าจะไปโผล่ขึ้นข้างเตียง แล้วก็ค่อยๆ คลานต่อไปช้าๆ ช้าๆ ช้าๆ ไปโผล่ขึ้นข้างเตียง
ก่อนที่เขาจะจ๊ะเอ๋ เขาก็ต้องตกใจ เพราะมีหัวของคนสองคนโผล่ออกมาจากผ้านวม ในความมืดเวลาประมาณตีหนึ่งเกือบตีสองนั้น เขามองแทบไม่เห็นอะไรเลย และเขาก็ไม่อยากจะเปิดไฟเพราะไม่อยากให้ภรรยาตกใจ เขาเห็นเงาในความมืดเป็นหัวของคนสองคนโผล่ออกมาจากผ้านวม แน่นอน คนแรกเป็นภรรยาเขาเพราะเขาจำได้ แต่คนที่สองเขาเห็นไม่ชัดเพราะคนคนนั้นหันหลังให้ เขาพยายามขยี้ตาดูเพ่งดูเท่าไรก็ไม่ชัด แต่เขาไม่จำเป็นจะต้องคิดมากแล้ว เพราะในห้องนอนของเขาใครจะกล้ามานอนได้ นอกจากภรรยากับชายชู้หรือกิ๊กนั่นเอง
เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาโกรธสุดขีด ค่อยๆ ถอยหลังออกมา ลงไปห้องชั้นล่าง เปิดลิ้นชัก หยิบปืน .357 บรรจุกระสุนเต็มรังเพลิง ย่องขึ้นมาใหม่ เหงื่อแตกพลั่ก แค้นสุดแค้น “เรานะ ตั้งใจไปเจ็ดวัน แต่ไม่ยอมอยู่เจ็ดวันเพราะคิดถึงเธอ ซื้อเครื่องเพชรมาให้ ตั้งใจจะเอามาฝาก แต่ดูเธอทำกับเราสิ ทันทีที่เราไป เธอเอาชายชู้ขึ้นมานอนเริงรักกันถึงบนเตียง” แค้นสุดแค้น ย่องเข้าไป ย่องเข้าไป เอาปืนจ่อในความมืด เห็นชัดบ้าง ไม่ชัดบ้าง สับไกกำลังจะยิง
เสียงหลวงพ่อลอยมา
“จำไว้นะลูก หลวงพ่อไม่มีของดีจะให้หรอก แต่ว่าหลวงพ่อมีคาถาดีๆ จะให้นะ เวลาลูกจะตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต ให้ไปข้างหน้าสามก้าว ถอยข้างหลังสามก้าว ทำอย่างนี้ก่อนสามครั้ง ลองทำดูแล้วลูกจะไม่ล้มเหลวเลย”







