
ลา (พักร้อน) ให้เป็นสุข
วันลาสำหรับมนุษย์เงินเดือนตาดำๆ ก็ไม่ต่างกับโบนัสช่วงปลายปี เพียงแต่เปลี่ยนจากรูปเงินมาเป็นวันพักผ่อนสุดพิเศษของคุณ
โดย...คุณหนูอี้
วันลาสำหรับมนุษย์เงินเดือนตาดำๆ ก็ไม่ต่างกับโบนัสช่วงปลายปี เพียงแต่เปลี่ยนจากรูปเงินมาเป็นวันพักผ่อนสุดพิเศษของคุณ คำถามคือจะทำอย่างไรให้ลาพักร้อนประจำปีเป็นวันพักจากเรื่องร้อนๆ จริงๆ ไม่ใช่วันหยุดแสนหวาน แต่ทุกวันคุณยังต้องตื่นมาเคลียร์งานที่ทำไม่เสร็จ ต้องคอยรับสายจากที่ทำงาน หรืออีเมล เพื่อเคลียร์งานที่คั่งค้างแบบไม่จบไม่สิ้น
แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นจะลาหยุดเพื่อเปลี่ยนที่ทำงานมาอยู่ที่บ้านไปเพื่ออะไร?
สถานการณ์ : พรุ่งนี้จะหยุดแล้ว ทำไงดี งานที่รอให้เคลียร์ยังกองเป็นภูเขา
ทางออก : ไม่ว่าจะวันลา หรือวันทำงานปกติ คุณควรสวมวิญญาณนักวางแผน (ในการทำงาน) ไว้เสมอ เพราะนอกจากจะทำให้คุณทำงานได้เสร็จทันตามกำหนดเวลาโดยไม่เครียดปรอทแตกเมื่อเดดไลน์มาเยือนแล้ว ยามที่คุณต้องลาพักร้อน คุณก็ไม่ต้องลนลาน เพราะแบ่งเวลาจัดสรรงานทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้ว ข้อแนะนำสำหรับคนขี้ลืมคือหาสมุดโน้ตที่เป็นแพลนเนอร์ในตัว เพื่อจดบันทึกงานและเดดไลน์ที่ต้องส่ง เพื่อจะได้ไม่ลืม หรืออาจใช้สมาร์ตโฟน หรือไอแพด เป็นเลขาฯ ส่วนตัวช่วยเตือนว่าต้องทำงานอะไรบ้าง
สถานการณ์ : จะลาทั้งที อย่าลืมฝากงานไว้ให้ถูกคน
ทางออก : ทางที่ดี หากงานของคุณต้องอาศัยการติดต่อประสานงานเป็นสำคัญ ก็ควรเซตอีเมลและเบอร์โทรศัพท์ของผู้ที่จำเป็นต้องติดต่อเอาไว้ด้วย เผื่อในกรณีฉุกเฉินจะได้สามารถติดต่องานได้ในช่วงที่คุณลางานไป หรืออาจบอกกล่าวเพื่อนร่วมงานที่ทำงานเกี่ยวข้องกับคุณไว้ให้รู้ตัวว่าในช่วงเวลาไหนที่คุณจะไม่อยู่ และมีภาระงานใดบ้างที่ต้องให้เพื่อนช่วยแบ่งเบาหรือรับผิดชอบในช่วงที่คุณไม่อยู่ โดยเฉพาะหากงานของคุณมีรายละเอียดยิบย่อย ควรเขียนเป็นตาราง หรือลิสต์เป็นรายการ สรุปความคืบหน้าของงานที่ทำอยู่ให้หัวหน้างาน หรือฝากไว้ให้เพื่อนร่วมงานที่เกี่ยวข้อง เผื่อที่เวลาคุณไม่อยู่จะได้เคลียร์งานต่อไปได้โดยไม่สะดุด
สถานการณ์ : เจองานด่วนก่อนลาพักร้อน เคลียร์ยังไงดี
ทางออก : หากคุณมีโปรแกรมในใจไว้แล้วว่าพักร้อนนี้จะทำอะไรแน่นอนและตระเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว เช่น จองตั๋วเครื่องบิน ที่พักไว้เรียบร้อยแล้ว ให้รีบแจ้งเจ้านายและยื่นใบลาตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะถ้าเผื่อมีงานสำคัญในช่วงเวลาใกล้พักร้อนพอดี เจ้านายจะได้มอบหมายงานให้ทำแต่เนิ่นๆ แต่ถ้าลาล่วงหน้าแล้วยังงานเข้าแบบไม่คาดคิด คุณก็ต้องแสดงสปิริต ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด เคลียร์ทุกอย่างให้จบก่อนจะลาพักร้อน โดยพยายามมองโลกในแง่บวกเสมอว่างานตรงหน้าไม่ใช่ภาระ แต่เป็นโอกาสและความท้าทายที่จะช่วยให้คุณได้พัฒนาศักยภาพขึ้นอีกขั้น
สถานการณ์ : จำใจลาเพราะวันลากำลังจะหมดอายุ
ทางออก : ศึกษาเงื่อนไขวันลาของคุณให้ดี เพราะบางบริษัทไม่สามารถโอนวันลาที่เหลืออยู่ไปใช้ปีถัดไปได้ หากคุณยังมีวันหยุดเหลือและเคลียร์งานทัน ก็อย่าลืมใช้ผลประโยชน์ของคุณบ้าง คอยเช็กตารางวันลา เพราะยุคดิจิตอลแบบนี้เชื่อว่าแทบทุกบริษัทน่าจะมีโปรแกรมบันทึกวันลาอยู่แล้วว่าคุณยังสามารถใช้สิทธิลาได้อีกกี่วัน ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะช่วยรักษาผลประโยชน์ให้คุณแล้ว ยังช่วยให้คุณสามารถวางแผนชีวิต ทั้งภาระงานที่รับผิดชอบ และแผนการวันหยุดของคุณล่วงหน้าได้อีกด้วย
Ask the Expert
Q.จะทำอย่างไรกับรุ่นพี่ในที่ทำงาน ชอบเอางานตัวเองมาให้ทำ ทั้งๆ ที่งานเราเองก็เยอะอยู่แล้ว?
A.จักรพันธ์ จันทรัศมี Consulting Partner บริษัท ออคิด สลิงชอท แนะนำไว้ว่า ทางเลือกที่ไม่ควรทำคือ ปฏิเสธคำร้องขออย่างก้าวร้าว “ไม่ได้หรอกพี่ พี่ไม่มีปัญญาทำเองหรือไง” พูดแบบนี้ไม่เสียเปรียบก็จริงอยู่ แต่มีแนวโน้มจะเสียเพื่อน ในทางตรงกันข้าม หากไม่ปฏิเสธคำร้องขอ จำใจตอบตกลง ยอมเป็นลูกไล่เขา แบบนี้ไม่เสียเพื่อนแน่ๆ แต่เสียสิทธิและเสียเวลาที่ควรจะต้องสะสางงานของตัวเอง ส่งผลให้งานไม่เสร็จและโดนเจ้านายตำหนิได้ ดังนั้น ทางเลือกที่เหลืออยู่คือ ต้องกล้าสื่อสารให้เขารู้แต่ต้องไม่ใช้อารมณ์ โดยเริ่มต้นการปฏิเสธด้วยคำ “ขอโทษ” แล้วแสดงเหตุผลความจำเป็นที่ไม่สามารถปฏิบัติตามคำร้องขอได้ เช่น “ขอโทษครับ ผมมีรายงานที่ต้องสรุปส่งให้หัวหน้าก่อนเที่ยง และยังมีงานสำคัญอีกหลายอย่างต้องจัดการให้เสร็จครับ” โดยในขณะสื่อสารให้สบตาผู้ฟังอย่างสุภาพ ระมัดระวังสีหน้า ท่าทาง และน้ำเสียง แต่หากเขามีความจำเป็นจริงๆ อาจแสดงความมีน้ำใจช่วยเหลือบ้างตามความจำเป็น เช่น “ให้ผมช่วยอย่างอื่นได้ไหม” หรือ “ผมจะช่วยทำให้บางส่วนตอนที่ผมพอมีเวลาว่างนะครับ”
He Said/She Said
แบงค์ นักศึกษา
“ผมว่าผู้หญิงเข้าใจยาก จนผมอยากจะมาคบกับผู้ชายเสียแล้วล่ะครับ (หัวเราะ) ล้อเล่น ล้อเล่น ผมว่าผู้หญิงถ้าลดความยุ่งยากซับซ้อนลงสักนิด คงน่ารักกว่านี้เยอะ อยากให้บางครั้งเรียบง่ายบ้างก็ดี ไม่ต้องเยอะซะทุกเรื่องนะจะน่ารักที่สุด”
จ๊ะเอ๋ นักศึกษา
“ถ้าจะจีบเป็นแฟนเล่นๆ ก็ขอหนุ่มๆ หน้าตาดีๆ แต่งตัวเท่ๆ รวยๆ ดูแล้วสาวกรี๊ด แต่ถ้าเอามาเป็นคู่ชีวิตจริงๆ คงไม่ต้องขนาดนี้ ขอให้หน้าตาพอดูได้ และรักเราเข้าใจเราก็พอแล้วล่ะค่ะ”
“คนส่วนใหญ่ปฏิบัติต่อกฎของบริษัทที่ทำงานที่ตัวเองสังกัดราวกับคู่มือการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ก็คือการไม่เคยเปิดอ่านเลยนั่นเอง”
เจมส์ เลวีน วาทยกร และนักเปียโนชาวอเมริกัน







