
เชื้อโรค
ไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจริง ๆ เลยนะ คนเราอ่ะให้รวยล้นฟ้ามีเป็นพันเป็นหมื่นแสนล้านขนาดไหน
โดย...ปู โลกเบี้ยว
ไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจริง ๆ เลยนะ คนเราอ่ะให้รวยล้นฟ้ามีเป็นพันเป็นหมื่นแสนล้านขนาดไหน แต่ถ้าหาเงินมาได้แล้วไม่ได้ใช้ซื้อความสุขให้กับตัวเอง แต่กลับต้องเอาเงินไปรักษาตัวเพราะเจ็บป่วย นี่ก็ไม่ไหวนะ เหนื่อยเปล่าเพราะเปื่อยเนี้ย
แต่ไอ้เรื่องโรคภัยอ่ะ ถ้าไม่เป็นมาตั้งแต่เกิด เป็นเพราะกรรมพันธุ์ ก็เกิดจากพฤติกรรมของตัวเองนั้นแหละ อย่างเจ้ามะเร็งเนี่ยทุกคนบนโลกใบนี้มีสิทธิเป็นได้เหมือนกันหมดแหละ เพียงแต่ของใครมันจะลุกขึ้นมาแสดงผลเท่านั้นเอง แล้วถ้าเรายิ่งไปยุ่งกับมันน่ะมันจะยิ่งขยายเติบโตลุกลามไปกันใหญ่อ่ะ เหมือนไอ้เจ้ามะเร็งมันจะมีชีวิตยังไงไม่รู้ พอมันรู้ว่ามันกำลังจะตายมันเลยยิ่งขยายเพื่อความอยู่รอดซะงั้นแหละ
คนที่ปูรู้จักหลายคนมากที่เมื่อพบมะเร็ง ไปฉายแสง ผ่าตัด สักพักตายเลยอ่ะ เพราะมันลุกลามขยายจนเกินเยียวยา แต่ไอ้พวกที่ทั้งสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เคล้านารี และชาตรีทั้งหลาย บางคนสุดๆ กลับแก่ตาย โดยที่มะเร็งไม่ไปเยี่ยมเยือน พวกลุย ๆ ไม่ค่อยใส่ใจสุขภาพบางทีก็แข็งแรงกว่าพวกที่รักสุขภาพจนโอเวอร์ซะอีกนะ อาจเป็นเพราะมีภูมิต้านทานต่ำกระมัง
ถ้าจะถามปูเกี่ยวกับเรื่องดวงชะตาละก็ มันก็พอที่จะบ่งบอกอยู่บ้างล่ะว่าคนคนนั้นอ่ะมีข้อบกพร่องอะไรบ้าง เจ็บป่วยและปวดร้าวตรงไหนบ้าง อย่างปูเนี้ยเกิดวันเสือ เดือนม้า ปีม้า เวลาหนู (ในดวงจีน) มักจะเป็นเหน็บชามือเท้าชา หัวเข่าไม่ดียิ่งอายุมากยิ่งเข่าอ่อนซะงั้น หรือดวงดาวในศาสตร์ยูเรเนียนก็จะมีดาวเสาร์อยู่ตรงจุดกึ่งกลางเป๊ะระหว่างราศีเมษกับมีน ปูก็มักจะปวดหัวอยู่บ่อย ๆ แล้วปวดรุนแรงซะด้วย เยี่ยงนี้เป็นต้น
ปัจจัยภายนอกที่ทำให้เราบังเอิญไปติดโรคนี่จะทำยังไงกันดีล่ะ? น่ากลัวมาก ปูมีเคสหนึ่งจะเล่าให้อ่านกันจ๊ะ มีผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ปูรู้จักอายุ 66 ปี แล้ว ท่านเป็นคนแข็งแรงมาก ทำงานตลอด อึดและอดทน ไม่ค่อยป่วยให้ใครเห็น ตามดวงชะตาแล้วท่านก็เป็นคนที่อึดอดทนนักแถมยังดูแลสุภาพตัวเองค่อนข้างดีอีกด้วย และแล้ววันหนึ่งต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อร่วมงานศพผู้ใหญ่คนสำคัญ เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ติดกับเรานั้นแหละ แต่ด้วยผู้คนชุมชนที่ท่านเข้าไปไม่ค่อยเจริญสักเท่าไร ความที่ไม่ได้เป็นคนหยิ่งเข้าได้กับทุกคนพอเข้าไปคลุกคลีกับคนพวกนั้น เจอคนจามใส่นิดเดียวเท่านั้นแหละติดหวัดมาเลย พอกลับมาเมืองไทย ไข้หวัดก็ไม่หาย กลับปวดหัวมากขึ้นจนทนไม่ไหวถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ ต้องหามส่งโรงพยาบาลในเมืองแถวบ้าน ปรากฏว่าไวรัสขึ้นสมองและลามไปตามตับไตไส้พุงอย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าในตัวมีแต่เชื้อโรค ต้องเปลี่ยนโรงพยาบาลไปเข้าห้อง RCU ที่โรงพยาบาลศิริราช สองวันเท่านั้นแหละ ไตวาย เป็นตายเท่ากัน เพื่อนของท่านมาปรึกษาปู บอกอยากได้กำลังใจเพราะไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งพาใครแล้ว จากการตรวจดวงชะตาท่านยังไม่ถึงเวลาที่จะไปจากเรา แค่อาจจะมีสายระโยงระยางนานหน่อยเท่านั้นเองแหละ แล้วท่านก็ค่อย ๆ อาการดีขึ้นทีละหน่อย เพราะได้คุณหมอเก่งเฉพาะทางด้วยแหละ ดูซิคนแข็งแรงแท้ๆ แค่ติดหวัดจากแหล่งเชื้อโรคนิดเดียวเอง คุณหมอลงความเห็นว่าอาจเป็นเพราะท่านทำงานหนักมากเกินไปจนไม่มีเวลาพักผ่อนเลยทำให้ติดเชื้อโรคได้ง่าย โธ่! ทำงานมาเกือบทั้งชีวิตนะ มาป่วยซะงั้นแหละ แล้วมาเป็นเอายามแก่เนี้ยกว่าจะหายเป็นปกติดีอ่ะ คงต้องใช้เวลานานพอสมควรเชียวแหละ ไม่เหมือนตอนที่ยังเป็นวัยหนุ่มสาวอ่ะนะ เป็นเร็วหายเร็ว
นั่นทำให้ปูต้องเริ่มกลับมาคิดทบทวนใหม่แล้วว่า ถ้าไม่อยากเป็นเยี่ยงนี้ ไม่อยากต้องนอนป่วยใช้เงินที่หามาได้ ก็คงต้องหาเวลาพักผ่อนซะบ้างแล้วล่ะ อย่าบ้าพลังทำงานจนหามรุ่งหามค่ำ อย่าใช้ร่างกาย สมอง และความคิดจนช้ำเกินที่จะเยียวยา ถึงแม้ว่าโชคชะตาจะบ่งบอกว่าคุณนั้นอึดทึกก็จริง แต่ถ้าเมื่อยามใดเราเกิดอ่อนแอขึ้นมา แล้วดันไปเจอปัจจัยภายนอกที่เราไม่สามารถควบคุมได้เราก็อาจตายได้เหมือนกัน ที่นี่ล่ะไม่ได้ใช้เงินที่หามาได้แน่เลยอ่ะดิ







