
อิ่มท้องสไตล์ไต้หวัน @ ติ่นไท่ฟง
เอ่ยชื่อ “ติ่นไท่ฟง” เชื่อว่าคออาหารจีนต้องร้องอ๋อ เพราะไม่เพียงเป็นร้านอาหารที่มีตำนานสืบทอดมานานกว่า 40 ปี
โดย...ซิตี้กาย ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
เอ่ยชื่อ “ติ่นไท่ฟง” เชื่อว่าคออาหารจีนต้องร้องอ๋อ เพราะไม่เพียงเป็นร้านอาหารที่มีตำนานสืบทอดมานานกว่า 40 ปี จากไต้หวัน แต่ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิบสุดยอดร้านอาหารของโลกจากนิตยสาร “นิวยอร์ก ไทมส์” จึงไม่แปลกที่ร้านอาหารสัญชาติไต้หวันนี้จะแตกกิ่งก้านขยายสาขาไปทั่วโลกแล้ว ทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย
สำหรับ “ติ่นไท่ฟง” ในประเทศไทย แม้จะเพิ่งเข้าสู่ปีที่ 3 แต่สาขาแรกและสาขาเดียวในไทยขณะนี้ ก็ได้ชื่อว่ามีพื้นที่ร้านใหญ่ที่สุดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แถมยังมีเมนูพิเศษประจำร้านที่หาชิมไม่ได้จาก “ติ่นไท่ฟง” สาขาไหนในโลก นั่นคือพริกเขียวยัดไส้หมูสับ และเปาะเปี๊ยะไส้อกเป็ดรมควัน ซึ่งสร้างสรรค์โดยเชฟไต้หวันและสิงคโปร์เป็นพิเศษเพื่อให้ถูกปากคนไทย
เมื่อก้าวเท้าเข้ามาภายในร้านจะสัมผัสได้ถึงความภูมิฐาน ผ่อนคลาย ด้วยการเปิดมุมมองให้ลูกค้าเห็นบรรยากาศในห้องครัว ซึ่งแบ่งเป็นครัวร้อนสำหรับเมนูผัด และครัวเย็นสำหรับเมนูนึ่ง เน้นการตกแต่งแบบร่วมสมัยด้วยโถงเพดานสูงเป็นพิเศษ ผสมผสานด้วยวัสดุจากธรรมชาติทั้งหินและไม้
พระเอกของร้านคงหนีไม่พ้น “เสี่ยวหลงเปา” เมนูแสนธรรมดา แต่กรรมวิธีการทำและกินไม่ธรรมดา เสี่ยวหลงเปาที่นี่ควบคุมคุณภาพตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงกรรมวิธีการทำที่ต้องจับให้ได้ 18 จีบ ไม่งั้นไม่ผ่าน สาเหตุที่ต้องเข้มขนาดนี้ เพราะทางร้านได้ทำการสำรวจมาแล้วว่าจำนวน 18 จีบของเสี่ยวหลงเปา คือ จำนวนที่เหมาะสมที่จะมอบรสชาติที่ดีที่สุดให้ลูกค้า
“ถ้าเราทำจีบไม่ได้ 18 จีบ ตัวหัวจุกของเสี่ยวหลงเปา อาจจะหนาไป ลูกค้ากินไปจะรู้สึกแป้งหนา กินแล้วไม่เจอไส้ แต่ถ้าจีบมาก จนแป้งด้านข้างบาง ก็อาจจะทำให้เสี่ยวหลงเปาอุ้มน้ำซุปข้างในไว้ไม่ได้ แตกออกมาซะก่อนเช่นเดียวกับการกินที่หากต้องการรสชาติแบบออริจินัล คำแรกต้องอย่าเพิ่งจิ้ม แต่ควรกัดคำเล็กๆก่อนเพื่อให้แป้งแตกออก ปล่อยให้น้ำซุปไหลออกมา จะได้ชิมรสชาติหวานกลมกล่อมของน้ำซุป ก่อนดื่มด่ำกับเสี่ยวหลงเปาเนื้อเหนียวนุ่ม”
ที่เป็นพระรองแต่เป็นหน้าตาของทางร้านต้องยกให้เมนูซุปที่มีให้เลือกทั้งซุปหมูตุ๋น ซุปไก่ และซุปเนื้อ ซึ่งนอกจากจะคัดวัตถุดิบอย่างดีแล้ว ซุปทุกถ้วยยังผ่านการตุ๋นถึง 6 ชั่วโมง แต่ถ้าจะกินให้อยู่ท้องต้องเมนูข้าวผัด ที่มีให้เลือกทั้งข้าวผัดไข่ ข้าวผัดพอร์กชอพ ข้าวผัดกุ้ง ซึ่งเมนูข้าวผัดของที่นี่โดดเด่นไม่เพียงใช้ข้าวญี่ปุ่น เพื่อให้ได้ข้าวที่เหนียวนุ่ม ไม่แห้ง แต่ยังเน้นใช้เครื่องปรุงรสชาติในปริมาณที่น้อยเพื่อคงรสชาติอาหารที่แท้จริงไว้
แต่ถ้าให้ถูกปากคนไทยต้องยกให้ “เกี้ยวกุ้งราดซอสสูตรต้นตำรับ” เมนูโปรโมชั่นของร้าน ที่สร้างสรรค์มาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่นิยมอาหารรสจัดจ้าน สีสันชวนกิน
อิ่มท้องแล้วต้องไม่ลืมปิดท้ายด้วยของหวานที่เป็นซิกเนเจอร์อย่างพุดดิ้งมะม่วง และพุดดิ้งอัลมอนด์ราดซอสงาดำ เหมาะกับอากาศร้อนบ้านเราสุดๆ แต่ถ้ามองหาเครื่องดื่มที่ไม่ใช่ชาร้อนธรรมดา ต้องน้ำแตงโมสด เพราะที่นี่ปั่นกันสดๆ ไม่ใส่น้ำตาล แถมน้ำแข็งที่ใช้ยังเอาน้ำแตงโมไปแช่แข็ง เพื่อให้ได้รสชาติน้ำแตงโมเต็มๆ เช่นเดียวกับชาเอิร์ลเกรย์มะนาว ที่ชิมแล้วต้องติดใจในความเข้มข้น
ไปพิสูจน์ความอร่อยได้ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 7 เปิดทุกวัน จันทร์ศุกร์ 11.0022.00 น. เสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิด 10.30-22.00 น. โทร. 02-646-1282







