
ชีวิตคือการแบ่งปัน
สำหรับคนขี่มอเตอร์ไซค์ คู่ปรับสำคัญนอกจากฝนตก หมาที่ชอบวิ่งไล่ ก็เห็นจะเป็นตำรวจนี่แหละ
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
สำหรับคนขี่มอเตอร์ไซค์ คู่ปรับสำคัญนอกจากฝนตก หมาที่ชอบวิ่งไล่ ก็เห็นจะเป็นตำรวจนี่แหละ ตำรวจบอกตอนนี้ตั้งด่านเยอะขึ้นเพราะรถเต็มกรุง ผู้ขับขี่จะได้อยู่ในกฎระเบียบก็เป็นห่วงสิงห์สองล้อทั้งหลายที่จะอ่วมโดนตรวจเข้มอีกหลายกระทง
ผมขับมอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่สมัยเรียน ต้องเจอคู่ปรับตลอดกาลอย่างพี่ตำรวจแทบทุกสัปดาห์ ทั้งโดนยึดใบขับขี่ จ่ายค่าปรับแบบมีใบเสร็จถูกต้องตามกฎหมาย และค่าปรับที่ไม่มีใบเสร็จอีกหลายใบ ส่วนใหญ่จะเป็นใบละร้อย.. ฮา
นับนิ้วก็หลายสิบครั้ง จดบันทึกคงไม่ไหว แรกๆ คิดอย่างใสบริสุทธิ์ ถ้าเราทำผิดก็ต้องให้พี่ตำรวจจับสิ สังคมจะได้มีกฎระเบียบอย่างเท่าเทียมกัน แต่นานวันมานั่งคิดทำไมเหล่ามอเตอร์ไซค์อย่างเราโดนเรียกแล้วเรียกอีก แซงเลนทึบ ออกขวาขึ้นสะพานข้ามคลอง ลงสะพานปุ๊บ ชาวคณะหัวปิงปองจะรอต้อนรับเข้าสู่อ้อมอกเป็นทุกที
และจะไปเหลือรึค่าปรับ 400 บาท อดข้าวไปหลายวัน
หลังๆ เพื่อนบอก เอ็งจ่ายให้เขา 100 ผ่านฉลุยแล้ว เมื่อได้ทดลองใช้มุขนี้ ก็จริงอย่างที่ว่า เพียงแต่ต้องมีลีลาซักนิด อย่าขัดขืนเจ้าหน้าที่ ยอมรับก่อนผมผิด
“พี่ตำรวจครับ ช่วยผมหน่อยเถอะ”
“จะให้ช่วยยังไง...เร็ว บอกมา”
“ร้อยนึงได้ไหมครับ” “ได้...วางไว้ในกล่องขาว แนบเนียนหน่อยนะไอ้น้อง”
นั่นเป็นครั้งแรก ผมดีใจเป็นที่สุด ไม่ต้องโดนยึดใบสั่ง แต่ไม่รู้ราคา 100 บาท นี้ยังใช้ได้ในปัจจุบันหรือไม่ เพราะมันผ่านมานานเกือบ 20 ปี และผมก็บ๊ายบายเจ้าสองล้อเพื่อนยากแล้ว
ที่มาเปลี่ยนความคิดยอมควักสดให้พี่ตำรวจ ก็เพราะมาคิด ถ้าเราเถรตรงรักษากฎอยู่คนเดียว ประเภทโดนเช็กสภาพร่างกายทุกรูขุมขนตั้งแต่กระจกยันท่อ คงเป็นสมันน้อยแน่ ในยุคที่ตำรวจยังเลือกปฏิบัติกันเห็นๆ เบนซ์หรูฝ่าไฟแดงคาหนังคาเขา ชี้ให้ไปจับเพื่อความเท่าเทียมกัน พี่ก็ไม่สน เน้นแต่มอ’ไซค์เล็กๆ อย่างผม ใครหล่ะจะยอม
ประสบการณ์กับพี่ตำรวจมีหลากหลาย แรกๆ ผมขับเลนขวาสุด งานเลยเข้า ตำรวจตั้งด่านข้างหน้ารอสอยเป็นดง “ครับๆ ผมผิด” ผมสารภาพแต่พี่ตำรวจดูมีลีลา เลยบอกเดี๋ยวผมซื้อเอ็ม 100 ให้ไหมอ่ะ มุขนี้เพื่อนผมแนะนำมา แต่พี่จ่าส่ายหน้า “งั้นเอา 100 ได้ไหม พี่ช่วยหน่อยซิ” พี่จ่าทำยึกยักนิด ผมเปิดกระเป๋าสตางค์มีเหลือแค่ 80 บาทขาดตัว เลยควักไปให้หมด และผมก็ได้เป็นอิสระจากด่านนั้น
แต่ช้าก่อน ผมนึกขึ้นได้ น้ำมันโชว์หน้าปัด มันกำลังหมด เลยดึงแบงก์ 20 จากมือตำรวจกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว แจงเหตุผลไป พี่จ่าทำหน้างงๆ แต่ผมไม่สนบิดออกจากด่านทันที
กลับมานึกกี่ครั้งก็ยังขำไม่หาย แต่ทำไงได้ถ้าผมไม่มีตังค์ แล้วจะเอาที่ไหนเติมน้ำมัน ยังต้องบิดไปอีกไกล ใครจะช่วยผม ผมไม่อยากเข็นเจ้าทักษิโด้สีแดงกลับบ้าน เหนื่อยตายแน่
กระนั้นทุกครั้งที่ผมเจอด่านก็ยังใจหาย ตอนนั้นแค่เห็นตำรวจ2 คน ยืนคุยกันไม่ไกล อาการผวาก็ขึ้นสมอง อุทานในใจ “สงสัยโดนจับอีกแน่” เพราะขับทับเส้นทึบ เอาไงดี เลยตัดสินใจหนามยอกเอาหนามบ่ง พุ่งไปหาตำรวจ เล่นเอาน้องที่นั่งมาด้วยตั้งรับไม่ถูก
“พี่ตำรวจครับ ผมหลงทาง ไปท่าพระอาทิตย์ทางไหนอ่ะ.....อ้อ ทางนู้นใช่ไหม ขอบคุณครับ”
ผมคิดมากไปเองจริงๆ ด้วย ตำรวจสองนายเขาแค่ยืนคุยกันธรรมดาๆ ไม่ได้ตั้งด่านขอค่าน้ำชาอย่างที่เราคิด
อีกครั้ง โดนเรียกเข้าเต็มๆ เพราะพี่ชายผมนั่งซ้อนไม่ใส่หมวก
“ขอโทษจริงๆ ครับผู้กอง มันฉุกเฉิน ผมไปเฝ้าไข้พ่อผมที่ รพ.กรุงธน พอดีพี่ผมมา เลยพากลับ ลืมเตรียมหมวกมาจริงๆ” พูดเสร็จพลางควานหากางเกงขาสั้นของพ่อในเป้ ที่เอามาเปลี่ยนเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจต่อหน้าตำรวจว่าผมไม่ได้โกหก
“คราวหลังต้องใส่หมวกนะ มันผิดกฎ กฎเขาออกมาเพื่อป้องกันตัวคุณ”
“แหะๆ ขอบคุณครับ”
ชีวิตสิงห์มอเตอร์ไซค์ในเมืองใหญ่ มันส์จริงๆ ทั้งตื่นเต้น หวาดเสียว เลาะเลี้ยวเอาตัวรอด







