
คุณหมอขอสืบ (สวน) ชูชาติ ทรัพย์นิธิ
โดย...โจ เกียรติอาจิณ
โดย...โจ เกียรติอาจิณ
อาชีพหลักของเขาคือหมอ เขาจบจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เดิมเป็นหมอกระดูกและข้อที่โรงพยาบาลระนอง ตอนนี้กลับมาประจำคลินิกในกรุงเทพฯ พอว่างเว้นจากงานประจำ เขาก็พร้อมจะกลายร่างเป็นนักเขียนโดยพลัน เขายืนยันกับเราว่า เขาชอบเขียนนวนิยายและเรื่องสั้นแนวสืบสวนสอบสวน
“ส่วนตัวผมชอบอ่านหนังสือแนวสืบสวนสอบสวนอยู่แล้ว อ่านจบก็มักจะมีอะไรติดค้างในหัวหรือในใจตลอด ทั้งความประทับใจ ทั้งความสงสัย บางทีก็รู้สึกว่าทำไมต้องจบแบบนี้ด้วยนะ วันหนึ่งมันก็ก่อตัวเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากเขียนเองบ้าง”
จากความชอบบวกกับความมุ่งมั่น วันนี้ “หมอชูชาติ” หรือ “ชูชาติ ทรัพย์นิธิ” ก็พางานเขียนเล่มล่าสุด “ภารกิจปริศนา” ฝ่าฟันการแข่งขันจนสามารถมัดใจกรรมการ คว้ารางวัลชนะเลิศ นานมีบุ๊ค อวะอร์ด ประเภทนวนิยายสืบสวนสอบสวน มาครองได้สำเร็จ
“เรื่องก็จะมาจากจินตนาการของผม ผสมกับประสบการณ์ตรง แต่ตัวละครไม่มีจริงนะครับ สมมติขึ้นหมด เพียงแต่ผมใส่บรรยากาศและฉากหลังให้ดูมีความเรียวมากกว่าเดิม มันเป็นพล็อตที่ผมเคยเขียนทิ้งไว้นานแล้วล่ะ แล้วผมเอามาขยายให้กระชับและซีเรียสขึ้น”
“ภารกิจปริศนา” นำเสนอด้วยภาษาเรียบง่าย ไม่หวือหวาแบบจงใจ ทว่าก็กลับลุ่มลึก มีแง่มุมชวนติดตาม สุดจะคาดเดาในทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งยังพลิกผันและซ่อนนัยสำคัญให้ผู้อ่านค้นหาเช่นชื่อนวนิยาย โดยผู้เขียนได้สร้างรูปแบบที่แฝงด้วยความประณีต มีรายละเอียดที่จะนำพาผู้อ่านถลำลึกสู่ห้วงปริศนาและหลุมพรางแห่งมายาคติได้อย่างไม่ยากนัก
“กรรมการก็บอกนะครับ ว่าภาษาที่ผมเขียนธรรมดามากๆ ซึ่งตรงนี้ผมก็ยอมรับว่างานเขียนของผมมันธรรมดา ถ้าใครจะอ่านเอาความงามด้านวรรณศิลป์ ไม่มีครับ ผมยืนยัน เพราะผมเขียนด้วยภาษาและสำนวนแบบของผมเอง บรรยายให้เห็นภาพ คล้ายบทหนัง ไม่หวือหวา เข้าใจง่าย”
ตัวนวนิยายเล่าเรื่องนายพลตำรวจเกษียณราชการ นามว่า “เกรียงไกร พิสัยไกล” ที่ต้องพานพบและหวนรำลึกถึงคดีฆาตกรรมเมื่อครั้งอดีต หลังรถยนต์ของเขาถูกชนท้ายด้วยน้ำมือกระทาชายคนหนึ่ง ภาพม่ายสาวเจ้าเสน่ห์โดนฆ่าที่เขาเป็นผู้สะสางคดีแวบปรากฏในหัว พร้อมกับความคิดบางอย่างก็แล่นเข้ามาก่อกวนจิตใจ
“จริงๆ อยากให้เด็กๆ ได้อ่านด้วยครับ เพราะผมมองว่านิยายแนวนี้บ้านเราไม่ค่อยมี ผมก็เลยพยายามไม่พาดพิงถึงบุคคล หรือสถานการณ์ที่หมิ่นเหม่ รวมถึงในประเด็นที่ไม่เหมาะสม เช่น เรื่องโรแมนซ์ ผมก็เลี่ยงไม่เขียน”
ถือเป็นนวนิยายที่มีความยาวไม่มาก หนาแค่ 160 หน้า และเหมาะสำหรับหนอนหนังสือที่ชื่นชอบนวนิยายแนวสืบสวนสอบสวน หรือถ้าจะย้อนกลับไปหาผลงานเก่าๆ ของหมอชูชาติมาอ่าน ก็ได้แก่ “พรบ.ชิพ” กับ “ข้อมูลสุดท้าย” ซึ่งทั้งสองเล่มเป็นเรื่องสั้นที่ผ่านการการันตีความน่าอ่านจากเวทีประกวด เนชั่นบุ๊คส์ อวอร์ด
ส่วนผลงานถัดจากนี้ไป หมอชูชาติบอกยังจะสานความฝันกับการเขียนนวนิยายแนวสืบสวนสอบสวนต่อ ช้าหรือเร็วคงกำหนดไม่ได้ มีโอกาสก็พร้อมจะหยิบปากกามาเขียน
“งานเขียนแนวสืบสวนสอบสวนยังมีน้อยครับในบ้านเรา ตลาดก็ยังไม่ชัดเจน ทำให้วัฒนธรรมการเขียนหรือการอ่านนิยายแนวสืบสวนสอบสวนที่บ้านเราดูเงียบเหงา จะเห่อก็เป็นพักๆ ตามกระแสเท่านั้น การสนับสนุนหรือการเผยแพร่แทบไม่มี กระทั่งการวิจารณ์ก็ยังมีน้อยมาก แรงจูงใจที่จะให้คนหันมาเขียนหรือมาอ่านก็เลยน้อยตามไปด้วย ทั้งๆ ที่การฆาตกรรมมันคือจุดมืดในสังคม ซึ่งก็คือตัณหานั่นเอง แล้วการฆาตกรรมยังสามารถเชื่อมโยงถึงตัณหาด้านต่างๆ ในสังคมได้หมดเลยนะ แต่คนไทยและสังคมไทยยังให้คุณค่าน้อยเกินไป”
2 เล่มโปรด อ่านแล้วได้ข้อคิด สะกิดต่อมปัญญา
สถาบันสถาปนา (เขียน ไอแซค อาซิมอฟ)
“มันเป็นเรื่องที่พูดถึง วิทยาศาสตร์ จิตวิทยา การเมือง การปกครอง เศรษฐศาสตร์ สรุปว่ามันเป็นหนังสือที่รวมศาสตร์ทุกแขนงไว้ในเล่มเดียว มันพูดถึงการล่มสลายของจักรวรรดิ และความพยายามที่จะกอบกู้มนุษยชาติโดยนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่ง ผมอ่านจบแล้วรู้สึกว่าอยากเขียนได้ยังงี้บ้าง ถือเป็นหนังสือที่สอนให้รู้ว่าอุปสรรคปัญหาคือจุดเปลี่ยนที่นำพาชีวิตไปสู่ความแข็งแกร่งในอนาคต ชีวิตคนเราถ้าไม่ผ่านอะไรหนักๆ มาก็ยากนะครับที่จะแกร่งได้”
ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน (เขียน วินทร์ เลียววาริณ / ซีไรต์ ปี 2540)
“เล่มนี้ผมชอบเพราะเล่าเรื่องการเมืองอดีตจนถึงปัจจุบัน อ่านสนุก นักเขียนเขียนดีและเก่งมาก สำนวน ภาษา รวมถึงวิธีนำเสนอ น่าสนใจ อ่านแล้วไม่เบื่อ สิ่งที่อยู่ในนิยายทำให้ผมได้รู้เรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อน ผมว่ามันเป็นมากกว่านิยายประวัติสาสตร์การเมืองเลยนะ”







