
เปิดซะ...ชีวิตเป็นของเรา
การใช้ชีวิตคือศิลปะอย่างหนึ่ง ทุกคนล้วนมีแนวทางของตัวเอง บางคนชัดเจน บางคนเลือนราง บางคนเคยคลุมเครือ แต่เมื่อตัดสินใจเปิดเผยให้ผู้คนได้รับรู้สัมผัสถึงตัวตนที่เป็น
โดย...เสน่ห์จันทน์ ภาพ : ทวีชัย ธวัชปกรณ์ (อ๊อฟ)
การใช้ชีวิตคือศิลปะอย่างหนึ่ง ทุกคนล้วนมีแนวทางของตัวเอง บางคนชัดเจน บางคนเลือนราง บางคนเคยคลุมเครือ แต่เมื่อตัดสินใจเปิดเผยให้ผู้คนได้รับรู้สัมผัสถึงตัวตนที่เป็น ความสุขก็เป็นของพวกเขา ... แต่ไม่ว่าเราจะทำอะไรหรือเป็นอะไร ชีวิตเป็นของเรา
‘แฟนๆ ชอบที่เป็นแบบนี้’ อ๊อฟ ปองศักดิ์
ตอนนี้เพลง “ของตาย” และ “เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย” ของนักร้องเสียงดี “อ๊อฟปองศักดิ์ รัตนพงษ์” สังกัดค่ายเพลงน้องใหม่ “จีเอ็มเอ็ม เอ” กำลังแรงพอๆ กับข่าวเลิกรากับแฟนหนุ่มเลยทีเดียว เมื่อฟังเนื้อหาของเพลงแล้วจะพบว่ามันช่างเข้ากับเรื่องราวสถานการณ์จริงๆ
“เพลงเราทำมาก่อนนานมาก และไม่ได้ตั้งใจปล่อยออกมาตอนนี้ด้วย ของตาย เป็นซิงเกิ้ลที่เราเตรียมงานกันเป็นปี ไม่ว่าจะเป็นการเลือกโปรดิวเซอร์ (หมู มูซู) ที่มาทำงานในอัลบั้มชุดนี้ รวมถึงเรื่องราวที่จะนำมาเขียนเนื้อเพลง อยากให้คนเห็นอะไรใหม่ๆ บ้าง อัลบั้มนี้อ๊อฟมีความเปลี่ยนแปลงในด้านการร้องเยอะมาก อย่างเพลงของตายร้องแบบโซลผสมแจ๊ซ เนื้อหาของตายพูดถึงคนที่ยอมทุกอย่างให้กับความรัก ไม่ว่าจะเป็นถูกเหยียดหยาม ย่ำยีความรู้สึกมากแค่ไหน เราก็ยังจะเลือกรักเขาอยู่ดี ถึงแม้ว่าเราจะรู้ตัวเองดีก็ตามว่าสุดท้ายเราคงเป็นได้แค่เพียงของตาย”
แต่ในชีวิตจริงอ๊อฟไม่ยอมเป็นของตายของใคร เมื่อคนรักไม่ดี หลอกลวง หักหลัง ก็พร้อมที่จะสะบั้นรักและลุกขึ้นมาแฮปปี้กับชีวิตอีกครั้ง เพราะความรักมีหลายแง่หลายมุม เช่นเดียวกับผลงานในอัลบั้มนี้ที่อ๊อฟตั้งใจถ่ายทอดทุกมุมความรัก แม้ความรักจะทำให้ผิดหวังเสียใจ แต่ความรักก็ให้ความสุข มีความงดงาม และความรักไม่ได้เป็นดังในนิยายเสมอไปที่พระเอกนางเอกจะสมหวัง เพราะเรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย
“ตอนแรกเพลงเรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย ถ่ายทอดมาจากความรู้สึกของเรา เพลงเสร็จก่อนเมื่อก่อน แต่ตอนนี้มันถูกจังหวะพอดี เราได้รู้สึกแบบนั้นจริงๆ แต่ตอนนี้ก็ดี พยายามไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เพราะตั้งใจกับการทำงานเพลงอัลบั้มนี้ ตั้งใจให้เสร็จ 10 เพลงทันวางแผงช่วงเดือน ก.ย. ไม่เข็ดกับความรัก แต่เรื่องนี้ก็ได้บทเรียนเยอะเหมือนกันว่า เรื่องที่เกิดจากความไว้ใจของเรา เกิดจากสิ่งที่เราไม่เชื่อสัญชาตญาณตัวเอง เราไว้ใจจนลืมหันมามองตัวเอง เชื่อตัวเอง ต่อไปต้องมีสติ บางทีต่อให้ความรักเป็นสิ่งที่ดี ต้องรักแบบมีสติ ต้องรู้จักรักเป็น อ๊อฟเป็นคนรักง่าย คนนั้นก็คบมาหนึ่งปี แต่เวลาจะตัดสินใจเลิกคบใครไม่ยาก”
ทุกวันนี้อ๊อฟทุ่มเทเวลาให้กับการทำงาน เพราะมีทั้งงานอัลบั้ม และอีก 2 คอนเสิร์ตที่ต้องเตรียมแสดง คือ “สามแยกปากหวาน เฟส 3” และเป็นแขกรับเชิญให้ 2 สาวเพื่อนซี้ “นิวจิ๋ว” ใน “NJ’s Story Concert” เพราะงานนี้เองช่วยทำให้อ๊อฟไม่ต้องมาเสียเวลาคิดไปกับเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านๆ มา
“สิ่งที่เจอหนักสุดในเรื่องของความรัก แต่ไม่หนักถึงขนาดทำให้เราเดินต่อไปไม่ได้ อ๊อฟคิดว่าเรามีความสุขที่เราทำงานอะไร ทำอะไรไม่ต้องมานั่งฟุ้งซ่าน อ๊อฟรักตัวเองมากพอ ไม่เอาตัวเองนั่งทุกข์คิดเรื่องเดิมๆ วนไปวนมา และอ๊อฟไม่เข็ดกับความรัก พร้อมเริ่มใหม่ ไม่อย่างนั้นที่เรายึดติดกับอดีตมันไม่แฟร์กับคนที่จะเข้ามาในชีวิตเรา ถ้าเราไม่ยอมเปิดใจ แต่ประสบการณ์ทั้งหมดทำให้เรามีสติ มองคนที่เข้ามาอีกว่าจะหลอกเราไหม จะหลอกจะมีวิธีการพูด ทำยังไงให้เราเชื่อ ถ้าใครจะเข้ามาต้องถามชัดเจนเราจะคุยกันแบบไหน ถ้าแบบคุยเป็นเพื่อนกันไปก่อนไม่คุย คุยกับเพื่อนเพื่อจะเป็นแฟนในอนาคตจะคุยกันยังไง สถานะไม่ชัดเจน แต่เราตกลงคุยกันแบบชัดเจนคอมมิทว่าจะเป็นแฟนกัน หมายถึงเราเริ่มที่จะเรียนรู้คนนี้คนเดียว สุดท้ายจะดีจะร้ายก็ช่าง”
เพราะข่าวเลิกราจากแฟนหนุ่ม ทำให้หลายคนมองว่าอ๊อฟเปิดตัวในสิ่งที่เป็น “อ๊อฟไม่เคยบอกว่าเป็น และไม่เคยปิด อ๊อฟเป็นแบบนี้มาแต่แรก แต่เราไม่ได้เดินเข้าไปบอกใครว่า พี่ๆ อ๊อฟเป็นนะ เพราะทุกๆ คนรู้ว่าเราเป็นอะไร ทุกคนที่ชอบอ๊อฟเขารู้หมด ชอบหมดที่อ๊อฟเป็นแบบนี้ ที่ผ่านมาเราสนุกสนาน ยิ่งบนคอนเสิร์ตอ๊อฟเต็มที่ อยู่บนเวทีเราต้องสร้างความสุขให้กับคนดูของเรา เราต้องสนุก เราเต็มที่ทุกครั้ง คนคาดหวังเห็นเราแบบนั้น สนุก ตลก ทำให้คอนเสิร์ตดูเป็นวาไรตี้มากขึ้น”
‘ทุกวันนี้มีความสุขมาก’ ดีเจเอกกี้
เขาและเพื่อนๆ “ยูเอชที” บอยแบนด์แรกของค่ายแกรมมี่ เพิ่งจะกลับมารวมตัวแสดงในงานคอนเสิร์ตใหญ่ “6 2 13” มาหมาดๆ “เอกเอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ์” หรือที่รู้จักกันดีและโด่งดังในชื่อ “ดีเจเอกกี้” จากคลื่น 106.5 กรีนเวฟ แห่งค่ายเอไทม์ ได้แสดงตัวจริงเสียงจริงที่ชัดเจนในสิ่งที่ฉันเป็นและฟินเว่อร์บนเวที!!!
“สนุกมาก ประทับใจม้ากกก เพราะเป็นอีกครั้งหนึ่งคอนเสิร์ตที่เป็นไปได้ยาก ยากพอๆ กับศิลปินทั้ง 6 มาเจอกันอีกครั้ง บรรยากาศเก่าๆ มันกลับมาหมด แต่ครั้งนี้เราเป็นตัวเองที่สุด เสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ที่ชอบเราแบบนี้ก็ดังมาก คือเราใส่เอียร์ปกติจะไม่ได้ยินอะไรชัดอยู่แล้ว แต่นี่เสียงกรี๊ดทะลุหูเข้ามาเลย ขนาดนั้น เพราะเวลาเราทำงาน เราจะเป็นตัวเอง ทำแล้วมีความสุข ตรงนี้ล่ะมั้งที่สามารถส่งไปถึงคนดูได้ จะเต้นท่าไหนแบบไหนก็มีความสุข อย่างร้องเพลงกับพี่ติ๊นาเราจะทำอะไรแค่ไหน ไม่ได้แย่งซีน เราจะไปด้วยกัน รู้ลิมิต ตอนเต้นกับยูเอชทีเราก็เต้นออกมาเป็นเอกกี้ได้แค่ไหน แต่ทุกๆ งานจะคิดเสมอว่าเราต้องไม่แย่งซีนใคร” ภาพของเอกกี้ในวันนี้แตกต่างจากเมื่อครั้งที่ยังเป็นสมาชิกบอยแบนด์อยู่มาก ด้วยนิสัยร่าเริงสนุกสนาน พูดคุยสนุก และมีความชัดเจนในตัวเอง ทำให้ทั้งงานที่เข้ามาและงานที่ทำอยู่ ล้วนนำเสนอออกมาได้อย่างลงตัวในแบบฉบับดีเจเอกกี้ โดยเฉพาะรายการที่นั่งแท่นเป็นผู้จัดเอง ทั้งรายการ “ปากว่ามือถึง” ทางช่อง 5 และรายการ “เอกกี้เม้าท์” ทางกรีนแชนแนล ซึ่งเรตติ้งดีมากเกินความคาดหมาย เพราะดูเพลินฟังเพลงได้ประเด็นมันส์ๆ สอยทุกสิ่งมาเล่า แบบเม้าท์มอย และความสนุกแบบจัดเต็มที่ ดีเจเอกกี้เสิร์ฟให้
“เราไม่เคยเปิดตัว เพราะปกติเราก็เป็นของเราแบบนี้มา เพราะที่ผ่านมามันก็มาแบบไม่ได้ตั้งใจ มันบอกไม่ถูก เหมือนองค์ลงเหรอ (หัวเราะ) เราไม่ได้พยายามว่าจะต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ อย่างทุกวันนี้อาศัยประสบการณ์ในการทำงาน ชั่วโมงบินสูงขึ้นมันก็ค่อยๆ ซึมซับ ชัดเจนขึ้น มีจังหวะขึ้น ทำงานก็มีสีสันขึ้นตามประสบการณ์ และแฟนๆ ก็ยอมรับในตัวตนเรา เข้าใจและเข้าถึง มีฐานแฟนคลับตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงคนสูงวัยเลย ทุกวันนี้มีคนเริ่มเรียกคุณแม่เยอะมาก ในอินสตาแกรมก็มีฟีดแบ็ก ไปไหนคนก็กล้าเดินเข้ามาทักเหมือนพี่เหมือนน้อง ผู้ใหญ่กว่าเราก็บอก ลูกน่ารักจังเลย งานละครก็มีเข้ามาเยอะขึ้น เพราะบทที่คล้ายกับคาแร็กเตอร์เรามีมาก แต่รับได้แค่ปีละเรื่อง เพราะตอนนี้เราสนุกกับงานพิธีกร”
ส่วนเรื่องหัวใจ ดีเจเอกกี้บอกทิ้งท้ายเอาไว้ว่า ตอนนี้หัวใจแห้งเหี่ยว แม้จะมีคนเข้ามาให้กระชุ่มกระชวยหัวใจเรื่อยๆ แต่มาแล้วก็ไป เพราะไม่มีใครที่ใช่ ประมาณว่า สวยเลือกได้ จบนะ!!
‘สาวหล่อ’ ซีมัฑณาวี คีแนน
ซีมัฑณาวี คีแนน นักร้องสาวหล่อจากค่ายอาร์เอส รายนี้มีสาวๆ กรี๊ดกร๊าดกันยกใหญ่ เพราะมีคาแร็กเตอร์ชัดเจนโดนใจ และไม่เพียงเป็นคนโปรดที่ไทย ในประเทศจีนเธอก็มีแฟนคลับจำนวนมาก
“ช่วงที่ซีมีซิงเกิ้ลที่ไทยทำให้แฟนคลับที่จีนเขารู้จักซีจากทางอินเทอร์เน็ต และเขาก็ชื่นชอบเรา ก็ดีใจที่มีคนชอบงาน ชอบความเป็นเรา ยิ่งเขาเชิญเราไปถ่ายทำรายการเดย์ เดย์ อัพ ที่ประเทศจีน ไปเจอแฟนคลับที่นั่นยิ่งประทับใจ เขาน่ารักมาก ติดตามผลงานของเราตลอด จนทำอินสตาแกรมและทวิตเตอร์ weibo ให้เรา ซึ่งคนมาฟอลโลว์ประมาณ 4 หมื่นกว่าคนแล้ว” ซีเป็นขวัญใจสาวๆ ตั้งแต่มีรูปโพสต์ตามเว็บไซต์ต่างๆ ยิ่งพอมาเป็นศิลปินเดี่ยว ยิ่งเนื้อหอม และซีก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงความเป็นตัวเอง
“ซีเป็นคนห้าวๆ มาตั้งแต่เด็ก ก็รู้สึกว่าเราสบายใจกับการเป็นเราแบบนี้ ครอบครัวก็สบายใจกับการที่เราเป็นเรา เป็นคนดีของสังคม ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัวหรือใคร ซีว่าสมัยนี้สังคมเปิดกว้างแล้วครับ ตอนมาทำงานในช่วงแรกๆ จะรู้สึกกลัวในช่วงแรกๆ ว่าคนจะยอมรับ เปิดกว้างไหม แต่พอเราเป็นเราออกมาแบบนี้ เรามีจุดยืนของเราเอง ไม่ต้องพยายามอยากเป็นแบบนั้นแบบนี้ กระแสตอบรับที่ออกมาดีนะ คนชอบ เขาชอบในความเป็นตัวตนของเรา ผลงานของเรา ทำให้ซีรู้เลยว่าสังคมสมัยนี้เขาไม่ได้ตัดสินที่คุณเป็นใคร เขาตัดสินที่งาน การกระทำ ซีเชื่อว่าความจริงใจของเรา ตัวตนของเรา มิตรภาพที่เรามอบให้ ก็ทำให้เราเจอสังคมที่ดี งานที่ดี เพื่อนที่ดีครับ”
‘สาวเท่’ กล้วย อาร์สยาม
จะมีใครจำผู้หญิงคนนี้ได้ไหม เธอเคยออกรายการดันดาราถึง 2 ครั้ง และเคยเป็นเงาเสียงให้กับนักร้องดัง ดา เอ็นโดรฟิน แต่ทุกๆ ครั้งที่ผ่านมาเธอผมยาวสลวย สวมกระโปรงดูน่ารัก ทว่าในวันนี้จากคนเบื้องหลังเธอสามารถมาอยู่เบื้องหน้า ในฐานะนักร้องรายใหม่ของค่ายอาร์สยาม เธอคือ “กล้วย อาร์สยาม” หรือชื่อจริง “ศิริรัตน์ จันทน์เทศ”
มีผลงานปล่อยออกมาแล้ว 2 เพลง คือ “คนหมดใจ รั้งให้ตายก็ไปอยู่ดี” และ “ที่ฉันเจ้าชู้” พร้อมลุคใหม่ที่ผู้ชมได้เห็นแต่เป็นตัวตนจริงๆ ของเธอ (สักที) งานนี้จึงมาพร้อมคอนเซปต์ “ศิลปินสาวเท่ เสียงสวย” นอกจากร้องเพลงได้เฉียบขาดถูกใจสาวๆ ทั้งประเทศไปแล้ว สาวเท่คนนี้ยังแต่งเพลงและเล่นเครื่องดนตรีได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกลอง กีตาร์ กีตาร์เบส อูคูเลเล่ อีกด้วย







