
แคชเมียร์ ความงามใต้ร่มเงาอดีตสงคราม
แคชเมียร์ดินแดนที่มีความงดงามภายใต้อ้อมกอดของมหาขุนเขาหิมาลัย จนมีสมญานามว่าที่นี่คือดินแดนแห่งสรวงสวรรค์
โดย...นพพล ชูกลิ่น
แคชเมียร์ดินแดนที่มีความงดงามภายใต้อ้อมกอดของมหาขุนเขาหิมาลัย จนมีสมญานามว่าที่นี่คือดินแดนแห่งสรวงสวรรค์ หรือสวิตเซอร์แลนด์แห่งทวีปเอเชีย เป็นประเทศที่เต็มไปด้วยขุนเขาสายน้ำทะเลสาบน้ำจืด และสวนดอกไม้ ที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก
การเดินทางไปแคชเมียร์ตลอดเส้นทางการเดินทางจากเดลีไปยังศรีนาคาร เป็นเส้นทางการบินที่ผมคิดว่ามีความสวยงามที่สุดเท่าที่ผมมีประสบการณ์การบิน เพราะเป็นการบินผ่านหุบเขาหิมาลัยซึ่งถือว่าเป็นการสัมผัสทิวเขาหิมาลัยที่มีความสลับซับซ้อนและยิ่งใหญ่มากๆ เป็นการสัมผัสแบบใกล้ชิดจริงๆ มีความสวยงามจนผมไม่ยอมปิดหน้าต่าง ถึงแม้จะต้องสัมผัสความแรงของแสงอาทิตย์ผมก็ยอมทนครับแนะนำให้ท่านผู้อ่านพกแว่นกันแดดติดขึ้นเครื่องไปด้วย เพราะแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงบนยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว จะมีผลต่อสายตาและอาจทำให้อรรถรสการชมความงามของมหาขุนเขาแห่งนี้หายไปนะครับ
เมื่อสิ้นสุดเที่ยวบินที่สวยงามสู่สนามบินที่ต้องถือว่าเป็นสนามบินที่มีบรรยากาศน่ากลัวที่สุดในโลกและมีการตรวจรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดแห่งหนึ่ง เพราะหลังจากลงเครื่องบิน ห้ามไม่ให้มีการถ่ายภาพโดยเด็ดขาดและมีมาตรการลงโทษอย่างรุนแรง โดยถึงขั้นยึดอุปกรณ์การถ่ายภาพเลยนะครับถึงแม้เราจะลบรูปที่ถ่ายในบริเวณสนามบินออกจนหมด ซึ่งเราจะพบเห็นทหารของรัฐบาลอินเดียถืออาวุธครบมือคอยยืนต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างขะมักเขม้น และเราจะพบภาพแบบนี้ตลอดการเดินทางจนเป็นภาพที่ชินตา
สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะแคชเมียร์ในอดีตไม่ถึงสิบกว่าปีที่ผ่านมาเป็นดินแดนแห่งความขัดแย้งจากการปกครองทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งยังคงเป็นปัญหาการแบ่งดินแดนระหว่างประเทศอินเดียกับประเทศปากีสถาน ถึงแม้เสียงปืนจะสงบลงมาหลายสิบปี แต่บรรยากาศของภาวะสงครามก็ไม่เคยจางหายไปจากดินแดนแห่งนี้ การพัฒนาประเทศจึงถดถอยลงทั้งที่แคชเมียร์มีต้นทุนทางทรัพยากรทางธรรมชาติ ทั้งใต้ดินและบนดินที่ไม่สามารถหามาทดแทนได้จากที่ใดๆ
สวรรค์บนดินเป็นนิยามที่ผมเห็นพ้องด้วยอย่างยิ่ง ภาพที่เราเห็นตลอดเส้นทางคือทุ่งดอกคัสตาร์ดสีเหลืองเต็มท้องทุ่งตัดกับเทือกเขาหิมาลัยที่หิมะสีขาวปกคลุมตลอดทั้งเทือกเขา และที่สำคัญตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าเข้มๆ ที่สุดแสนจะโรแมนติก หลังจากชมความงามตลอดเส้นทางเราก็มุ่งหน้าสู่ทะเลสาบดาลทะเลสาบที่มีความยิ่งใหญ่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา แต่ความลึกเฉลี่ยของทะเลสาบแห่งนี้อยู่ที่ 3 เมตร ทำให้เกิดปัญหามลภาวะทางระบบนิเวศขึ้น คือเกิดสาหร่ายใต้น้ำเป็นจำนวนมากส่งผลให้เกิดมลพิษทางน้ำดั้งนั้นตอนช่วงเวลาเช้าของทุกๆ วัน จะพบเห็นการพายเรือเพื่อเก็บสาหร่ายขึ้นจากน้ำ นับเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับนักถ่ายภาพเป็นอย่างมาก
วิถีชีวิตริมน้ำของผู้คนที่นี้ ถ้าท่านผู้อ่านอยากมีโอกาสได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดให้ตื่นแต่เช้านะครับแล้วเหมาเรือไปชมตลาดเช้าที่ที่ยังคงความเป็นคนแคชเมียร์ไว้ได้อย่างน่าทึ่งนัก ตั้งแต่การแต่งกายของผู้ชายที่มาจ่ายตลาด (ผมไม่เห็นผู้หญิงในตลาดเช้าเลย) จะแต่งด้วยชุดเสื้อยาวสีเทา สีดำ สีน้ำตาลอ่อนแกกันไปตามความชอบ (สีอื่นผมไม่เห็นเลยนะครับ) พวกเขาจะนำพืชผักผลไม้ต่างๆ มาแลกเปลี่ยนกันมากกว่ามาซื้อขายกันการเจรจาเป็นไปด้วยความถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน เป็นบรรยากาศที่น่ารักมากๆ นะครับ ผู้คนแห่งดินแดนนี้เต็มไปด้วยความมีไมตรีจิต ถึงแม้แววตาอาจจะดูแข็งกร้าวซึ่งอันเกิดจากความบอบช้ำของสงครามในอดีต แต่วิถีที่สงบร่มเย็นอันเกิดจากธรรมชาติช่วยขัดเกลาทำให้ผู้คน ณ ดินแดนแห่งนี้ สามารถถ่ายทอดงานศิลปะผ่านการทอผ้าและพรมแคชเมียร์อันเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก
แคชเมียร์ดินแดนแห่งความงามทางธรรมชาติและผู้คนที่งดงามลองไปสัมผัสกันดูนะครับ







