
มิติใหม่การดื่มกิน เดอะ ดิสทริคท์ กริลล์ รูม แอนด์ บาร์
พักนี้เจอแต่ของใหม่ๆ ครับ เวลาเจอของใหม่ๆ (รวมถึงคนใหม่ๆ ด้วยนะครับ) รู้สึกเลยว่าหัวใจมีกำลังวังชาขึ้นมาโดยพลัน ล่าสุดก็ไปเจออีกจนได้ ไม่ใช่ที่ไหนหรอก อยู่ใกล้ๆ ทองหล่อนี่แหละ
โดย...โจ เกียรติอาจิณ / ภาพ วิชช์ญะ ยุติ
พักนี้เจอแต่ของใหม่ๆ ครับ เวลาเจอของใหม่ๆ (รวมถึงคนใหม่ๆ ด้วยนะครับ) รู้สึกเลยว่าหัวใจมีกำลังวังชาขึ้นมาโดยพลัน ล่าสุดก็ไปเจออีกจนได้ ไม่ใช่ที่ไหนหรอก อยู่ใกล้ๆ ทองหล่อนี่แหละ
จากบีทีเอสทองหล่อเดินย้อนมาซอยสุขุมวิท 57 ก็จะเจอกับโรงแรมแมริออท กรุงเทพฯ สุขุมวิท กดลิฟต์ขึ้นชั้น 2 เอ... หรือจะใช้บันไดก็สะดวกดี “เดอะ ดิสทริคท์ กริลล์ รูม แอนด์ บาร์” รอต้อนรับทุกคนอยู่ชั้นนี้นี่แหละ
แรกพบสบตากับเดอะ ดิสทริคท์ (ขอเรียกสั้นๆ ละกันเนอะ) ก็ต้องบอกว่า ของเขาไม่ธรรมดา ทั้งครัว ทั้งบาร์ โอ่อ่าจริงๆ โต๊ะ เก้าอี้ เฟอร์นิเจอร์ น่านั่งทุกมุม มีภาพถ่ายขาวดำประดับบนผนัง แถมยังเก๋ไก๋ด้วยโคมไฟลูกเล่น ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศให้ที่นี่ดูทันสมัยและแอบติดหรู (นิดหน่อย)
แม้จะดูทันสมัยและแอบติดหรู แต่คุณๆ ที่แวะไป ก็ไม่ต้องเกร็งหรือกลัว จนเผลอทำตัวลีบนะเออ เพราะที่นี่ชูคอนเซปต์ สบายและสมาร์ท ไม่ต้องเนี้ยบนิ่ง แต่ขอดูเท่ แค่นี้แหละที่เขาต้องการ
ชื่อบอกไว้ชัดแจ้ง เดอะ ดิสทริคท์ นั้นได้แรงบันดาลใจมาจากย่านมีตแพ็กกิ้ง ดิสทริคท์ ของนิวยอร์กเกอร์ อันมีสไตล์เฉพาะ ไม่ว่าจะบรรยากาศ หรือเมนูที่เสิร์ฟ มาที่เดอะ ดิสทริคท์ กรุงเทพฯ ก็ให้อารมณ์เหมือนไปเยือนดิสทริคท์ที่นิวยอร์ก ยังไงยังงั้น
นักดื่มมาที่เดอะ ดิสทริคท์ รับรองไม่ผิดหวัง ด้วยเขานำเสนอซิกเนเจอร์ดริงก์ครบครัน หรือจะเป็นตัวเลือกอื่นๆ กระทั่งแก้วพิเศษ ก็มีให้จิบกันแบบฟูลบาร์ ละลานตาจนเลือกไม่ถูก เยอะจัดต้องยกให้ไวน์ ที่คัดสรรมาเพื่อจับคู่กับอาหาร
ขณะที่คอค็อกเทล ก็ห้ามพลาดที่จะสั่งซิกเนเจอร์ที่รังสรรค์มาให้สาวกได้จิบแกล้มบรรยากาศ Tomojoto เป็นส่วนผสมระหว่างน้ำมะเขือเทศกับสูตรโมจิโต เหมาะที่จะจับคู่กับอาหารจำพวกซีฟู้ด หรือจะเป็นแก้วอื่นๆ ก็น่าลอง Black Truffle Martini, Salt & Pepper, Champeach ขาดไม่ได้ คือ ค็อกเทลคลาสสิก Jerry’s Classic ก็พร้อมจะย้อมอารมณ์แฮงเอาต์ไนต์ได้เป็นอย่างดี
ยิ่งไปตอน 5 โมง ถึง 6 โมง สั่งเครื่องดื่มที่บาร์ ก็รับไปเลยอาหารทะเลสดจำนวน 2 ชิ้น เลือกได้ตามใจชอบ จะเป็นก้ามปูอลาสกาน่าหม่ำ ล็อบสเตอร์ตัวบิ๊ก หอยนางรมตัวเขื่อง และอีกสารพัดสารพันนำเข้าจากแหล่งผลิตชื่อดัง
ถ้าไม่ชอบอาหารทะเลเสิร์ฟสดจิ้มกับซอสรสเด็ด ก็มีอาหารสร้างสรรค์จากฝีมือเชฟชาวออสซี่ “นาธาน ชิลคอทท์” ที่นำวัตถุดิบคุณภาพคัดเกรดมาใส่ครีเอทีฟ ไม่ใช่ฟิวชั่นฟู้ด เชฟนาธานบอก เป็นอาหารดั้งเดิม เพียงแต่เปลี่ยนวิธีการพรีเซ็นต์ที่ไม่ซ้ำใคร
จานที่โดนๆ ก็เช่นว่า “ซีซาร์สลัด” ที่อื่นคลุกเคล้าส่วนผสมมาให้เสร็จสรรพ แต่ที่นี่เชฟเสิร์ฟแบบอลังการแซบเวอร์ ใช้ผักสลัดทั้งต้น ทั้งต้นจริงๆ นะครับ จากนั้นก็ผ่าครึ่ง นำไปแช่น้ำแข็ง 2 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มความกรอบ ท็อปด้วยน้ำสลัดข้นคลั่ก รสเค็มเปรี้ยวถูกลิ้น โรยพาร์เมซานชีสแบบว่า เยอะมากกกกกกกก สะใจคนชอบชีส ตามด้วยเบคอนชิ้นบาง ออกรสหวานนิดๆ ไม่เค็มบาดคอเหมือนที่เคยกินมา จานนี้แกล้มกับไวน์หรือเบียร์ก็สุดแสนจะเข้ากัน
อีกจานที่เสิร์ฟมาในพอร์ชั่นไม่ใหญ่ “ล็อบสเตอร์สลัด” กินเพลินๆ เกินจะวางช้อนได้ ด้วยรสชาติ ความสด และความหวานของล็อบสเตอร์นำเข้า เคียงด้วยหน่อไม้ฝรั่ง มะเขือเทศ อโวคาโด ฉ่ำในลิ้นครับ ไม่เชื่อต้องลองมาชิมดูแล้วจะรู้
บีฟเลิฟเวอร์โปรดจงรีบพลิกเมนูไปที่หมวดเนื้อ ที่นี่เน้นเนื้อแองกัส ได้ความเป็นเนื้อทั้งรสและกลิ่น แถมยังนุ่มแบบฉบับเนื้อแองกัส จะสั่งริบอาย หรือเซอร์ลอยน์ อร่อยคักๆ อ่อ ลืมบอกไปว่า เวลาสั่งเนื้อ ที่นี่มีลูกเล่นด้วยการให้ลูกค้าเลือกมีดที่ทำขึ้นพิเศษ เก๋กู๊ดตรงด้ามจับ น่าสะสมยิ่งนัก
พ็อกช็อป ก็เด็ดไม่เบา เพราะเชฟทำกรรมวิธีพิเศษที่ทำให้ได้รสสัมผัสของหมูที่แปลกออกไป แม้จะอิ่มจนท้องจะแตก ก็ยังต้องยอมใจอ่อนชิม
รวมไปถึงจานนี้ ที่เชฟภูมิใจนำเสนอ ขนมหวานโฮมเมด “ดิสทริคท์ ซันเดย์” มีให้กินทุกวัน ตามคอนเซปต์ Sunday is Everyday มาวันไหนก็ได้กิน โดยเขาจะรวมเด็ดสะเก็ดของหวานๆ เสิร์ฟมาในจานเบ้อเริ่ม ไอศกรีม กล้วยหอมทอด แล้วก็แม็กนั่มแท่งเล็กสูตรเด็ดของเชฟ อร่อยเข้มชนิดที่แม็กนั่มต้นตำรับยังแพ้ กินคู่กับปาร์กกิ้งไวน์ก็ยิ่งอร่อย แต่ถ้าจะสั่งเบียร์เย็นๆ มาแกล้ม ก็ได้ความกลมกล่อม เชื่อสิว่า คนรักขนมหวานจานเดียวไม่พอ ต้องขอเบิ้ลครับ
เดอะ ดิสทริคท์ กริลล์ รูม แอนด์ บาร์ อยู่ชั้น 2 โรงแรมแมริออท กรุงเทพฯ สุขุมวิท เปิดตั้งแต่ 5 โมงเย็น ปิดประมาณ 5 ทุ่ม โทร. 02-797-0130







