
ระวังเล่ห์เด็กปั๊ม แก๊งเปลี่ยนบัตรเครดิต
กลวิธีของมิจฉาชีพที่ทำให้บางครั้งเราเสียเงินไปอย่างคาดไม่ถึงโดยเฉพาะผู้ที่มีรถยนต์มีมากมายสารพัด
โดย...ธนก บังผล
กลวิธีของมิจฉาชีพที่ทำให้บางครั้งเราเสียเงินไปอย่างคาดไม่ถึงโดยเฉพาะผู้ที่มีรถยนต์มีมากมายสารพัด
ไม่เว้นแม้แต่การเข้าไปใช้สถานีบริการน้ำมันหรือที่เราเรียกว่าปั๊มน้ำมันทั่วไป ซึ่งหลายคนต้องอึ้งกับขบวนการโกงกันต่อหน้าต่อตา
พฤติกรรมของคนร้ายคือ เมื่อเหยื่อเข้าไปเติมน้ำมันที่ปั๊มโดยใช้บัตรเครดิตให้พนักงานไปรูดเป็นค่าน้ำมัน หากจำนวนเงินที่แต่ 500 บาท เด็กปั๊มจะเอาไปรูดที่เครื่อง 5,000 บาท หลังจากนั้นจะสลับเอาบัตรเครดิตปลอมที่เตรียมไว้มาคืนพร้อมกับนำใบสลิปบัตรเครดิตที่ระบุมูลค่า 500 บาท วางทับบัตรเครดิต
ส่วนใหญ่ลูกค้าจะไม่ทันได้สังเกตว่าบัตรเครดิตนั้นไม่ใช่ของตนเองก็จะรับมาเก็บไว้ กว่าจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อนำไปใช้รูดซื้อสินค้า
โดยเด็กปั๊มจะเอาบัตรเครดิตที่ได้มาไปให้กับกลุ่มผู้ว่าจ้างซึ่งใช้รถตู้เป็นพาหนะในการติดต่ออีกทอดหนึ่ง และกลุ่มมิจฉาชีพนี้จะนำบัตรไปคัดลอกข้อมูลจากเครื่องสกิมเมอร์เพื่อนำรหัสผ่านไปรูดซื้อสินค้าหรือกดเงินสดได้
พ.ต.ท.ต่อวงศ์ พิทักษ์โกศล สารวัตรกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หลังรับแจ้งเหตุได้เข้าจับกุมเด็กปั๊ม 1 คนและพนักงานแคชเชียร์ประจำสถานีบริการน้ำมันอีก 1 คน มาทำการสอบสวน
“คดีนี้จับได้เพราะลูกค้าคนหนึ่งเข้ามาเติมน้ำมัน แล้วถูกเด็กปั๊มเอาบัตรเครดิตไปรูด ระหว่างที่ออกมาจากสถานีบริการแล้วทางธนาคารได้แจ้งผ่านข้อความโทรศัพท์ระบุว่ามีการรูดเงินออกไป 5,000 บาท จึงรีบวกรถกลับมาแล้วก็พบคาหนังคาเขา” พ.ต.ท.ต่อวงศ์ เล่าเหตุการณ์ในวันที่ผู้เสียหายถูกเด็กปั๊มเปลี่ยนบัตรเครดิต
ซึ่งจากการสอบปากคำเด็กปั๊มก็พบว่า มีการทำเป็นขบวนการ เริ่มจากคนที่ใช้รถตู้เข้ามาใช้บริการบ่อยๆ จนเป็นที่คุ้นหน้ากับเด็กปั๊ม กระทั่งเย็นวันหนึ่งก็ได้เอ่ยปากสอบถามขึ้นมาว่า... “อยากจะได้เงินใช้หรือไม่ ”
แน่นอนว่า เมื่อเด็กปั๊มได้รับคำชักชวนพร้อมกับแนะนำให้ลองทำดู โดยคนร้ายยังได้เอาบัตรเครดิตของธนาคาร 2 แห่งมาให้เก็บไว้หลายใบ
พ.ต.ท.ต่อวงศ์ เผยว่า ถ้าหากลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ส่งบัตรเครดิตมาให้รูดน้ำมันแล้วปรากฏว่าตรงกับบัตรเครดิตของธนาคารที่เด็กปั๊มมีเก็บไว้ เด็กปั๊มก็จะนัดแนะกับแคชเชียร์ สมมติว่าเมื่อลูกค้าเติมน้ำมัน 1,000 บาท เด็กปั๊มจะนำบัตรเครดิตของลูกค้าเก็บไว้แล้วเอาบัตรปลอมหรือบัตรที่อาจจะถูกขโมยมาสลับให้ลูกค้ากลับไป โดยนำบิลมาวางทับบัตรเครดิต ขั้นตอนตรงนี้ถ้าไม่ทันสังเกตก็จะทำให้บัตรเครดิตของเราถูกเปลี่ยนไปอยู่ในมือโจร
หลังจากนั้นเด็กปั๊มก็จะนำบัตรเครดิตของลูกค้าไปรูดที่เครื่องในสถานีบริการ 5,000 บาท โดยให้แคชเชียร์นำเงินส่วนต่างค่าน้ำมัน 4,000 บาทมาแบ่งกัน
ระหว่างการสอบสวน เด็กปั๊มรับสารภาพว่าครั้งแรกที่ทำได้เงินสดมา 5,000 บาท เอามาแบ่งกับแคชเชียร์คนละ 2,500 บาท โดยหลังจากนั้นเด็กปั๊มจะเอาบัตรเครดิตไปให้กับคนที่ขับรถตู้ และจะได้ค่าตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์จากจำนวนสลิปที่รูดออกมา
“ขบวนการนี้ไม่ว่าอย่างไร แคชเชียร์ก็ต้องสมรู้ร่วมคิด ไม่อย่างนั้นเด็กปั๊มทำคนเดียวไม่ได้แน่ แม้ว่าแคชเชียร์จะบอกว่าไม่รู้เรื่อง และเพิ่งได้รับเงินมา 300 บาทครั้งแรก โดยขั้นตอนในการสืบสวนหาคนที่ขับรถตู้ที่จ้างวานยังอยู่ในระหว่างขยายผล เนื่องจากเด็กปั๊มรู้จักแต่ชื่อ แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร” พ.ต.ท.ต่อวงศ์ กล่าว
ซึ่งพฤติการณ์ของเด็กปั๊มและแคชเชียร์ทั้ง 2 รายนี้ นอกจากจะยักยอกทรัพย์บัตรเครดิตลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการแล้ว ยังเข้าข่ายกระทำความผิดลักทรัพย์กับเจ้าของสถานีบริการน้ำมันอีกด้วย
“ถือว่าเป็นภัยสังคมในปัจจุบันที่ต้องระวัง เนื่องจากทุกวันนี้มีผู้ใช้บัตรเครดิตเป็นจำนวนมาก อีกทั้งธนาคารยังแข่งขันกันเพิ่มยอดลูกค้า แต่หากลูกค้าถูกยักยอกบัตรเครดิตไปรูดเงินสดหรือซื้อสินค้าโดยไม่รู้ตัวทางธนาคารก็จะไม่รับผิดชอบ จนกว่าเหยื่อจะแจ้งกับธนาคาร” พ.ต.ท.ต่อวงศ์ ให้ความเห็น
จะเห็นได้ว่าแม้แต่การเข้าไปใช้บริการในปั๊มน้ำมันก้ยังมีความเสี่ยง หลังจากที่โลกยุคใหม่นี้ไม่จำเป็นต้องพกเงินสดไปไหนมาไหน เพียงแค่ใช้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดก็สามารถจับจ่ายใช้สอยได้อย่างสะดวก
แต่ไม่ว่าจะสะดวกมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งจะทำให้ช่องว่างให้มิจฉาชีพฉกทรัพย์จากกระเป๋าเราออกไปง่ายขึ้นเช่นกัน
ตรวจสอบและรอบคอบ
สารวัตรต่อวงศ์ แนะนำผู้ใช้บัตรเครดิตในการเติมน้ำมันว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อพนักงานเติมน้ำมันเอาบัตรมาคืนแล้วคือ ดูว่าเป็นบัตรของเราหรือไม่
“ก็มีบางครั้งถ้าหากลูกค้าพบว่าไม่ใช่บัตรเครดิตของตัวเอง เมื่อโวยวาย เด็กปั๊มก็จะทำทีว่าขอโทษ หยิบบัตรผิด แต่ถ้าไม่ทักท้วงหรือไม่ดูให้ดีก็จะตกกลายเป็นเหยื่อสูญเสียเงินทันที” พ.ต.ท.ต่อวงศ์ สมมติเหตุการณ์
นอกจากนี้ ระบบการเตือนจากธนาคารเมื่อบัตรเครดิตถูกใช้ ก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้เรารู้ทันทีเมื่อเกิดเหตุผิดปกติ หรือถูกขโมยบัตรเครดิต ซึ่งช่วยให้ผู้เสียหายสามารถแจ้งอายัดกับธนาคารได้ทัน และตามตัวผู้กระทำความผิดได้ว่าใช้บัตรเครดิตรูดจากที่ไหน
อีกวิธีหนึ่งคือการล็อคให้บัตรเครดิตเติมน้ำมันใช้ได้กับรถคันใดคันหนึ่งโดยเฉพาะเท่านั้น เพื่อป้องกันการนำไปใช้อย่างอื่นเมื่อสูญหาย







