posttoday
อ่านเยอะ แต่อ่านอะไร

อ่านเยอะ แต่อ่านอะไร

11 พฤษภาคม 2556

องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ประกาศให้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นเมืองหนังสือโลก

โดย...กองบรรณาธิการ

องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ประกาศให้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นเมืองหนังสือโลก

ยูเนสโก ไม่ได้อุดหนุนหรือสนับสนุนงบประมาณใดๆ นอกเหนือจากเป็นตรายางประทับความน่าเชื่อถือ ... โปรดเข้าใจ

ที่สำคัญ “เมืองหนังสือโลก” ไม่ใช่รางวัล ... ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะดีใจหรือเฉลิมฉลอง

ใครก็สามารถเป็นเมืองหนังสือโลกได้ หากเขียนแผนเสนอต่อยูเนสโกแล้วเขาโอเค

แผนเหล่านั้น คือ “พันธะสัญญา” เป็นคำสัญญาที่เราให้ไว้กับยูเนสโก และให้ไว้กับโลกนี้ว่า ประเทศนั้นๆ จะทำ 1 2 3 4 เพื่อส่งเสริมการอ่าน การเขียน และการพิมพ์

เมื่อยูเนสโกเชื่อว่าแผนดังกล่าวดี ทำได้จริง ก็จะประกาศให้เป็นเมืองหนังสือโลก ... ไม่มีอะไรซับซ้อน

ทว่า ประเทศนั้นๆ จะทำตามแผน ทำตามพันธะสัญญา หรือไม่ทำอะไรเลย ... ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

สำหรับแผน หรือพันธะสัญญาที่ กทม. ให้ไว้มี 9 ข้อสำคัญ 1.โครงการจัดสร้างหอสมุด กทม. แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ หอสมุดกรุงเทพ พิพิธภัณฑ์ประวัติหนังสือไทย ศูนย์วิจัยหนังสือและการอ่านแห่งประเทศไทย 2.พิพิธภัณฑ์การ์ตูนไทย 3.รณรงค์วัฒนธรรมการอ่านสร้างวัฒนธรรมการคิด

4.Children & Youth International Conference เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างบุคลากรนานาชาติ 5.ตามหาวรรณกรรม เพื่อปรับความคิดของสังคมให้เป็น “อ่านเอารส” มิใช่เพียง “อ่านเอาเรื่อง”

6.หนังสือวิทยาศาสตร์เพื่อความคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์ 7.หนังสือพัฒนาจิตใจ 8.เป็นเจ้าภาพ IPA Symposium ในปี 2014 เพื่อติดตามประเด็นที่ภาคีการอ่านนำเสนอ 9.กิจกรรมพื้นฐานอื่นๆ อาทิ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ งานแสดงหนังสือนานาชาติ

งบประมาณเพื่อดำเนินงานตามพันธะสัญญาที่ให้ไว้จนถึงปี 2556 มีทั้งสิ้น 1,400 ล้านบาท เฉพาะการสร้างหอสมุด กทม. (หอสมุด กทม.พิพิธภัณฑ์ประวัติหนังสือไทยศูนย์วิจัยหนังสือและการอ่านแห่งประเทศไทย) ใช้เงินร่วม 640 ล้านบาท

เหตุผลที่คณะกรรมการเมืองหนังสือโลกคัดเลือก กทม. มีด้วยกัน 3 ประเด็น ประกอบด้วย 1.การมีส่วนร่วมสูง เห็นถึงความมุ่งมั่นของแผนงานที่จะนำผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งในและนอกวงการหนังสือเข้ามาร่วม 2.เห็นการให้ความสำคัญต่อวงการหนังสืออย่างจริงจัง 3.ยึดมั่นในพันธะสัญญาในระดับสูงที่จะทำให้โครงการบรรลุผล

ปี 2555 กทม. ได้รับการประกาศเป็นเมืองหนังสือโลก ... คำประกาศนี้รู้ล่วงหน้ามาก่อนหน้าถึง 2 ปี

คำถามคือ ระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา กทม.ทำอะไรบ้าง ?

คำถามต่อเนื่องอีกหนึ่ง ... จากนี้ กทม.จะทำกิจกรรมอะไร เพื่อคุ้มค่ากับงบประมาณและตอบสนองพันธะสัญญาให้สามารถจับต้องจริงได้


ธุรกิจหนังสือโตขึ้นเรื่อยๆ

จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามแต่ ทว่าข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ทราบได้คือมูลค่าตลาดธุรกิจหนังสือ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ระบุข้อมูลเทียบเคียงปี 2553 กับ 2554 พบว่าเติบโตขึ้นจาก 2.14 หมื่นล้านบาท เป็น 2.15 หมื่นล้านบาท

สุภาวดี หาญเมธี ในฐานะผู้เขียนแผนยุทธศาสตร์เมืองหนังสือโลกของ กทม. ให้ตัวเลขสถานการณ์หนังสือในประเทศไทยว่า แต่ละปีที่สำนักพิมพ์กว่า 500 แห่ง ร่วมกับหน่วยงานและสถาบันการศึกษาต่างๆ ได้จดทะเบียน ISBN ถึง 2.8 หมื่นเรื่องต่อปี มีการพิมพ์หนังสือทั้งที่เขียนโดยนักเขียนไทยและแปลมาจากต่างประเทศออกจำหน่ายในร้านหนังสือกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ นับเป็นจำนวนกว่า 1.5 หมื่นเรื่อง หรือเฉลี่ยวันละ 42 เรื่อง

เห็นได้ว่า ธุรกิจหนังสือโตขึ้นเรื่อยๆ

ขณะที่ ผลการประเมินขององค์กรความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ ภายใต้โครงการ PISA (Programme for International Student Assessment) ด้านการอ่านของคนไทย พบว่าคนไทยอ่านหนังสือลดลง

สอดคล้องกับผลการวิจัยของยูเนสโกที่เผยว่า คนไทยอ่านหนังสือน้อยลงจากเฉลี่ยปีละ 8 บรรทัด เหลือเพียง 4 บรรทัดเท่านั้น

ทว่า หากว่ากันตามความเป็นจริง อนุมานได้ว่าสถานการณ์การอ่านในประเทศไทยน่าจะเติบโตขึ้น ในที่นี้ไม่เฉพาะอ่านหนังสือเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการอ่านเว็บไซต์ หรือสื่อประเภทอื่นๆ โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจ เพราะคนไทยมีสถิติการอ่านถึง 96% เป็นอันดับ 2 ของประเทศที่อ่านหนังสือมากที่สุดในโลก รองประเทศอินเดียเท่านั้น


หวังเพียงสร้างบรรยากาศ

สุชาติ สวัสดิ์ศรี หรือ สิงห์สนามหลวง มองว่า เป็นเรื่องยากที่เมืองหนังสือโลกจะช่วยยกระดับอุปนิสัยรักการอ่านของคนในประเทศ เนื่องจากประเทศไทยโดยหน่วยงานรัฐไม่เคยมีการวางรากฐานและไม่เคยมีนโยบายใดๆ ที่ทำต่อเนื่องจนเป็นรูปธรรม

ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์รายนี้ บอกว่า หากอยู่ในวงการหนังสือนานๆ จะทราบดีว่าการอ่านเป็นเรื่องที่ต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็กหรือตั้งแต่ในครรภ์ หากไม่คิดเช่นนี้ก็สำเร็จยาก ที่สำคัญต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาการปลุกจิตสำนึกในเรื่องนี้ล้มเหลวมาโดยตลอด เพราะไม่มีฝ่ายไหนเห็นเป็นเรื่องสำคัญ

“เรามีแต่วัฒนธรรมการพิมพ์ แต่ไม่มีวัฒนธรรมการอ่าน หนังสือที่พิมพ์ออกมาขายก็เน้นกันแต่เรื่องรูปเล่ม ถ้าการส่งเสริมสอดรับกับการสร้างจิตสำนึก ก็ยังพอมีหวังว่านิสัยรักการอ่านจะเกิดได้ แต่ไม่ใช่จากการประกาศดังกล่าว ที่จะเป็นได้แค่การจัดอีเวนต์เท่านั้น” สุชาติ กล่าว

ผู้ก่อตั้งรางวัลช่อการะเกด กล่าวอีกว่า หากมองการประกาศเมืองหนังสือโลกในแง่บวก เชื่อว่าการจัดงานทั้งหมดจะพอสร้างบรรยากาศในการอ่านได้บ้าง หาก กทม.สร้างบรรยากาศการรักการอ่านในรูปแบบใหม่ไม่ได้ ก็ควรจะนำบรรยากาศส่งเสริมการอ่านแบบที่ถูกทำลายไปแล้วในอดีตกลับมา

“หากพูดถึงบรรยากาศที่จะส่งเสริมให้รักหนังสือ ผมนึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ที่เคยเห็นในย่านขายหนังสือเก่า ซึ่งเป็นร้านหนังสือถาวรที่คัดสรรเรื่องดีๆ มาขาย ไม่ใช่เลหลังหนังสือที่ไม่ค่อยมีคนอ่าน บรรยากาศแบบนี้เคยพบเห็นได้จาก ย่านสนามหลวง คลองหลอด ที่ กทม.ไปไล่รื้อเสียหมด กทม.ควรอำนวยพื้นที่รูปแบบนี้ สนับสนุนร้านที่กระจัดกระจายอยู่มารวมกันในย่านเดียว เช่นเดียวกับบรรยากาศที่เห็นในเมืองใหญ่หลายประเทศ เช่น ริมแม่น้ำแซน ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถามว่าของเราซึ่งประกาศเป็นเมืองหนังสือโลกอยู่ที่ไหน เราก็ตอบไม่ได้” สุชาติ เสนอแนะ

นอกจากนี้ กทม.อาจต้องเข้าไปดูแลเรื่องระบบการจัดการห้องสมุด ที่มีอยู่ในประเทศตอนนี้นับว่ายังไม่เพียงพอทั้งในเรื่องคุณภาพและปริมาณ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะช่วยพยุงหนังสือมีคุณภาพที่ขายยาก ไม่เช่นนั้นหนังสือดีๆ ก็จะอยู่ไม่ได้ แพ้หนังสือประเภทขายดี ความหลากหลายของหนังสือก็จะหมดไป เรื่องการอ่านต้องดูด้วยว่าอ่านอะไร ไม่ใช่อ่านอะไรก็ได้หมด


หนุนรัฐกทม.ยกระดับห้องสมุด

วรพันธ์ โลกิตสถาพร นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า สถิติปี 2548 คนไทยใช้เวลาว่างในการอ่านหนังสือวันละ 51 นาที ปี 2551 คนไทยใช้เวลาว่างในการอ่านหนังสือ 39 นาที และในปี 2554 คนไทยใช้เวลาในการอ่านหนังสือเพียง 35 นาทีเท่านั้น นั่นแสดงให้เห็นว่าอัตราการอ่านของคนไทยมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ

วรพันธ์ อธิบายว่า คนไทยหันไปใช้เวลาว่างในการทำกิจกรรมอื่นมากขึ้น เช่น หันไปใช้เวลาในการดูโทรทัศน์ เล่นอินเทอร์เน็ต และการใช้สมาร์ทโฟน อย่างไรก็ตามข้อมูลข่าวสารกับเนื้อหาในหนังสือมีความแตกต่างกัน เนื่องจากข้อมูลข่าวสารมักมีลักษณะสั้น กระชับ ไม่ได้มีบทความอะไรที่สามารถทำให้คนอ่านมีสมาธิในการอ่านอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงคือมีสมาธิสั้น ในขณะที่เนื้อหาในหนังสือมีความยาวและมีความต่อเนื่อง ทำให้ผู้อ่านสามารถโฟกัสอยู่กับหนังสือนั้นๆ ได้นาน

“ปัจจุบันพบว่าคนไทยใช้โทรศัพท์มือถือในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ประมาณ 24 ชั่วโมงต่อวัน ด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เร่งรีบ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้คนอ่านหนังสือลดลง แม้ว่าราคาหนังสือของประเทศไทยจะไม่ได้แพงหรือแตกต่างจากหนังสือต่างประเทศมากนัก แต่ด้วยค่าครองชีพที่สูงขึ้นบวกกับรายได้ที่สวนทางกัน ทำให้ประชาชนตระหนักถึงการลงทุนในการซื้อหนังสือลดลง หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องปากท้องมากกว่าการบริโภคหนังสือ ทั้งที่แท้จริงแล้วการซื้อหนังสือมาอ่านถือเป็นการลงทุนที่สำคัญมาก” วรพันธ์ วิพากษ์

วรพันธ์ บอกอีกว่า รัฐควรแก้ไขในเชิงนโยบาย อย่างเช่นในประเทศญี่ปุ่น เกาหลี หรือ สิงคโปร์ ต่างมีกฎหมายว่าด้วยหนังสือและการอ่าน มีการส่งเสริมและยุทธวิธีในการส่งเสริมการอ่านอย่างเป็นรูปธรรม สังเกตได้ง่ายๆ จากการเปิดให้บริการของห้องสมุดในประเทศไทยที่จะเปิดแค่เฉพาะเวลาราชการ

ห้องสมุดถือเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาที่สามารถให้ประโยชน์แก่ประชาชนที่สนใจการอ่านได้เป็นอย่างดี หากมีอำนาจการซื้อน้อย ซื้อไม่ได้ก็หันมายืม แต่การเปิดให้บริการเฉพาะเวลาราชการนั้นทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าใช้บริการได้เพราะเป็นช่วงเวลาเดียว รัฐควรมีนโยบายการเปิดให้บริการห้องสมุดทุกวัน อีกทั้งประเด็นการเมืองก็มีส่วนทำให้นโยบายด้านส่งเสริมการอ่านไม่มีความต่อเนื่อง

สอดคล้องกับแนวคิดของ เวียงวชิระ บัวสนธ์ ผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์สามัญชน ที่เสนอให้ กทม.เลิกล้มแนวคิดสร้างห้องสมุดเพิ่ม แต่ให้นำงบประมาณไปสนับสนุนห้องสมุดที่มีอยู่เดิมให้ขยายบริการ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงห้องสมุดมากยิ่งขึ้น

“ลองไปถามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดู ปกติค่าใช้บริการหอสมุดอยู่ที่ 20 บาท ถามเขาว่าเดือนละเท่าไรถ้าเขาบอกว่ามีรายได้เดือนละ 2 หมื่นบาทก็ให้เขาไปเลย 5 หมื่นบาท เพื่อให้จัดบริการฟรีไม่ต้องคิดเงินกับผู้มาใช้ แล้วก็ขยายไปยังห้องสมุดมหาวิทยาลัยอื่นๆ” เวียง ยกตัวอย่าง

ใน กทม.มีห้องสมุดกว่า 1,000 แห่ง ทั้งหอสมุดแห่งชาติ ห้องสมุดมหาวิทยาลัยกว่า 50 แห่ง ห้องสมุดโรงเรียน 660 แห่ง ห้องสมุดเฉพาะทาง และห้องสมุดสาธารณะของทั้งภาครัฐและเอกชนอีกประมาณ 200 แห่ง บ้านหนังสือของ กทม. ในชุมชนจำนวน 124 หลัง

ทั้งหมด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทลายอุปสรรคการเข้าถึ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท