posttoday
หล่อหลายสายพันธุ์ เท่มั่นสไตล์เดียว เจมส์ แม็กกี้

หล่อหลายสายพันธุ์ เท่มั่นสไตล์เดียว เจมส์ แม็กกี้

14 เมษายน 2553

....ณัฐพล-กฤติยารัตน์

หนุ่มวัย 24 ความสูง 180 คนนี้...ชื่อ เจมส์ แม็กกี้ พระเอกมาดเซอร์ที่มีบุคลิกเฉพาะตัวอย่าง เจมส์ เป็นลูกเสี้ยว ไทย จีน ดัตช์ สกอต มองโกล และยิว ก้าวสู่วงการบันเทิงด้วยการเดินแบบ ถ่ายโฆษณา และเล่นบทเพื่อนพระเอกในภาพยนตร์เรื่อง ความจำสั้น แต่รักฉันยาว ล่าสุดเจมส์รับบทพระเอกในภาพยนตร์ 9 วัด หนังชีวิตกึ่งสยองขวัญในโรงภาพยนตร์ยามนี้

“บทบาทของเขาในภาพยนตร์ 9 วัด สรุปได้เลยว่ามีความต่างจากตัวจริงมาก แต่ยิ่งต่างมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้พิสูจน์ฝีมือในการแสดงของเรา ต้องทำการบ้านเยอะ เพราะพูดภาษาไทยไม่ค่อยเก่ง ตลอดระยะเวลาถ่ายทำ 4 เดือน ก็เต็มที่ครับ”

นิสัยรักการขับขี่มอเตอร์ไซค์เริ่มตั้งแต่วัยเด็ก เจมส์เป็นพวกคิดนอกกรอบ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่มีสิ่งใดมาบีบบังคับให้เขาตามกระแสได้ แม้กระทั่งสไตล์การแต่งตัวที่เป็นเอกลักษณ์เข้ม เท่ ง่าย ทว่าไม่ใช่ที่คนจะใส่...แล้วเอาอยู่

“ผมมีความชื่นชอบความเร็ว จึงทำให้คิดตั้งกลุ่ม 3 อาร์ สำหรับคนที่ชอบแข่งรถ ขี่แรงแต่ปลอดภัยซึ่งมอเตอร์ไซค์ที่ขี่ก็มีประเภททางเรียบ หรือซูเปอร์ไบค์ และประเภททางวิบาก” เราเห็นหมวกที่เขาพกไว้หน้ารถเป็นสัญลักษณ์ 3 อาร์ด้วยเช่นกัน แต่เห็นเท่ เข้ม เต็มเหนี่ยวอย่างนี้ ก็มีแอกเซสซอรีอย่าง สร้อยคอ สร้อยข้อมือ และนาฬิกาด้วย

“เหตุที่ชอบเครื่องประดับประเภทหนัง หรือเชือกถัก เพราะชอบอะไรที่มันเป็นสีน้ำตาลอยู่แล้ว มันดูเป็นธรรมชาติ ปกติเลยเป็นคนไม่ใส่เนกไท ถ้าถูกบังคับก็ใส่ได้ ที่จริงการใส่เนกไทมีความหมาย เป็นการแสดงถึงการผูกมนุษย์ไว้กับระบบการทำงานในโลกนี้ เราเป็นแค่คนเล็กๆ ในโลกที่ทำงาน ช่วยสร้างเงินกับอำนาจให้กับครอบครัวไม่กี่ครอบครัว คงเพราะผมเป็นคนชอบคิดนอกกรอบ จึงทำให้รู้สึกว่าหลายคนทำงานไปวันๆ โดยไม่รู้จุดมุ่งหมาย ด้วยภาระและหน้าที่ทำให้ทุกคนลิงก์กันหมดในการทำงาน เลยอยากทำงานนอกระบบ

แม้จะดูเป็นคนที่มีสไตล์แฟชั่นในแบบฉบับของตัวเอง แต่นานครั้งถึงจะเดินช็อปปิ้ง เพราะชอบเดินซื้อของที่ถูกใจเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะดูรายละเอียดสินค้าในอินเทอร์เน็ตก่อนไปซื้อที่ร้าน “เวลาไปซื้อจะได้ไม่เสียเวลาในการเลือกอีกที เนื่องจากเป็นคนไม่ซื้อของตามเทรนด์แฟชั่นอยู่แล้ว ซื้อของตามสไตล์ที่เป็น อย่างแนววินเทจ หลายคนก็บอกว่าชอบสไตล์แต่งตัวของผมนะครับ ฉะนั้นแล้ว ‘ทำไมเราต้องไปตามเพื่อน เราควรเป็นตัวของตัวเอง’” (หัวเราะ)

ถ้าย้อนกลับไปช่วง ป.56 ก็จะแต่งตัวฮิปฮอป รองเท้าสเกต กางเกงตัวใหญ่ๆ ช่วงเวลานั้นเหมือนตามหาสไตล์ตัวเอง โตขึ้นหน่อยก็เริ่มใส่กางเกงยีนส์ที่ชอบ ไม่ตามใครแล้ว บางทีใส่กางเกงขาด แม่ก็มีบ่นบ้าง

สีน้ำตาลไม่ใช่สีที่โปรด แต่อาจเป็นเพราะชอบเสื้อผ้าสีโทนนี้ ที่จริงแล้วเจมส์ชอบสีดำ แดง ขาว แต่เวลาต้องทำงานเดินแบบก็รู้สึกดี สนุก ที่ต้องมีคนจัดชุดให้ใส่ ไม่ค่อยเรื่องมากกับเสื้อผ้าที่เขาจัดให้ เพราะมันเป็นงาน รู้สึกดีเสียอีกได้ใส่เสื้อผ้าแปลกๆ ที่ไม่เคยใส่ ตั้งแต่เดินแบบมาเจมส์ชอบสูทตัวหนึ่ง เป็นผ้าเงาๆ วับๆ

เรื่องลุค หรือความงามก็ไม่ค่อยใส่ใจมากนัก จะเน้นไปเรื่องสุขภาพร่างกาย จึงเลือกใช้เวลาว่างเล่นกีฬามากกว่า ผมชอบวิ่ง แต่ไม่ชอบเข้ายิม ถ้าอยู่ในเมืองจะวิ่งในสวนสาธารณะ ด้วยความที่เป็นคนชอบกีฬาและความเร็ว ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเจมส์เป็นคนที่วิ่ง 100 เมตรได้เร็วที่สุด (หัวเราะ) กระโดดก็สูง กระโดดไกลก็ไกลกว่าใครเพื่อน คือได้เหรียญทองตลอด ส่วนการขับขี่มอเตอร์ไซค์ก็มีบ้าง ออกไปต่างจังหวัดสะดวกใจกว่า เพราะในเมืองรถเยอะ”

“สไตล์และการแต่งตัวที่ดีในความคิดของเจมส์ล่ะ” ผมถามตบท้าย

“แท้จริงแล้วสไตล์เสื้อผ้าที่เราใส่จะแสดงถึงตัวตนของเรา ถ้าเราใส่เสื้อผ้าตามเพื่อนตามเทรนด์ เพราะกลัวไม่เท่...ก็ผิดแล้ว ควรใส่เสื้อผ้าตามชอบดีกว่า เราอย่าไปสนเลยว่าใครจะคิดยังไง

ส่วนการเลือกเสื้อผ้านั้น อย่างแรกความชอบก่อน เห็นแล้วถูกใจ สองมองที่คุณภาพ เพราะถ้าคุณภาพไม่ดีอย่าซื้อเลย ซื้อแล้วควรใช้ได้นาน ถ้าเลือกแบรนด์ก็ได้ แต่ด้วยความมีเหตุผล ดูที่คุณภาพ ความมีเสน่ห์ ของบางยี่ห้อก็คล้ายๆ กัน ทำให้ไม่มีสไตล์ของตัวเอง แต่ความจริงแล้วถ้าเรามีสไตล์ของตัวเรา และเลือกที่จะชอบเลือกที่จะเป็น ไม่เปลี่ยนแปลงความเป็นตัวเอง และแต่งตัวตามกาลเทศะ นั้นถึงจะเรียกว่าเรารู้จักตัวเอง นั่นแหละ...ตัวเรา”

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด