posttoday
อยากรุ่งให้รู้จักคุมอารมณ์

อยากรุ่งให้รู้จักคุมอารมณ์

06 พฤษภาคม 2556

เคยเห็นพนักงานที่ขี้บ่น โมโหง่าย ทำสีหน้าและแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสม ขึ้นเสียงกับลูกค้าหรือประพฤติแบบตาต่อตา

โดย...วรธาร

เคยเห็นพนักงานที่ขี้บ่น โมโหง่าย ทำสีหน้าและแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสม ขึ้นเสียงกับลูกค้า หรือประพฤติแบบตาต่อตา ฟันต่อฟันกับลูกค้าไหม สุดท้ายพวกเขาไม่รอดกับบทลงโทษที่จะเกิดขึ้นตามมาใช่ไหม เช่น ด้วยการให้พิจารณาตัวเอง หรือให้ออก หรือไล่ออก ฯลฯ เหล่านี้อาจแสดงให้เห็นว่าถึงใครจะเก่ง การศึกษาดี ใช่ว่าจะทำงานได้ดีเสมอไป ตราบใดที่ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์

ดร.อาภรณ์ ภูวิทยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ บริษัท ไทยสกิลล์พลัส กล่าวว่า การทำงานให้ได้ดีนอกจากต้องมีไหวพริบปฏิภาณความฉลาดดี หรือ IQ แล้วจะต้องมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ หรือ EQ ด้วยเสมอ เนื่องจากคนเรามีทรรศนะ ความต้องการ ความคาดหวัง มีการรับรู้ในเรื่องต่างๆ แตกต่างกันไป เพราะ EQ จะเป็นเสมือนเกราะป้องกันตนเองมิให้แสดงพฤติกรรมไม่ถูกไม่ควรออกมา ดังนั้น ไม่ว่าพนักงานหรือผู้บริหารนอกจากต้องมีความรู้และความเก่งแล้วก็ควรที่จะเรียนรู้การบริหารอารมณ์ของตนเองให้มีวุฒิภาวะทางใจเกิดขึ้นด้วย

1.เข้าถึงอารมณ์ตนเอง การเข้าถึงมิใช่เข้าใจ แต่เป็นการรับรู้ภาวะอารมณ์ของตน ณ ขณะนั้นว่ารู้สึกอย่างไร หมั่นถามตนเองบ่อยๆ ว่ามีอารมณ์อย่างไร แบบขึ้นๆ ลงๆ หรือไม่ หรือแบบไม่อยู่กับร่องกับรอย หรือเป็นแบบเอาใจตัวเองตลอดเวลา หรืออะไรเป็นสิ่งเร้าที่ทำให้เกิดความคิด ความรู้สึก และการรับรู้ทางจิตเช่นนั้นเช่นนี้ การเข้าถึงอารมณ์จะเป็นการเริ่มต้นสำรวจจิตใจว่ามีการรับรู้ต่อสิ่งเร้าในทางบวกหรือทางลบ

2.หาวิธีการบำบัดอารมณ์ อารมณ์ทางลบที่เกิดขึ้นไม่นำพาความสุขให้เกิดขึ้นแน่นอน หากไม่อยากทุกข์ไปกับอารมณ์เช่นนั้นจงบำบัดภาวะอารมณ์ด้วยการเปลี่ยนจุดมุ่งจากเรื่องเดิมๆ ที่ทำให้ทุกข์ใจไปเป็นเรื่องอื่นที่ทำให้เกิดความสบายใจ อย่าไปยึดติดหรือคิดซ้ำไปซ้ำมากับเรื่องที่กระทบ หรือหากิจกรรมใหม่ๆ ที่ทำแล้วมีความสุข

3.หมั่นสร้างอารมณ์ขัน หากอยากเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่สามารถบริหารและพัฒนาอารมณ์ได้เป็นอย่างดี คุณจำเป็นต้องรู้จักสร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มในใจให้เกิดขึ้นบ้าง อย่าเป็นคนเคร่งเครียดหรือเคร่งขรึมอยู่ตลอดเวลา

4.คิดให้ไกล ไปให้ถึง ภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้นย่อมเป็นเสียงสะท้อนจากความคิดของเรา คุณคิดและรู้สึกอย่างไร ย่อมจะแสดงออกด้วยอารมณ์เช่นนั้น และเพื่อป้องกันมิให้คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องเล็กน้อย จงสร้างภาพหรือเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ อย่ายึดติดแค่หน้าที่งานในปัจจุบัน ขอให้สร้างฝันของอาชีพในอนาคตว่าอยากทำหรืออยากเป็นอะไร เพื่อจะได้ใช้ชีวิตปัจจุบันเป็นสะพานเชื่อมให้ไปถึงฝันได้อย่างมั่นคงและมั่นใจ

เมื่อต้องทำงานหน้าจอคอมพ์นาน

คนไทยไม่ต่ำกว่า 14 ล้านคนมีสายตาผิดปกติ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น เกิดอาการเมื่อยตา ตาแห้ง เคืองตา แสบตา แพ้แสง ตาพร่า ปวดตา ซึ่งไม่นับสาเหตุอื่นๆ เช่น การใช้สายตาในที่สลัวๆ การสูบบุหรี่ เป็นต้น ดังนั้น เพื่อป้องกันสายตาจากการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ เราควรนั่งในระยะห่างที่เหมาะสม ปรับแสงสว่างหน้าจอให้พอดี หยุดพักสายตาโดยการมองไปที่ไกลๆ เป็นระยะๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อตาคลายตัว กะพริบตาถี่ๆ บ้าง เพื่อช่วยให้ตาชุ่มชื่น เพิ่มน้ำหล่อลื่นภายในดวงตา

แปลงทักษะวิชาชีพเป็นทรัพย์สินทางปัญญา

ทักษะวิชาชีพบางอาชีพถือเป็นมรดกล้ำค่า เพราะกว่าจะได้มาต้องใช้ชั่วโมงบินสูง ต้องสั่งสมประสบการณ์เป็นเวลานาน หากคนทำงานวิชาชีพนั้นๆ ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้จางหายไปพร้อมกับวัยที่ล่วงเลย สุดท้ายประสบการณ์เหล่านี้จะล่วงลับไปกับคนคนนั้น ซึ่งถือว่าน่าเสียดาย

“ณรงค์วิทย์ แสนทอง” วิทยากร ที่ปรึกษาและนักเขียนอิสระ แนะนำว่า คนที่มีทักษะในวิชาชีพนั้นๆ ควรนำเอาประสบการณ์ในวิชาชีพมาแปลงเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่เพิ่มคุณค่าให้ตัวเองได้หลายแนวทาง เช่น เขียนเป็นหนังสือหรือตำรา เป็นวิทยากรถ่ายทอดให้กับคนรุ่นใหม่ พัฒนาระบบ/โปรแกรมซอฟต์แวร์การเรียนรู้และการทำงาน สร้างอุปกรณ์และเครื่องมือการทำงานสำหรับวิชาชีพและจดสิทธิบัตร

บริหารคอไหล่คลายกล้ามเนื้อ

การนั่งทำงานอยู่กับโต๊ะทำงานหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ แทบไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถ เช่น เดิน ยืน อะไรเลย หรือบริหารร่างกายส่วนต่างๆ บ้าง ย่อมก่อให้เกิดอาการปวดไหล่ปวดคอได้เสมอ และหากทำงานด้วยอิริยาบถเดียวเช่นนี้นานๆ ย่อมเสี่ยงต่อการปวดเรื้อรัง ดังนั้น ในการทำงานที่ดีของนักทำงานที่ดีควรรู้จักการผลัดเปลี่ยนอิริยาบถอยู่เสมอ หรือด้วยการบริหารส่วนต่างๆ ของร่างกายเพื่อให้เกิดความผ่อนคลายและคลายความตึงเครียด ดังนั้น ถ้าเกิดอาการปวดไหล่ปวดคอขึ้นมา ขอแนะนำท่าบริหารคอไหล่ง่ายๆ 2 ท่าไปปฏิบัติ

ท่าแรก 1.ให้หมุนศีรษะไปทางขวาช้าๆ ค้างไว้ 3 วินาที 2.หมุนกลับมาหน้าตรง หยุด 3.หมุนศีรษะไปทางซ้ายช้าๆ ค้างไว้ 3 วินาที โดยให้ทำ 1-3 ซ้ำ 5-10 ครั้ง

ท่าที่สอง 1.ก้มศีรษะช้าๆ พยายามให้คางสัมผัสอก หยุดค้างไว้สักครู่ 2.เงยหน้าขึ้นช้าๆ ไปด้านหลังเท่าที่จะทำได้ ไม่ต้องฝืน โดยให้ทำ 1-2 ซ้ำ 5 ครั้ง

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน