
คน หมา มิกกี้เมาส์
ชายผ้าเหลืองปลิวไสวตัดกับหินสีน้ำตาลแข็งกระด้าง ประจวบเหมาะเหลือเกินที่วันนั้นพระสงฆ์กลุ่มใหญ่เดินทางมาเที่ยวที่ “สามพันโบก”
โดย...กาญจน์ อายุ
ชายผ้าเหลืองปลิวไสวตัดกับหินสีน้ำตาลแข็งกระด้าง ประจวบเหมาะเหลือเกินที่วันนั้นพระสงฆ์กลุ่มใหญ่เดินทางมาเที่ยวที่ “สามพันโบก” เช่นกัน ทำให้เกิดภาพน่าประทับใจ
กลุ่มพระสงฆ์และฆราวาสต่างมุ่งหน้าไปทางเดียว ณ จุดที่เป็นต้นชื่อสามพันโบก มันอยู่ด้านหลังเนินหินมหึมา บนยอดเนินเป็นลานกว้างและเต็มไปด้วยโบก
โบกที่ใหญ่ที่สุดชื่อ “บ่อมรกต” มาจากสีน้ำที่ขังอยู่ข้างในเมื่อต้องแสงแดดแล้วจะเป็นสีเขียวใส เดินต่อไปอีกสักหน่อยจะพบ “โบกมิกกี้เมาส์” วงกลมสามวงซ้อนกันเป็นรูปหน้าการ์ตูนดิสนีย์ บางช่วงมีน้ำขังบางช่วงไม่มีแล้วแต่น้ำฝน แต่ไม่ว่าอย่างไรทุกคนที่เห็นก็ดูออกว่าไม่ใช่โดนัลด์ดั๊กแน่นอน ส่วนที่มาของชื่อ “สามพันโบก” อยู่ริมแม่น้ำโขง เป็นช่องน้ำผ่านในฤดูน้ำหลาก หินถูกกัดเซาะจนเป็นหลุมเป็นบ่อนับได้ประมาณ 3,000 หลุม (อยากเห็นหน้าคนนับ) ตรงบริเวณเดียวกันจะเห็นหินก้อนหนึ่งยื่นออกมาเรียกว่า “หินหมา” บางคนบอกเหมือนหมาพุดเดิ้ล แต่หน้ามันก็ไม่ต่างจากหมาไทยที่วิ่งเล่นอยู่แถวนั้นสักเท่าไร
ความแปลกของหินยังมีให้เห็นอีกเรื่อยๆ ถ้าได้นั่งเรือล่องโขงชมสองฟากไทยและลาว จุดขายที่คนเรือนำเสนอ คือ “หินแจกัน” หินขึ้นชื่อรูปร่างเหมือนแจกันใบเล็กนูนออกมาจากก้อนหิน มันเหมือนจนไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ชาวบ้านก็ยืนยันว่ามันคือหินจริงๆ ส่วนเรื่องลายแจกันที่เพิ่งมีภายหลังชาวบ้านได้แต่ยิ้มไม่อธิบาย หินแจกันอยู่บนลานหินสีหินปะการัง คนเรือทราบดีว่ามันอยู่ที่ไหน นักท่องเที่ยวสามารถเหมาเรือตรงสามพันโบกได้ ลำละ 500 บาท นั่งได้ 10 คน
สามพันโบกเกิดขึ้นเฉพาะช่วงน้ำโขงแล้งประมาณเดือน ก.พ.-พ.ค. เมืองบาดาลจะเผยโฉมไม่นาน และพอดีว่าไม่ใช่ช่วงเข้าพรรษา ทำให้พระสงฆ์ได้มีโอกาสเห็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติเช่นนี้ ส่วนฝ่ายฆราวาสได้เห็นพระสงฆ์แล้วก็ทำให้คิดถึงพุทธศาสนสุภาษิตข้อหนึ่ง
“กาลเวลาย่อมกินสรรพสัตว์พร้อมทั้งตัวมันเอง” นับประสาอะไรกับตัวเราที่ยืนอยู่บนหินกร่อนเหล่านั้น
ขอขอบคุณสายการบินนกแอร์ บินตรงกรุงเทพฯอุบลราชธานีทุกวัน วันละ 4 เที่ยวบิน โทร. 1318







