
@work
โดย...ชุติมา
โดย...ชุติมา
หนุ่มสาวออฟฟิศปวด อย่าปล่อย รูป 1
การเสวนาพิเศษของผลิตภัณฑ์นูโรเฟน เจล ในงาน “เพนคิลเลอร์ มิวเซียม” พิพิธภัณฑ์แห่งวิวัฒนาการการบรรเทาความปวด ครั้งแรกในประเทศไทยภายใต้หัวข้อ “คนรุ่นใหม่ ไร้ปวด” เพื่อแลกเปลี่ยน และบอกเล่าสาเหตุหลักของอาการปวดของคนยุคใหม่มาร่วมพูดคุยและแบ่งปันทัศนะในหลากหลายอาชีพ
คนทำงานอาชีพสถาปนิก วัฒนวงษ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา กล่าวว่า ทั้งนั่งออกแบบเป็นระยะเวลานาน ประชุมต่อเนื่องกัน 45 ชั่วโมง ออกไซต์งานเป็นช่วงๆ แล้วตอนกลางคืนก็ต้องกลับมานั่งออกแบบต่อ “ในตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอาการปวด ทำงานไปก็เพลิน พอรู้ตัวอีกทีก็นั่งไป 5 ชั่วโมงแล้ว ไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนเลย มีอาการปวดหลัง ปวดไหล่ ตอนแรกก็ยอมรับว่าทนเอา แต่พอถึงจุดหนึ่งที่ทนไม่ไหว ก็ต้องใช้ท่าบริหารบ้าง และถ้าเจ็บมากจริงๆ ก็จะใช้ยาแก้ปวดบ้าง ครั้งหนึ่งใช้เมาส์หนักมากจนต้องไปพบแพทย์ เพราะมีอาการเอ็นอักเสบ”
ผศ.นพ.วิศาล คันธารัตนกุล หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ กล่าวว่า คนทำงานมักจะอยู่ในท่าทำงานท่าเดียวซ้ำๆ หรือเกิดจากการใช้ร่างกายในระหว่างการทำงานในท่าผิดนานๆ สะสมและไม่ได้ยืดกล้ามเนื้อ “หรือบางกลุ่มเป็นพวก ‘เวิร์กฮาร์ด เพลย์ฮาร์ด’ คือทำงานหนัก และยังออกกำลังกายหนักๆ หนำซ้ำไม่รู้จักดูแลตัวเอง จนบางครั้งปล่อยให้เกิดความปวดเรื้อรัง และท้ายที่สุดก็จะรบกวนคุณภาพชีวิต เกิดอาการนอนไม่หลับ
ผลที่ตามมา คือ การเข้าใจผิดคิดว่าป่วยเป็นโรคอื่น หากมีอาการปวดเกิดขึ้นจึงต้องรีบตัดวงจรความปวดให้เร็วที่สุด โดยเริ่มจากการหาปัจจัยเสี่ยงต่อความปวด เช่น ความปวดที่อาจเกิดจากโครงสร้างของร่างกายเราเอง หรือการทำงาน อย่าอยู่ท่าเดียวนานๆ ต้องรู้จักยืดเหยียดกล้ามเนื้อในระหว่างวันเป็นอีกวิธีที่ช่วยผ่อนคลายให้กล้ามเนื้อมีการเคลื่อนไหว หรือเส้นเอ็นได้ยืดตัว เช่น การยืดกล้ามเนื้อคอเอียงซ้าย ขวา ก้มและเงยหน้า รู้จักหันมาออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ โดยมีเทคนิคง่ายๆ คือให้พอรู้สึกเหนื่อย หรือเมื่อยนิดๆ การปรับไลฟ์สไตล์ชีวิตประจำวันเพื่อลดความเสี่ยงจากความปวด เช่น ในทุกๆ วันของการทำงาน ต้องรู้จักพักการทำงาน 23 นาที ทำให้ร่างกายได้ขยับหลังจากทำงานท่าซ้ำๆ ใน 12 ชั่วโมง
และท้ายสุด ปรับเวิร์ก สเปซ (Work Space) ใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม นั่งให้เต็มเก้าอี้ ที่สำคัญ หากมีอาการปวดอย่าปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่รักษาให้ถูกวิธีอาจทำให้เป็นโรคปวดเรื้อรังได้”
ค้นพบตัวเองเร็วเท่าไร ก็ยิ่งเป็นผลดี รูป 2
ผลงานเล่มล่าสุด “สำเร็จ...ได้อีก” ของนักเขียน ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ ตอบโจทย์ของคนทุกวัย ตั้งแต่วัยเรียนจนถึงวัยทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเป็นพ่อแม่ยิ่งต้องอ่าน โดยได้แนะหลักคิดการวางแผนชีวิตด้วยการเริ่มต้นค้นหาตัวเอง เพื่อค้นพบอาชีพที่เหมาะสม โดยอาศัยหลักการวิเคราะห์ตัวเองจากสัตว์ 4 ทิศ คือ กระทิง อินทรี หนู และหมี ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานและปลูกฝังความคิดให้เด็กตั้งแต่ต้น อันเป็นประโยชน์ในการเลือกทางเดินชีวิตของตัวเองได้อย่างเหมาะสม แม้ว่ามองเผินๆ อาจเป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม แต่ถ้าหากค้นพบตัวตนได้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งเป็นผลดีกับตัวเองเท่านั้น นอกจากหลักการในการค้นหาตัวเองแล้ว ยังมีกลยุทธ์การทำงานขั้นสูงสุด
ดร.วรภัทร์ กล่าวว่า “คำว่า ‘สำเร็จ’ นี้ เราต้องตีความให้ชัดๆ ว่าสำเร็จด้านไหน ถ้าถามผม ก็คงเป็นเรื่อง ‘สำเร็จที่ใจ’ นั่นคือ ใจว่าง ใจสะอาด ใจเป็นปกติ หรือจะเรียกว่า จิตว่าง จิตสงบ จิตโล่งโปร่งสบาย ก็ได้ ถ้าบ้าเลือดมุ่งแต่ความสำเร็จทางโลก ก็ต้องแทรกธรรมะ แทรกการฝึกสติลงไปด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว มุ่งความสำเร็จทางโลกเราก็ทำไป แต่ความสำเร็จทางธรรม เราก็ต้องฝึกด้วย ทำตามมรรคมีองค์ 8 อิทธิบาท 4 มงคลสูตร 38 ประการ ก็จะเข้าถึงความหลุดพ้นได้เอง ความสำเร็จทางโลกและทางธรรมไปด้วยกันได้ ขอย้ำ”
สงสัยมั้ย? ธรรมะ รูป 3
ขอแถมเคล็ดลับการทำงานจากหนังสือดีๆ อีกสักเล่ม รับกระแสเมืองหลวงหนังสือโลกปีนี้ ...จากคำว่า “เช่นนั้นเอง” เป็นแรงบันดาลใจให้คนหนุ่มรุ่นใหม่ ชัยพัฒน์ ทองคำบรรจง วัย 30 ปี เจ้าของนามปากกา ชยจิต นักเขียนและเจ้าของสำนักพิมพ์ A Thing Book ได้สร้างสรรค์หนังสือการ์ตูนธรรมะ “สงสัยมั้ย? ธรรมะ พุทธทาส ฉบับ เช่นนั้นเอง” ซึ่งมีการจัดงานเปิดตัวหนังสือเล่มนี้ขึ้น เมื่อเร็วๆ นี้ ที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หรือสวนโมกข์กรุงเทพฯ
ชัยพัฒน์ หรือ ชยจิต นักเขียนหนุ่มผู้เคยบวชเรียนและได้พบว่า แม้ว่าจะมีเงินมากมายแค่ไหนก็ยังไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง ได้เปิดใจเล่าถึงที่มาของการสร้างสรรค์หนังสือการ์ตูนธรรมะ “สงสัยมั้ย? ธรรมะ พุทธทาส ฉบับ เช่นนั้นเอง” ว่า
“ผมฟังซีดีธรรมะเทศนาชุด ทุกอย่างเป็นเช่นนั้นเอง ของหลวงปู่พุทธทาส รู้สึกว่าเป็นธรรมะที่ลึกซึ้ง มีคุณค่าทันยุคทันสมัย ตรงกับใจคน ที่ไม่มีใครชอบความทุกข์ แต่ทำไมถึงทุกข์กันนัก ก็เพราะว่าเรามัวแต่ไปคิดว่า ทำไมถึงต้องเป็นแบบนี้ ทำไมจึงไม่เป็นแบบนั้น แต่หลวงปู่พุทธทาสบอกว่า จะทุกข์ไปทำไม ในเมื่อมันก็เป็นเช่นนั้นเอง ทุกเรื่องเป็นไปตามผลที่เกิดจากเหตุ เราทำเหตุอันใดไว้ก็จะได้ผลแบบนั้น คนเราส่วนใหญ่มักทุกข์ไปกับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว หรือไม่ก็ทุกข์กับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง เพราะไม่ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น อยากให้เป็นไปตามที่เราต้องการ ก็เลยเป็นทุกข์”
ชัยพัฒน์ เปิดใจว่า “ตั้งใจสื่อกับเยาวชน ไปจนถึงคนวัยเริ่มทำงานเด็กรุ่นใหม่ ซึ่งก็คือผู้ที่จะเติบโตเป็นกำลังหลักในอนาคต ถ้าปลูกฝังเสียแต่วัยรุ่น ธรรมะน่าจะเข้าถึงเขาได้เร็วกว่าตอนที่เขาผ่านชีวิตไปมากแล้ว เมื่อถึงตอนนั้นเขาอาจมีความยึดมั่นถือมั่นมากมายแล้ว ใช้ชีวิตมามาก ตัวตนมากขึ้น การเข้าถึงธรรมะก็อาจยากขึ้น”
คีย์เวิร์ดที่ทำให้คุณได้งาน รูป 4
ไม่อยากได้รับคำปฏิเสธจากบริษัทที่คุณใฝ่ฝันจะร่วมงานด้วย มีคำแนะนำเล็กๆ เด็ดๆ ตั้งแต่การใส่คุณสมบัติว่ามีความเป็นผู้นำ และเป็นนักสื่อสารที่ดีคือสิ่งแรกที่คุณควรกรอกลงไปในเรซูเมของตัวเอง และก็น่าจะมีตัวอย่างจับต้องได้ว่าในอดีตคุณมีผลงานความสำเร็จอะไรบ้าง เป็นอีกประเด็นเลยทีเดียว แล้วถ้าคุณต้องการสมัครงานในองค์กรระดับโลก การพูดถึงประสบการณ์ในต่างประเทศอาจเป็นคีย์เวิร์ดที่ทำให้คุณได้งาน เพราะแสดงว่าคุณรู้จักองค์กรอย่างถ่องแท้ ยังไม่รวมถึงการเสิร์ชอินเทอร์เน็ตเพื่อศึกษาวิสัยทัศน์ ผลิตภัณฑ์ จุดเด่นจุดด้อย คู่แข่ง ราคาหุ้น ผู้บริหาร ฯลฯ
เพราะการแสดงความกระตือรือร้นด้วยใจจริง ก็มีโอกาสอย่างมากที่กรรมการจะเล็งเห็นความตั้งใจ และเลือกให้คุณเข้าทำงานอย่างแน่นอน







