
กบในน้ำร้อน
คุณเคยได้ยินเรื่องกบในน้ำร้อนไหมครับ?
โดย...ณศักต์ อัจจิมาธร
คุณเคยได้ยินเรื่องกบในน้ำร้อนไหมครับ?
เรื่องแสนเศร้าในการทดลองที่มีพระเอกเป็นกบโชคร้ายตัวหนึ่ง ถูกทิ้งลงในหม้อที่ใส่น้ำในอุณหภูมิธรรมดาทั่วไปๆ ก่อนจะถูกเร่งไฟขึ้นทีละน้อยอย่างช้าๆ
แม้น้ำจะค่อยๆร้อนขึ้น แต่กบในหม้อก็ไม่มีทีท่าจะทุรนทุรายแต่อย่างใด แตกต่างจากการโยนกบลงไปในน้ำอุ่นๆ เพราะมันจะกระโดดหนีทันที
สุดท้ายเมื่อน้ำในหม้อถูกเพิ่มอุณหภูมิขึ้นมาถึงระดับหนึ่ง กบโชคร้ายก็จะถูกต้มจนสุกทั้งที่ไม่รู้ตัว
เมื่อชีวิตเดินทางมาถึงจุดหนึ่ง ผมเชื่อว่าหลายคนจะต้องรู้สึกว่า หลายๆอย่างในชีวิตมันเริ่มเข้าที่เข้าทาง อย่างที่ควรจะเป็น
ชีวิตเริ่มนิ่งๆและมีความสุขสบายมากขึ้นโดยไม่ต้องดิ้นรนขวนขวายมากนักเหมือนในอดีต
จุดนั้นอาจเป็นช่วงที่ตำแหน่งหน้าที่การงานของคุณก้าวหน้าขึ้นมาอยู่ในระดับหนึ่ง
จุดนั้นสำหรับบางคนอาจเป็นจุดที่เขาสามารถสะสมความมั่งคั่งในระดับที่มากพอ
จุดนั้นอาจเป็นการได้ร่วมหอลงโรงใช้ชีวิตกับใครสักคนและมีทายาทร่วมกัน
จริงอยู่ที่การเดินทางมาถึงจุดๆนั้นเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ และถือเป็นรางวัลอันยิ่งใหญ่สำหรับใครบางคนที่ทุ่มเทพลังงานทั้งกายใจออกเดินทางมาอย่างยากลำบากเพื่อให้มาถึงจุดหมายที่ยืนอยู่ในปัจจุบัน
ทว่าในอีกมุมหนึ่งการหยุดนิ่งและเสพเอาความสบายอันเป็นดอกผลจากจุดที่เราสามารถเดินทางมาถึงไปเรื่อยๆด้วยความเคยชินก็อาจทำให้เรามีสภาพไม่ต่างจากกบในหม้อที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกเร่งไฟให้น้ำร้อนขึ้นอย่างช้าๆ
ถ้าคุณเคยชินและพอใจในหน้าที่การงานที่มีอยู่โดยไม่สนใจที่จะหาทักษะใหม่ๆมาช่วยพัฒนาให้คุณมีความสามารถมากขึ้น วันหนึ่งคุณก็จะถูกรุ่นน้องแซงขึ้นหน้าไปโดยไม่รู้ตัว หรือร้ายกว่านั้นรุ่นน้องอาจได้เข้ามาทำหน้าที่แทนคุณเนื่องจากมีความสามารถที่หลากหลายกว่า
ถ้าคุณเคยชินและพอใจกับความมั่งคั่งที่สะสมมาได้ โดยไม่สนใจที่จะหาวิธีการสะสมความมั่งคั่งแบบใหม่ที่สอดคล้องกับความเปลี่ยนไปของโลก วันหนึ่งความมั่งคั่งอาจเริ่มหดหายไปและสร้างขึ้นมาได้ยากยิ่งกว่าเดิม
ถ้าคุณเคยชินกับใครบางคนที่ใช้ชีวิตอยู่เคียงข้างกันโดยไม่สนใจที่จะเติมความรัก ความใส่ใจให้แก่กันอยู่เสมอ วันหนึ่งความเคยชิน ก็จะกลายเป็นความชาชินและกัดกร่อนความรักความสัมพันธ์ให้ขาดสะบั้นลงในที่สุด
“ความสบายจะฆ่าเรา” ผมมักคิดถึงคำพูดของใครบางคนที่เคยกระตุกให้ลุกพรวดขึ้นมาหลังปล่อยตัวปล่อยใจให้เรื่อยเปื่อยไปกับช่วงชีวิตที่เริ่มสร้างความ “สบาย” ให้กับตัวเอง
จำได้ว่าหลังถูกกระตุกแรงๆครั้งนั้น ผมก็เริ่มสำรวจตัวเองและพบว่า อะไรหลายๆอย่างที่เคยทำให้การก้าวย่างไปข้างหน้าเปี่ยมล้นไปด้วยพลัง หดหายไปอย่างน่ากลัว และต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะเรียกสิ่งที่หายไปให้กลับคืนมาได้
วินาทีนั้นผมรู้สึกราวกับกบในหม้อที่เริ่มถูกน้ำร้อนลวกขาสุกไปข้างหนึ่งจนอาจจะกระโดดไม่ได้อย่างรวดเร็วอีกต่อไป
ผมคิดว่าชีวิตคนเรานั้นเลี่ยงไม่ได้ที่จะเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง และยิ่งในโลกที่ถูกปั่นให้หมุนเร็วขึ้นด้วยเทคโนโลยีสารพัดชนิดก็ยิ่งทำให้ความเปลี่ยนแปลงแวะมาหาเราบ่อยครั้งมากขึ้น
หากพยายามรู้ตัวและฝึกปรือให้มีความพร้อมอยู่เสมอ โดยไม่ปล่อยให้ความเคยชินครอบงำจนมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่อยู่ตรงหน้า
อย่างน้อยเมื่อไฟถูกเร่งให้น้ำร้อนขึ้น กบอย่างเราก็จะกระโดดออกจากหม้อทันก่อนที่จะสายเกินไป







