posttoday
‘นารีนครา’ พระราชนิพนธ์แปลในสมเด็จพระเทพฯ

‘นารีนครา’ พระราชนิพนธ์แปลในสมเด็จพระเทพฯ

06 พฤษภาคม 2556

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร

เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ณ โรงแรมแชงกรีลา กรุงเทพมหานคร “สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” พระราชดำรัสแนะนำหนังสือ “นารีนครา” พระราชนิพนธ์แปลจากนวนิยายขนาดสั้นของจีนเรื่อง “ทาเตอเฉิง” ผลงานเขียนของ “ฉือลี่” นักเขียนหญิงผู้มีชื่อเสียงในวงวรรณกรรมจีนร่วมสมัย

“สาเหตุที่เลือกแปลเรื่องนี้ เพราะวันหนึ่งเดินทางไปประเทศจีน ก็ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เขาวางอยู่บนเครื่องบิน ในหน้าศิลปวัฒนธรรม พูดถึงเรื่องประวัติและผลงานของคุณฉือลี่ แต่ขณะนั้นยังไม่มีหนังสือเรื่องนี้ (นารีนครา) แล้วก็ได้คุยกับครูสอนภาษาจีนคนเก่า ที่กลับไปทำงานที่ประเทศจีนแล้ว ชื่อครูจู ได้พูดถึงนักเขียนท่านนี้ที่มักจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับบทบาทของสตรีจีน ซึ่งเป็นเรื่องอีกด้านหนึ่งของวัฒนธรรมจีนที่น่าสนใจ”

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชดำรัสเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ได้อ่านวรรณกรรมจีน โดยเฉพาะวรรณกรรมจีนรุ่นใหม่ๆ ก็ทำให้เข้าใจจิตใจของคนจีนในสมัยต่างๆ ว่าทำไมเขาถึงคิดอย่างนั้น ทำอย่างนั้น ซึ่งอาจจะมองในแง่มุมของเราแล้วรู้สึกว่าไม่ถูกใจ แต่เมื่อได้อ่านสิ่งที่ผู้เขียนได้ถ่ายทอดออกมา ก็ทำให้รู้สึกเข้าถึงจิตใจและเห็นใจบุคคลที่มีบทบาท หรือว่าได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์บ้านเมืองที่เป็นเหตุการณ์ใหญ่นั้น

“นารีนคราเป็นเรื่องที่ใหม่ ยังไม่มีการแปลเป็นภาษาอื่นให้มาเปรียบเทียบได้ บางครั้งเป็นเรื่องที่พิมพ์มานานแล้วก็ได้อาศัยแนวจากภาษาต่างประเทศ แต่เรื่องนี้ยังไม่มี เท่ากับได้แปลเองจริงๆ”

นวนิยายเรื่องนี้ได้บรรยายให้เห็นถึงสภาพสังคมของคนจีนในเมืองอู่ฮั่น เมืองที่ในสมัยก่อนเป็นสถานที่ที่มีการลงทุนพาณิชย์ ชาวต่างประเทศได้มาลงทุน ณ ที่แห่งนี้

“นอกจากจะได้บรรยายให้เห็นถึงสภาพสังคมของเมืองอู่ฮั่น บรรยายถึงอาหาร ยังบรรยายถึงความสัมพันธ์ของหญิงสามวัย อย่างตัวเอกของเรื่อง คือ มี่เจี๋ย ตอนที่สามีเสียชีวิต เขาก็โศกเศร้ามาก จนไม่ทำอะไร สุขภาพก็ทรุดโทรม ก็อาจจะรู้สึกสำนึกผิด ที่ตอนที่สามีชีวิตอยู่ ก็นอกใจไปนิดๆ ก็เลยทำให้รู้สึกในคุณความดีของสามียิ่งขึ้น แต่คนที่ทำให้มี่เจี๋ยพ้นจากสภาพความโศกเศร้าจนเสียสุขภาพนั้นก็คือ แม่สามี ท่านเป็นอายุมาก แก่แล้ว แต่เป็นคนที่มีความคิดความอ่าน ตอนที่รู้ว่าลูกสะใภ้นอกใจลูกชาย เธอก็ยังมีความพยายามจะรักษาครอบครัวไว้ ไม่เคยว่ากล่าว ทำแต่คุณความดี พยายามจะทำให้ครอบครัวอยู่ด้วยกันได้ ยังหาซื้อที่มาให้ลูกสะใภ้ทำธุรกิจ เผอิญว่าลูกสะใภ้เป็นคนฉลาดมีความสามารถ เมื่อเห็นแม่สามีสนับสนุนขนาดนี้ ตนจึงมีกำลังใจที่จะลุกขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งการเลือกทำธุรกิจก็น่าสนใจที่ว่า ลูกสะใภ้เลือกทำธุรกิจที่ไม่รบกวนแม่สามี เพราะแม่สามีอยู่ชั้นบนของบ้าน และทำอะไรต่างๆ ได้ไม่ลำบากนัก เธอจึงอาศัยความสามารถของตนเอง โดยเลือกเปิดร้านขัดรองเท้า ส่วนคนสุดท้ายที่ปรากฏในเรื่องนี้ เป็นหญิงที่ก็ไม่ใช่เด็กนัก แต่เด็กกว่ามี่เจี๋ย และแม่สามีของมี่เจี๋ย เธอมีปัญหาครอบครัว คิดแก้ปัญหาครอบครัวโดยการมาทำงานหนักที่ร้านขัดรองเท้าของมี่เจี๋ยเพื่อประชดสามี โดยหวังว่าสามีจะเห็นใจและมารับกลับ แต่สุดท้ายก็ไม่เห็นใจ มาเฉลยวันสุดท้ายว่าทำไมจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ ซึ่งตอนนี้คนที่แก้ปัญหาได้ คือ มี่เจี๋ยและแม่สามีของมี่เจี๋ย ซึ่งต่างช่วยกัน”

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชดำรัสทิ้งท้ายไว้ว่า เรื่องอื่นๆ นั้น เวลาแปลสำนวนไทยกับสำนวนจีนนั้นต่างกัน บางเรื่องก็เอาความหมายใช้เป็นสำนวนไทย เขียนแบบไทย แต่บางเรื่องที่คนไทยจะพอเข้าใจได้ก็จะทิ้งไว้เพื่อเป็นความรู้สึกแบบเป็นจีนๆ เพื่อที่ผู้อ่านจะได้บรรยากาศจีน @

เรื่องย่อพระราชนิพนธ์แปล นารีนครา

“มี่เจี๋ย” เป็นเจ้าของร้านขัดรองเท้าในเมืองอู่ฮั่น เธอเคยเป็นทหารมาก่อน จึงพูดจาฉะฉาน ตอนหลังเลิกเป็นทหาร มาทำงานในบริษัทขายม่านอยู่ 10 ปี สามีของเธอมาจากตระกูลมั่งคั่งในอู่ฮั่น ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ สามีเป็นคนใจกว้าง เพื่อนฝูงมาก เมื่อสามีตาย มี่เจี๋ยก็มาเปิดร้านขัดรองเท้าอยู่กับลูกชายและ “แม่สามี” เป็นร้านเล็กๆ แต่มีชื่อว่าขัดรองเท้าได้ดี ทั้งรองเท้าธรรมดาและรองเท้าราคาแพง

“เฝิงชุน” เป็นสาวสวย เรียนหนังสือจบจากมหาวิทยาลัย แต่งงานแล้วกับหนุ่มรูปหล่อ มีลูกเล็กคนหนึ่ง แต่เกิดมาสมัครเป็นคนขัดรองเท้าที่ร้านของมี่เจี๋ย มี่เจี๋ยคิดว่าเฝิงชุนคงจะขัดใจกับสามีและออกมาทำงานเพื่อให้สามีตามง้อ เฝิงชุนทำงานดี ไม่ค่อยพูดจากับใคร แต่สามเดือนผ่านไป สามีหนุ่มหล่อก็ยังไม่มาตามกลับบ้าน มี่เจี๋ยเอ็นดูและห่วงใยเฝิงชุน

วันหนึ่งมีหนุ่มนักธุรกิจต่างเมืองมาให้ขัดรองเท้า เกิดถูกใจกับเฝิงชุนทันทีที่แรกพบ และกลับมาให้ขัดรองเท้าให้บ่อยๆ ตกรางวัลให้หนักๆ จนผิดสังเกต หนุ่มคนนั้นก็แต่งงานมีลูกแล้ว มี่เจี๋ยจับตาดูและไม่พอใจ จะให้เฝิงชุนออกเพราะไม่อยากให้ร้านขัดรองเท้าได้ชื่อว่าเป็นซ่อง

เฝิงชุนกับมี่เจี๋ยทุ่มเถียงทะเลาะกัน ต่างคนต่างเสียใจ ในที่สุดก็ชวนกันไปกินข้าวกินเหล้า สองสาวปรับทุกข์กัน มี่เจี๋ยเองก็มีความหลังที่เคยนอกใจสามี เมื่อสามีรู้ก็โกรธและเสียใจมาก แต่ความที่เป็นคนใจกว้าง ได้ไปปรับความเข้าใจกับคู่รักของมี่เจี๋ยและถึงกับสาบานเป็นพี่น้องกัน เมื่อเขาป่วยเป็นมะเร็งใกล้ตาย ก็ขอให้คู่รักของมี่เจี๋ยสาบานว่าจะดูแลมี่เจี๋ยให้ดี แต่เมื่อสามีตาย มี่เจี๋ยกลับไม่ได้แต่งงานใหม่ เพราะความดีของแม่สามีผูกใจไม่ให้คิดแต่งงานใหม่ กลับมาอยู่ด้วยกันกับแม่สามีและลูกชาย แม่สามีคอยดูแลทั้งลูกสะใภ้และหลานชายอย่างรักใคร่ เปี่ยมด้วยความเมตตาและหวังดี มี่เจี๋ยจึงไปไหนไม่รอด

เฝิงชุนสารภาพว่าสามีของตนที่แท้เป็นคนรักร่วมเพศ ตั้งแต่มีลูกด้วยกันแล้ว ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเฝิงชุนเลย แต่เฝิงชุนไม่กล้าบอกแม่ของสามีหรือใครๆ เพราะเกรงใจครอบครัวของสามี ในที่สุดมี่เจี๋ยก็เห็นใจเฝิงชุน คิดว่าจะสนับสนุนให้เฝิงชุนเลิกกับสามี ไม่ควรให้ใครแย่งเอา “ชุนเทียน” (ความสุข) ของชีวิตเฝิงชุนไป

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด เวสต์แฮม พบ อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 10 พ.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด เวสต์แฮม พบ อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 10 พ.ค.69