
แฝด ‘หยินหยาง’ ความต่างที่ลงตัว สุรศักดิ์สุรชัย นิตติวัฒน์
เห็นหน้าเห็นตากันอยู่บนป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ รวมไปถึงบนหน้าจอทีวี 2 ผู้บริหารฝาแฝดในธุรกิจติดตั้งก๊าซรถยนต์รายใหญ่ ที่พูดชื่อแล้วใครๆ ก็ต้องร้องอ๋อ บริษัท เอนเนอร์จี รีฟอร์ม ที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของตระกูล “นิตติวัฒน์” นี่เอง
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
เห็นหน้าเห็นตากันอยู่บนป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ รวมไปถึงบนหน้าจอทีวี 2 ผู้บริหารฝาแฝดในธุรกิจติดตั้งก๊าซรถยนต์รายใหญ่ ที่พูดชื่อแล้วใครๆ ก็ต้องร้องอ๋อ บริษัท เอนเนอร์จี รีฟอร์ม ที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของตระกูล “นิตติวัฒน์” นี่เอง
“สุรศักดิ์ หนึ่ง” และ “สุรชัย หนุ่ม” 2 ผู้บริหารหนุ่มวัย 39 ปี ทั้งคู่เกิดห่างกันเพียง 15 นาที โดยมี “หนึ่ง” เป็นแฝดผู้พี่ และ “หนุ่ม” เป็นแฝดผู้น้อง บริหารงานในบริษัทที่มีรายได้ต่อปีมูลค่าระดับ 1,000 ล้านบาท
เราเป็นเหมือนทุกสิ่ง
2 คนเป็นหนึ่งเดียวกัน
“สุรศักดิ์ หนึ่ง” แฝดผู้พี่ เล่าให้ฟังว่า ระหว่างผมกับหนุ่มที่เป็นแฝดผู้น้อง เราสนิทกันชนิดที่เรียกว่าแทบจะเป็นทุกอย่างซึ่งกันและกันในชีวิตเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่ความเป็นผู้ร่วมงาน น้อง เพื่อน หุ้นส่วน ซึ่งอย่างหนึ่งที่ทำให้เรามีทุกวันนี้ได้ก็เป็นเพราะความเข้าใจกัน เริ่มต้นตั้งแต่สมัยเด็กๆ มาจนกระทั่งวันนี้ที่ร่วมงาน โดยแบ่งหน้าที่กัน
“ข้อดีอย่างหนึ่งของเรา คือ เราอยู่ในวัยเดียวกัน ความเป็นผู้ใหญ่ หรือความคิดต่างๆ ก็ใกล้เคียงกัน เลยทำให้คุยกันและเข้าใจกันง่ายกว่าความสัมพันธ์รูปแบบอื่น”
แต่ในฐานะพี่น้องที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก ก็มีบ้างที่บางครั้งจะมีปัญหากัน ในฐานะผู้เป็นพี่ก็ต้องให้อภัยกับน้องได้เสมอ ส่วนหากเป็นเรื่องการทำงานแล้ว ส่วนใหญ่จะมีการพูดคุยกันก่อน หรือเป็นที่ปรึกษาซึ่งกันและกัน
ด้วยตำแหน่งประธานกรรมการเหมือนกัน ผมกับหนุ่มแบ่งกันดูแลงาน ซึ่งหนุ่มจะดูแลในส่วนรับผิดชอบงานที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศทั้งหมด อาทิ การนำเข้า การบริหารจัดการผู้ผลิตชิ้นส่วน (ซัพพลายเออร์) รวมถึงด้านข้อกฎหมายระหว่างประเทศ เพราะด้วยความที่หนุ่มจบการศึกษาทางด้านนิติศาสตร์ จึงเห็นความเหมาะสมในด้านดังกล่าว
นอกจากนั้น นิสัยส่วนตัวของหนุ่มเป็นคนที่มีความสุขุม ใจเย็น ทำอะไรจะมีความรอบครอบและค่อนข้างมีระเบียบวินัยสูง จึงเหมาะสมกับหน้าที่รับผิดชอบดูแลซึ่งใช้ชีวิตเรียบง่าย แต่ในขณะที่เมื่ออยู่ในหน้าที่รับผิดชอบจะเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง ด้วยพื้นฐานความเป็นนักกฎหมายที่จะต้อง “เป๊ะ” ทุกเรื่อง หรือถ้าให้เรียกแบบศัพท์เทคนิค คือ เป็นคนที่ค่อนข้าง Conservative
“ผมคิดว่าบางทีหนุ่มมีความเข้มงวดสูงและอยู่ในระเบียบวินัยเคร่งครัดเกินไปเสียด้วยซ้ำ ซึ่งด้วยความเป็นห่วงน้องจึงคิดว่าบางครั้งปล่อยวางความเข้มงวดบ้างสักนิดก็จะดี”
สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าเรามีจุดเด่นด้วยความเป็นพี่น้องฝาแฝดซึ่งรับหน้าที่บริหารงานร่วมกัน คือ เราทั้งสองเปรียบเสมือน หนึ่งที่เป็นคนเดียวกัน มีความเข้าใจ และสามารถทดแทนกันได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งใครจะคิดล่ะว่า สมมติผมต้องเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศ หนุ่มก็สามารถบริหารจัดการในขณะที่ผมไม่อยู่ได้อย่างต่อเนื่อง
นึกสนุกย้อนกลับไปสมัยก่อนตอนที่เรายังเรียนกันอยู่ บางทีด้วยความเป็นฝาแฝดที่เหมือนกันมากมีหลายครั้งที่คนมาทักผมเป็นหนุ่ม ... ผมก็เลยแกล้งเป็นหนุ่มเสียเลย ซึ่งนึกแล้วยังขำไม่หาย แต่ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้คงทำไม่ได้แล้วเพราะโตขึ้นหน้าที่รับผิดชอบก็มากขึ้นเช่นกัน ความน่าเชื่อถือก็อาจจะต้องมีด้วย เลยต้องหยุดแกล้งไปโดยปริยาย
คอยเติมเต็มกันและกัน
เสมือน ‘หยินหยาง’
“สุรชัย หนุ่ม” แฝดผู้น้อง เล่าว่า ผมกับหนึ่งเรามีความชอบในลักษณะเดียวกัน ทั้งดนตรี กีฬา รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ ซึ่งบางครั้งผมว่าเราทำกิจกรรมร่วมกันบ่อยเสียกว่าเพื่อนคนอื่นๆ เสียอีก แต่ช่วงหลังๆ มานี้อาจจะไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันบ่อยมาก เพราะส่วนตัวผมเองก็มีครอบครัวแล้ว จึงต้องใช้เวลากับครอบครัวมากกว่า
ถึงอย่างไรเราก็ยังอยู่รั้วบ้านเดียวกันอยู่ ซึ่งผมเองถึงจะไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับหนึ่งเหมือนที่ผ่านมา แต่เวลาที่เราทำงานร่วมกันเราก็ยังใช้เวลาอยู่ด้วยกันเหมือนเช่นเคย
สำหรับหนึ่งเป็นแฝดผู้พี่ที่เกิดก่อนผมประมาณ 15 นาที ลักษณะนิสัยจะเป็นคนค่อนข้างใช้ชีวิตแบบ “สุดๆ” หรือเต็มที่กับชีวิต ซึ่งบางทีอาจไม่ค่อยคำนึงคิดให้ถี่ถ้วนก่อนทำอะไรลงไป แต่หากเป็นในหน้าที่ความรับผิดชอบด้วยตำแหน่งประธานกรรมการที่รับผิดชอบในการดูแลบริหารองค์กรโดยรวมและงานบริหารบุคลากรภายในและกิจการภายในประเทศ หนึ่งถือได้ว่าเป็นคนที่มีความยืดหยุ่นสูง ด้วยพื้นฐานความเป็นนักการตลาด ซึ่งจะมีมุมมองด้านการตลาดและการทำธุรกิจ ซึ่งถ้าให้เรียกแบบศัพท์เทคนิคคือเป็นคนที่ค่อนข้าง Aggressive
“หลายๆ ครั้ง เรามีความเห็นไม่ตรงกันเรื่องงาน แต่เราก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็เพราะด้วยเรามีกันแค่ 2 คนพี่น้องในการตัดสินใจ บางครั้งจึงไม่สามารถหาข้อสรุปได้ เพราะมีแค่ 2 เสียง ผมจึงมองว่าเราน่าจะมีเสียงที่ 3 มาช่วยตัดสินใจเลือกว่าจะซ้ายหรือขวา จึงได้มีการแต่งตั้งกรรมการบริหารเพื่อให้ลงตัวง่ายขึ้น”
สิ่งหนึ่งที่คิดว่าการที่มีผู้บริหารในตำแหน่งเดียวกัน 2 คน คือ การถ่วงดุลอำนาจและการเสนอความเห็นที่บางทีเราอาจจะมองข้ามหรือไม่ได้มอง ผมจึงคิดเสมอว่า เราเปรียบเสมือน “หยินหยาง” ที่คอยเติมเต็มสิ่งบกพร่องและความโดดเด่นของแต่ละคน เมื่อรวมกันระหว่างขาวและดำ ผสานความลงตัวและสนับสนุนกันเป็นอย่างดี
แต่ความเป็นห่วงที่ผมคิดว่า หนึ่งควรจะให้ความใส่ใจมากขึ้น คือ ความรอบคอบ และบางครั้งอาจจะต้องใจเย็นลงบ้าง เพื่อให้สิ่งที่ลงมือทำผ่านการคิดและตัดสินใจอย่างถี่ถ้วน จะได้ไม่ต้องประสบปัญหาที่ต้องมาแก้ไขในภายหลัง
ขณะที่มุมมองของผู้เป็นผู้ปกครองอย่างพ่อแม่ ต่างเอ็นดูลูกชายทั้งสอง แม้ว่าจะอายุ 39 ปีทั้งคู่แล้ว สิ่งหนึ่งที่ท่านยังเป็นห่วงและให้ทั้งคู่ระลึกอยู่เสมอ คือ ความไม่ประมาท โดยเฉพาะเป็นผู้ที่ทำอาชีพที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการติดตั้งก๊าซในรถยนต์แล้วด้วย ยิ่งจะต้องรอบคอบและละเอียดอยู่เสมอ ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้บริโภคมาเป็นอันดับแรก ซึ่งอยู่จุดนี้ “ยิ่งสูงยิ่งหนาว” จึงยิ่งต้องระมัดระวัง
“ยังไงในหัวอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ไม่ว่าลูกๆ จะอายุมากน้อยขนาดไหน ยังไงก็ยังเป็นห่วงเหมือนตอนเด็กๆ เสมอนั้นล่ะ”
นี่เป็นอีกมุมหนึ่งของความสัมพันธ์ของฝาแฝดระดับผู้บริหาร ของบริษัทติดตั้งก๊าซรถยนต์ระดับแถวหน้าของเมืองไทย







