
ธรรมบรรยายจากมุมไบ มงคลสูตร...สู่การเจริญวิปัสสนา (ตอน ๑๕)
การทำตัวเราให้สมบูรณ์พร้อมที่จะทำความดี คือ เรามีความสมบูรณ์แล้วที่จะทำความดี ความดีในส่วนตนเกิดขึ้นแล้วในเบื้องต้น
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
การทำตัวเราให้สมบูรณ์พร้อมที่จะทำความดี คือ เรามีความสมบูรณ์แล้วที่จะทำความดี ความดีในส่วนตนเกิดขึ้นแล้วในเบื้องต้น แต่ความดีที่เกิดขึ้นนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ในผู้อื่นที่เรามีความสัมพันธ์กันในสังคมด้วย โดยเริ่มต้นที่พ่อแม่ของเรา
สังเกตหรือไม่ว่า นี่คือพระพุทธศาสนาที่เน้นโครงสร้างไม่ใช่เฉพาะตนอย่างเดียว แต่ต้องเน้นความสัมพันธ์ในสังคมด้วย ในเบื้องต้นเริ่มที่พ่อแม่จนถึงการทำงาน คือการทำตัวเองให้มีคุณภาพ และการเลี้ยงดูพ่อแม่ ครอบครัว ก็คือ ให้มีประสิทธิภาพในการที่จะทำอาชีพตามศิลปวิทยาการอย่างสมบูรณ์พร้อม เรียกว่า เน้นความเป็นชาวโลกที่สมบูรณ์พร้อม มีอาชีพ มีอาชีวะ มีการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
การประพฤติตนให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและต่อครอบครัวนี้ยังไม่พอ เมื่อประโยชน์แห่งตนสมบูรณ์แล้ว ทั้งหน้าที่ในครอบครัวและหน้าที่ตนเอง ต่อไปจึงเริ่มเข้าสู่ความสัมพันธ์ที่ดีกับสังคม เป็นมงคลเรื่อง “รู้จักการให้” ซึ่งเป็นข้อที่สำคัญมาก
เริ่มต้นนั้น คือ การทำทาน เพราะฉะนั้นด้วยการทำงานชอบ การประพฤติตนเองชอบ จนตนเองมีฐานะโอกาสเหมือนกับบุคคลในสังคมทุกคน พระพุทธศาสนานี้สอนให้รู้จักการสละ ให้นำสิ่งที่ตนเองได้มา สละช่วยสังคม หรือบริจาคเกื้อกูลสังคม เพื่อทำสังคมนี้ให้มีความสมบูรณ์ อยู่ร่วมกันกับเราได้ เมื่อเราอยู่ได้ สังคมก็อยู่ได้ เมื่อสังคมอยู่ได้ เราก็อยู่ได้ ถ้าเราอยู่ไม่ได้ สังคมก็อยู่ไม่ได้
การให้จึงเป็นกระบวนการเริ่มต้นของการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้สูงขึ้น เป็นการยกระดับจิตด้วย เมื่อเริ่มยกระดับเพราะมีการให้เกิดขึ้น ก็นำไปสู่การประพฤติตนตามธรรม และการสงเคราะห์ญาติมิตร ดังแสดงใน “สังคหวัตถุธรรม” อันเป็นธรรมเพื่อการสงเคราะห์กัน ธรรมของสังคหวัตถุนี้ทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสันติและความสุขในระดับของโลก มีอยู่ ๔ ข้อของธรรม
ข้อแรก คือ ทานะ การให้ แบ่งปันกัน การประกอบ “ทาน” นี้ แสดงว่าเป็นกายกรรมที่สุจริต
ข้อที่สอง คือ ปิยวาจา การพูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ เป็นมงคล พูดดี มีประโยชน์ ก็เป็นมงคล พูดดี พูดเป็นประโยชน์ พูดคำจริง พูดคำที่เป็นประโยชน์สงเคราะห์ต่อกัน พูดอ่อนหวานสมานมิตร การประกอบ “ปิยวาจา” แสดงว่ามีวจีกรรมที่สุจริต
ข้อที่สาม คือ อัตถจริยา การบำเพ็ญประโยชน์ให้กับสังคม
และข้อที่สี่ คือ สมานัตตา ตั้งตนเสมอในผู้อื่น การร่วมทุกข์ร่วมสุข ข้อนี้แสดงว่าต้องมีกุศลจิตที่ดี เป็นการแสดงออกถึงความเป็นกรรมบถ ๑๐ ฝ่ายกุศลในขั้นสูงคือ ขั้นสัมพันธ์กับสังคมแล้ว
อ่านต่อฉบับหน้า







