
5 สิ่งที่ควรทำ กับภารกิจพิชิตใจสาวกปีศาจแดง
หลังจากเกิดข่าวช็อกระดับ 9 ริกเตอร์ ไปเมื่อกลางสัปดาห์ เรื่องจู่ๆ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจสละเก้าอี้ผู้จัดการทีม
โดย...มิวโกโตะ
หลังจากเกิดข่าวช็อกระดับ 9 ริกเตอร์ ไปเมื่อกลางสัปดาห์ เรื่องจู่ๆ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจสละเก้าอี้ผู้จัดการทีมในรั้วโอลด์แทรฟฟอร์ดไปชนิดกะทันหัน ทั้งที่นั่งมายาวนานกว่า 26 ปี และไม่มีทีท่าว่าจะอำลา
ถัดจากนั้น 2 วันก็เกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาว่า ปีศาจแดงได้ทายาทอสูรต่อจากป๋าแล้ว ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน เดวิด มอยส์ อดีตนายใหญ่เอฟเวอร์ตันนั่นเอง โดยเฮดโค้ชทอฟฟี่เมนเซ็นสัญญายาวถึง 6 ปี และจะเริ่มงานวันที่ 1 ก.ค.นี้ทันที
ทันทีที่ปีศาจแดงประกาศแต่งตั้งโค้ชใหม่ ประเด็นนี้ได้กลายเป็นหัวข้อสนทนาร้อนฉ่าทันที โดยมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย พร้อมเหตุผลประกอบแตกต่างกันไป แต่มุมมองผู้เขียน ในฐานะที่ติดตามลูกหนังเมืองผู้ดีมาพักใหญ่ เชื่อว่ามอยส์เป็นคนที่มีกึ๋นพอสมควร เพียงแต่ต้องทำ 5 สิ่งต่อไปนี้ให้สำเร็จ หากหวังจะจบการศึกษามหาวิทยาลัยชีวิต ณ โรงละครแห่งความฝันหลังนี้
1.สั่งสมบารมี
แม้หลายคนจะมองว่ามอยส์เป็นคนมีฝีมือ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีคนที่กังขาเรื่องของบารมีอยู่พอสมควร คำว่าบารมีในที่นี่หมายถึงทั้งในและนอกสนาม
ในสนามแฟนบอลที่ติดตามเกมปีศาจแดงคงรู้ดีว่า ท่านเซอร์รู้จังหวะจะโคนเป็นอย่างดี ว่าเวลาไหนควรเงียบ เวลาไหนควรโวย รวมถึงการโวยแต่ละครั้งควรพุ่งประเด็นไปที่ใคร กรรมการผู้ถือนกหวีด ไลน์แมน หรือผู้ตัดสินที่ 4 ซึ่งหลายครั้งการโวยเหล่านั้นคือจุดเปลี่ยนที่สำคัญของเกม ถึงทางเฟอร์กีเองจะออกโรงการันตีว่า นี่คือกุนซือที่ใช่จากการแอบติดตามผลงานตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่สิ่งเหล่านี้ยากที่จะบอกสอนกัน ทั้งหมดควรเกิดขึ้นจากชั่วโมงบินในการตะโกนสั่งการข้างสนามด้วยตัวเอง
สำหรับบารมีนอกสนามเป็นเรื่องของการคุมประพฤตินักเตะ ซึ่งเท่าที่ผ่านตามายังไม่เคยมีใครทำได้ดีเท่าเซอร์อเล็กซ์มาก่อน เพราะนายใหญ่วัย 71 กะรัตไม่เคยปล่อยให้นักเตะคนใดละเมิดกฎที่ได้สร้างไว้ หากใครฝ่าฝืนมีอันต้องเก็บกระเป๋าอำลาทีมทุกราย แม้กระทั่งซูเปอร์สตาร์อย่าง เดวิด แบคแฮม, ยาป สตัม, รุด ฟาน นิสเตลรอย และ รอย คีน ก็ไม่รอดเช่นกัน
ประเด็นบารมีนอกสนามต้องขอชม ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตกัปตันทีม ที่โชว์ความเป็นผู้นำกล่าวต้อนรับเจ้านายคนใหม่ทันทีหลังสโมสรประกาศแต่งตั้ง จนแข้งผีแดงรุ่นน้องอวยตาม จุดนี้นับเป็นการหลอมสปิริตได้ดีตั้งแต่ยังไม่ร่วมงาน
“ผมยินดีด้วยกับการมาของเขา การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่ของสโมสร แต่จากการที่เห็นการทำงานของเขากับเอฟเวอร์ตัน ผมคิดว่าผู้บริหารเราเดินมาถูกทางแล้ว” ริโอ กล่าว
2.ผสมผสานแท็กติก
ข้อนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับอาชีพผู้จัดการทีมฟุตบอล เนื่องจากหน้าที่หลัก คือ การวางแผนเพื่อพาทีมคว้าชัย ซึ่งหากมองผิวเผินเรื่องแท็กติกอาจจะไม่ใช่ปัญหา เพราะเอฟเวอร์ตันและแมนฯ ยูไนเต็ด เน้นเกมริมเส้นคล้ายกัน แต่ถ้าลองเจาะลึกในรายละเอียดมิติบอลของทีมทอฟฟี่ยังห่างชั้นปีศาจแดงมาก
เรด เดวิลส์ ภายใต้การทำทีมของป๋าเล่นได้เขี้ยวและดุดันกว่าเยอะ แม้จะเน้นเจาะทางริมเส้นคล้ายกัน แต่เกมตรงแดนกลางของมอยส์ดูไร้ประสิทธิภาพทันทีเมื่อเทียบกับเฟอร์กี หากจะบอกว่าขึ้นอยู่กับขุมกำลัง เชื่อว่าหลายคนคงไม่คิดว่า ดาเรน แฟลตเชอร์ หรือ ทอม เคลฟเวอร์ลีย์ 2 มิดฟิลด์ของอสูรแดงจะเหนือกว่าคู่กลางทอฟฟี่เมนอย่าง ดารอน กิบสัน และ มารูยาน เฟลไลนี เพียงแต่แท็กติกและวิธีการเท่านั้นที่ต่างกัน
โจทย์หินของมอยส์ คือ ต้องปรับจูนหาแผนการเล่นที่เหมาะสมให้เจอ เพราะหากเน้นบอลยาวมากตามถนัดอาจถูกจับทางได้ และหากกลัวแป้กจนยึดรูปแบบที่ท่านเซอร์วางเอาไว้ทั้งหมด ผลเสียจะชัดเจนในวันที่ต้องล้างไพ่เปลี่ยนตัวผู้เล่น ดังนั้นแท็กติกที่ดีที่สุด คือ คุมด้วยสไตล์ที่เขาถนัดนั่นเอง
3.รับมือสื่อรู้วิธีบริหาร
ประเด็นเรื่องสื่อนับว่าต้องปรับตัวให้ได้โดยเร็วเช่นกัน ความสำคัญระหว่างทีมกลางตารางกับทีมระดับแชมป์พรีเมียร์ ต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในเมืองผู้ดี โดยนายใหญ่วัย 50 ปี รายนี้จะต้องรู้จักรับมือกับกองทัพนักข่าว ไม่ว่าจะเป็นข่าวลือเชิงลบ ปาปาราซซีที่ไม่เคารพสิทธิส่วนบุคคล รวมถึงคำถามตงฉินเวลาถูกสัมภาษณ์
อย่างล่าสุดก็เพิ่งเจอศึกรอบด้านหลังถูกแฟนบอลทั้งทีมเก่าและทีมใหม่ขู่ปลิดชีพ โดยสาวกทอฟฟี่เมนทวีตข้อความขู่ว่า
“นายเจอดีแน่ถ้าพราก เลห์ตัน เบนส์ ไปจากถิ่นกูดิสัน ปาร์ก ของพวกเรา”
ขณะที่กองเชียร์เรด เดวิลส์ โพสต์เตือนทำนองเดียวกันกับ เวย์น รูนีย์
“ผมบอกคุณไว้ตรงนี้เลยนะ ว่าถ้าคิดขายรูนีย์ละก็ ผมจะฆ่าคุณแน่นอน”
นอกจากนี้ เฮดโค้ชแดนวิสกี้ยังต้องเรียนรู้วิธีทำงานร่วมกับบอร์ดบริหารอย่างพี่น้องตระกูลเกลเซอร์ให้ได้ เพราะเจ้าของผีแดงไม่ได้บ้าบอลเหมือนกับ บิลล์ เคนไรท์ ประธานสโมสรเอฟเวอร์ตัน ฉะนั้นอยู่ที่นี่มอยส์ควรจะมีสัมพันธ์กับผู้บริหารบ้าง ไม่ใช่ก้มหน้าทำงานอย่างเดียว
ขนาดของทีมก็มีผลให้ระบบการทำงานต้องปรับหน้าที่ในการทำงาน สโมสรใหญ่จะมีหน้าที่และการบริหารแบบแยกส่วนชัดเจน ดังนั้นการรู้ขอบเขตจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่ประเด็นสุดท้ายแทบไม่ต้องห่วง เพราะช่วงแรกคงมีท่านเซอร์มาคอยเป็นพี่เลี้ยงช่วยเทรน
4.ปรับวิสัยทัศน์เสริมทัพ
การซื้อขายนักเตะถือเป็นกุญแจสำคัญในการประสบความสำเร็จ ทั้งแง่ผลงานและการตลาดของสโมสร การก้าวเข้ามาสู่ทีมใหญ่หนนี้ แน่นอนงบประมาณที่ได้รับต่อซีซั่นอาจมากกว่าการคุมทีมทอฟฟี่มาทั้งชีวิต ดังนั้นต้องรู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
มุมมองที่เคยถนัดมองนักเตะเกรดบีราคาถูก คงต้องยกระดับไปมองหานักเตะที่พร้อมก้าวขึ้นมาเป็นแข้งซูเปอร์สตาร์ และหากได้นักเตะระดับนี้มาจริงก็ต้องใช้บารมี (ในข้อ 1) มาคอยคอนโทรลให้อยู่
หนังสือพิมพ์เดลี เมล์ ในอังกฤษ เผยว่า ดีลแรกที่โค้ชป้ายแดงเร่งดำเนินงาน คือ การดึง 2 นักเตะทีมเก่าตัวเองอย่าง เลห์ตัน เบนส์ และ เฟลไลนี มาร่วมทีม โดยทั้ง 2 คนมีค่าตัวรวมกันอยู่ที่ 39 ล้านปอนด์ (ราว 1,755 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าตอบโจทย์พอสมควร โดยแบ็กซ้ายวัย 28 ปี จะเข้ามาเติมเต็มในตำแหน่งแทนที่ของ ปาทริซ เอวรา ที่กำลังโรยรา ส่วนกองกลางหัวฟูวัยเบญจเพส คาดว่าจะถูกจับเล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกหรือกองหน้าตัวต่ำเลยก็เป็นได้
5.ความอดทน
ขนาดยังไม่เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ บอสใหม่ป้ายแดงรายนี้ก็ถูกแฟนบอลกดดันแล้วว่า พร้อมขับไล่หากความสำเร็จตกมาไม่ถึงถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด ทำให้ต้องใช้ความอดทนในการทำงานค่อนข้างสูง ไม่เว้นแต่เพียงสาวกผีแดง ขนาดเพื่อนร่วมอาชีพอย่าง แซม อัลลาร์ไดซ์ กุนซือเวสต์แฮม ยังขู่ว่าการรับงานครั้งนี้จำต้องคว้าแชมป์ให้ได้สถานเดียว หากว่าเขาอยากอยู่สานงานในฝันกับเก้าอี้ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ต่อไป
“มอยส์ทำงานกับเอฟเวอร์ตันมา 11 ปี ภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบาก และก็ช่วยทีมขยับขึ้นมาจนอยู่รอดด้วยตัวเองได้ ผมเชื่อว่าลึกๆ แล้วเขาคงตั้งใจให้การย้ายทีมเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต ในแง่ของแผนระยะยาว ตราบใดที่เขาพาทีมคว้าชัยได้อย่างต่อเนื่อง เดวิดก็จะได้อยู่คุมต่อไป แต่ปัญหา คือ เขาต้องทำมันให้ได้โดยเร็วที่สุด และผมคิดว่าเขาไม่มีเวลามากเท่า อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยุคแรกแน่นอน” บิ๊กแซม กล่าว
สุดท้ายนี้คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการรอพิสูจน์ผลงานจริงๆ ของ เดวิด มอยส์ ยิ่งถ้าให้ดีแฟนบอลปีศาจแดงควรให้โอกาสประเมินผู้ชายคนนี้อีกหลังจบฤดูกาล ถึงวันนั้นคงพอรู้แล้วว่า ตกลงคือของจริงหรือของปลอม







