
ชีวิตเรียบง่าย ของ ผู้ชายกลางๆ ‘นิธิ อุทัยณรงค์เดช’
ฉบับนี้ ฉกตัวหนุ่มตำแหน่งชนะเลิศจากเวที “เอ็มทูเอฟ สมาร์ท โหวต 2013” มาทำความรู้จักกัน
โดย...ณัฐพล ช่วงประยูร / ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์
ฉบับนี้ ฉกตัวหนุ่มตำแหน่งชนะเลิศจากเวที “เอ็มทูเอฟ สมาร์ท โหวต 2013” มาทำความรู้จักกัน
หนุ่มตี๋วัย 25 “นิธิ อุทัยณรงค์เดช” หรือ “ปิง” ชื่อภาษาจีนกลางหมายความว่า มาจากป่าไม้อันกว้างใหญ่ ซึ่งพี่สาวของบิดาเป็นคนตั้งให้ แต่ดูทรง ถ้าไม่ใช่ป่าเมืองกรุง แล้วป่าไหนกันนะที่เขาจากมา
“ผมเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิดครับผม มีพี่ชายวัยห่างกัน 23 ปี 1 คน ชื่อล้ง ผมกับพี่ชายสนิทกันมาก ชีวิตวัยเด็กผมค่อนข้างซนมากจนเรียกว่าดื้อเลยก็ว่าได้ ตอนมัธยมปลายเรียนที่ นวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา บ้านกับโรงเรียนใกล้กันมากเพื่อนๆ ผม เพื่อนๆ พี่ชายชอบมาเที่ยวเล่นที่บ้านกันบ่อยๆ รู้จักกันหมด มีกิจกรรมร่วมกันตลอด พอเข้ามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และอยู่หอพักด้วยกัน ผมอยู่กับพี่แทบจะตลอดเวลา เพื่อนๆ เป็นก๊วนเดียวกันไปเลย หลังจากเรียนจบพี่ชายผมก็ไปเรียนต่อที่อังกฤษ แต่ก็ยังติดต่อกันอยู่ไม่ขาด
การที่ผมเลือกเรียนมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สาขาอังกฤษธุรกิจ อาจจะไม่ยากตอนเข้ามา แต่เส้นทางจบนั้นช่างยากเหลือเกิน ภาษาอังกฤษผมไม่กระดิกเลยซักนิด ทำให้ค่อนข้างยากที่จะปรับตัวในการเรียนตำราภาษาอังกฤษ แต่พอเราเจอมันทุกวันๆ ก็จะเริ่มชิน อ่านมันมากขึ้น ถือว่าโชคดีมากที่เข้ามาเรียนที่นี่ ทำให้ผมพูดอ่านเขียนได้ครับ
ทุกวันนี้สิ่งที่เรียนมาผมสามารถนำไปทำงานที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษทุกวัน อย่างการเป็นนักขาย ตัวแทนขาย ต้องเจอลูกค้าหลายประเทศ สามารถนำวิชามาปรับใช้ในการทำงาน และทำให้เรามีความมั่นใจที่จะสื่อสารมันออกไป ก็ต้องขอบคุณแม่ที่ส่งผมเรียนที่ดีๆ ด้วยครับ”
ปัจจุบัน ปิง นิธิ รับผิดชอบการขาย โมเดิร์น เทรนด์ ให้กับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ละรายการเป็นสินค้าใหม่ยังไม่ได้นำเข้าตลาด เขาจะต้องพยายามผลักดันตัวสินค้านี้เข้าสู่ตลาดให้ได้ ถือเป็นงานที่ท้าทายและรับผิดชอบสูงไม่แพ้งานอื่น ที่สำคัญเขามีความสุขเพราะเป็นคนช่างเจรจา และใช้ทักษะความสามารถด้านการขายที่มีเป็นทุน
“ครอบครัวของผมเป็นครอบครัวที่อบอุ่นมากครับ แม้ว่าพ่อของผมได้เสียไปตั้งแต่เด็กๆ ทำให้ผมต้องอยู่กับแม่ตั้งแต่เด็ก และเห็นแม่ทำงานมาตลอดเวลา และพี่ก็ต้องช่วยดูแลผมแทนแม่บ้างเป็นบางครั้ง ความสัมพันธ์ในครอบครัวเราค่อนข้างที่จะสนิทมาก จนแทบจะคุยกันได้ทุกเรื่อง และปรึกษาได้ทั้งแม่และพี่ชาย จะไม่มีความลับต่อกันเลย
ส่วนการเลี้ยงดูแม่ผมจะค่อนข้างปล่อย เลี้ยงให้เจอประสบการณ์เองมากกว่า เพราะแม่ผมรู้จักผมดีว่าผมดื้อ พูดแล้วไม่ค่อยฟัง ผมต้องลองเองผมถึงจะเชื่อในสิ่งที่เขาพูด ทำให้เราโตเป็นผู้ใหญ่ สิ่งที่ท่านมักพูดเสมอคือ พยายามให้เป็นคนที่มีจิตใจดีงาม ช่วยเหลือผู้อื่นครับ
ตัวตนของผมก็เป็นวัยรุ่นทั่วไปก็ไม่ได้เก่ง หรือเด่นกว่าคนอื่น แต่แค่เราพยายามที่จะหาจุดเด่นในตัวเรา รู้จักนำเสนอตัวเองในวงสังคม เพื่อน หรือที่ทำงาน แต่ผมไม่ได้ฝืนทำนะครับ เราแค่ทำในสิ่งที่เราถนัด พูดในสิ่งที่เรารู้ สิ่งที่เราไม่รู้เราก็รับฟังคนอื่น สิ่งที่สำคัญเราต้องเป็นคนที่มั่นใจตัวเองก่อน เราถึงจะทำอะไรหลายๆ อย่างออกมาได้ดี
วันว่างจากการทำงานผมชอบเตะฟุตบอล และเข้ายิมเล่นฟิตเนส การออกกำลังกายนี่คืองานอดิเรกเลยครับ หรือไม่ก็ออกไปสังสรรค์ ดื่มกาแฟ นั่งชิลกับเพื่อนๆ ส่วนวันอาทิตย์ก็ต้องยกให้ครอบครัวก่อนเลยครับก็อาจจะไปกินข้าวนอกบ้านกัน ไหว้พระ กิจกรรมครอบครัวสำคัญมากครับ
การที่ผมเข้ามาสู่เวที M2F Smartvote ก็เพราะเพื่อนๆ ผลักดัน และตอนที่เข้ามาเห็นแต่ละคนก็มีความแตกต่างกันไป แต่ทุกคนก็ล้วนมีบุคลิกภาพที่ดี ผมว่าสุดท้ายก็วัดจากการตอบคำถาม แต่ละคนก็ไม่แพ้กันเลยผมว่า นอกจากได้ร่วมงานกัน แชร์ความคิดกัน หลังจากงานประกวดครั้งนี้ก็ยังติดต่อกันต่อเนื่องเลยครับ
สิ่งที่ผมได้รับจากเวทีนี้นอกจากรางวัลต่างๆ ที่ได้จากผู้สนับสนุน คือ มิตรภาพ คือเราได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ต่างที่ ต่างอาชีพ ประสบการณ์ใหม่ๆ ก็สำคัญ คือเราก็ได้ฝึกตัวเองหลายๆ อย่าง ทั้งการตอบคำถาม การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จะทำอย่างไรให้กรรมการสามารถจดจำเราได้ สิ่งเหล่านี้เป็นรางวัลที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้ครับ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ถ้าเป็นเรื่องรักๆ ผมอาจจะเป็นคนไม่มีสเปกนะครับ มันขึ้นอยู่กับการคุยแล้วคลิกกันมากกว่า คุยกันแล้วเข้าใจไปในทางเดียวกัน และก็ต้องดูที่ไลฟ์สไตล์ด้วย ว่าเข้ากันได้หรือไม่ แต่ถ้าจะบอกว่าชอบคนสวยไหม ชอบอยู่แล้วครับ แต่ขอเป็นคนที่ดี และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขจะดีที่สุด เพราะแนวทางในการใช้ชีวิตร่วมกันจำต้องเข้าใจ ปลอบโยน ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เราต้องรักครอบครัวของเขา เขาก็ต้องรักครอบครัวของเรา ช่วยกันวางแผนอนาคตไปด้วยกัน
เป้าหมายในชีวิตจากนี้ก็คือจะมุ่งไปที่เรื่องงานเป็นหลัก ทำงานอะไรที่ทำไว้ให้สำเร็จลุล่วงไป ซึ่งในอนาคต ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะยังคาดเดาอะไรได้ไม่มาก เนื่องจากตอนนี้มีเป้าหมายอีกอย่าง คือ การเรียนต่อปริญญาโทในประเทศ เพราะอยากทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย เหนื่อยหน่อยแต่ก็ต้องสู้ ผมอยากให้แม่หยุดพักผ่อนแล้ว อยากเลี้ยงเขาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของเรา”







