
มนต์เสน่ห์..มัณฑะเลย์
จากข้อมูลทางประวัติศาสตร์ระบุว่าชาวเมียนมาร์ได้อพยพลงมาจากบริเวณที่เป็นพรมแดนระหว่างจีนและทิเบตเข้าสู่ดินแดนลุ่มน้ำอิรวดี
โดย...ทีมงานโลก 360 องศา
จากข้อมูลทางประวัติศาสตร์ระบุว่าชาวเมียนมาร์ได้อพยพลงมาจากบริเวณที่เป็นพรมแดนระหว่างจีนและทิเบตเข้าสู่ดินแดนลุ่มน้ำอิรวดี และชนชาติแรกที่สามารถสร้างอารยธรรมขึ้นเป็นเอกลักษณ์ของตนได้ก็คือชาวมอญซึ่งได้สถาปนาอาณาจักรสุวรรณภูมิขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 2 ต่อมาอารยธรรมของชาวมอญได้มีอิทธิพลเป็นอย่างมากในดินแดนแถบนี้
การเข้ามาของพุทธศาสนาจากประเทศอินเดียได้นำเอาวัฒนธรรมต่างๆ เข้ามาด้วย และชาวมอญก็ได้รับมาผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของตัวเองจนกลายมาเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน และแม้ว่าประเทศเมียนมาร์ในยุคปัจจุบัน จะพัฒนาจนมีความเจริญที่เป็นผลมาจากการปฏิรูปการปกครอง และเปิดรับชาวต่างชาติมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปก็คือวัฒนธรรมของชาวเมียนมาร์ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือการแต่งกาย ที่ยังคงนิยมนุ่งลองยีและรองเท้าแตะ แม้ว่าจะมีเสื้อผ้าทันสมัยจำพวก กระโปรง กางเกงให้เลือกซื้อหาได้ในราคาที่ไม่แพงนัก
และอีกสิ่งหนึ่งเอกลักษณ์ที่ยังคงเป็นภาพตัวแทนสาวเมียนมาร์ในทุกยุคทุกสมัย นั่นก็คือ ใบหน้านวลเนียนไปด้วยแป้งทานาค่า ซึ่งชาวเมียนมาร์ส่วนใหญ่ยังคงใช้แต่งแต้มใบหน้าอยู่จนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าจะเริ่มมีเครื่องสำอางทันสมัยเป็นทางเลือก แต่สาวเมียนมาร์ส่วนใหญ่ก็ยังคงภักดีกับ ทานาค่า อยู่เช่นเดิม
ทานาค่าเป็นผงที่เกิดจากการฝนเปลือกไม้ชนิดหนึ่งที่เรียกว่าต้นทานาค่า ซึ่งปลูกกันมากแถบพุกามและมัณฑะเลย์ ดังนั้น มัณฑะเลย์จึงเป็นแหล่งค้าส่งทานาค่าที่สำคัญของเมียนมาร์ และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่นี่ ก็มักจะไม่พลาดที่จะซื้อหาติดไม้ติดมือกลับไป
นอกจากทานาค่าแล้วก็ยังมีเครื่องเงินที่มีชื่อเสียง เนื่องจากแร่เงินที่อุดมสมบูรณ์ในอดีต และฝีมือช่างที่สั่งสมและถ่ายทอดกันมาหลายต่อหลายรุ่นถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีเครื่องมือสมัยใหม่ไว้ช่วยทุ่นแรง แต่เครื่องเงินของเมียนมาร์ก็ยังได้รับความนิยมอยู่ เพราะเสน่ห์ของงานทำมือ ยังคงสร้างคุณค่าและมูลค่าให้กับสินค้าอยู่เสมอ ซึ่งการอุดหนุนของลูกค้า นอกจากจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวเมียนมาร์แล้ว ยังเป็นการช่วยอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้ด้วย
อันที่จริงแล้ว สินค้าของฝากนักท่องเที่ยว อย่างเช่น เครื่องเงินหรือทานาค่า อาจไม่ใช่องค์ประกอบหลักที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่เป็นสถาปัตยกรรมอันงดงามที่ประกอบเข้ากับวิถีที่เป็นเอกลักษณ์ต่างหาก ที่คอยสร้างเสน่ห์ให้กับเมียนมาร์ และเป็นแรงดึงดูดหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกอยากเดินทางเข้ามาชม
มัณฑะเลย์มีจุดขายทางด้านวัฒนธรรมที่โดดเด่นกว่าเมืองอื่นๆ ของเมียนมาร์ ด้วยศักดิ์ศรีความเป็นอดีตราชธานี และศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาที่รุ่งเรืองที่สุดในประวัติศาสตร์เมียนมาร์ จึงทำให้มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และศาสนสถานอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็น พระราชวังมัณฑะเลย์ ที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าและตำนาน วัดมหามัยมุนี ที่มีพระพุทธรูปที่ยังมีลมหายใจ หรือจะเป็น มันฑะเลย์ฮิลล์ ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งมัณฑะเลย์ ฯลฯ ซึ่งแต่ละสถานที่ที่ยกตัวอย่างมานั้น ล้วนมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานเป็นร้อยปี และเป็นที่รู้จักกันมากของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
แต่มนต์เสน่ห์ และความน่าสนใจของสถานที่ท่องเที่ยวในมัณฑะเลย์ ไม่ได้ถูกจำกัดแค่ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานเท่านั้น สถานที่ซึ่งมีชีวิตชีวา และมีภาพวิถีชีวิตที่หาชมได้ยาก ก็เป็นจุดขายสำหรับการท่องเที่ยวได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น สะพานไม้สักอุเบ็ง ที่ทอดข้ามทะเลสาบตองตะมาน ซึ่งจะปรากฏภาพของวิถีชีวิตหลากรูปแบบของชาวเมียนมาร์ ซึ่งรวมกันเป็นองค์ประกอบที่มีเสน่ห์ไปอีกแบบ
นักท่องเที่ยวเกือบทุกคน ที่ได้มาเห็นภาพสะพานไม้สักเก่าๆ กับวิถีธรรมดาๆ ของชาวบ้านโดยรอบ ต่างต้องหลงเสน่ห์กันไปตามๆกัน ดังนั้น เราจึงมักจะเห็นภาพถ่ายของสะพานไม้สักอุเบงปรากฏอยู่ทั่วไปทั้งในเว็บไซต์ของคนไทย และชาวต่างชาติ
และแม้ว่าบ้านเมืองจะพัฒนาไปมาก แต่เราก็ไม่ได้เห็น คอฟฟี่ช็อป หรือร้านอาหาร ฟาสต์ฟู้ด ในมัณฑะเลย์ ซึ่งในสายตาของนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนอย่างพวกเรา เรากลับมองว่าเป็นเรื่องดี เพราะหากสิ่งเหล่านั้นเข้ามาแทนที่ร้านน้ำชาแบบดั้งเดิม คงทำให้เสน่ห์ยามเช้าของมัณฑะเลย์ต้องหดหายไป ซึ่งทุกวันนี้ นักท่องเที่ยวสามารถแวะเวียนมานั่งจิบน้ำชา หรือกาแฟยามเช้า เพื่อดูวิถีชีวิตของชาวบ้าน เห็นภาพพระเณรเดินบิณฑบาตร เห็นชาวบ้านปั่นจักรยานไปทำงาน และเห็นเพื่อนฝูงมานั่งคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันทุกๆ เช้า
แม้ว่าปัจจุบันนี้คนเมียนมาร์ จะมีโทรศัพท์มือถือ มีอินเตอร์เน็ตใช้ และสามารถรับชมโทรทัศน์ได้โดยตรงผ่านดาวเทียม แต่ร้านน้ำชายังคงคึกคักเหมือนเดิม มีทั้งคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่มารวมตัวกัน พูดคุยเรื่องสัพเพเหระ ทำให้ยังคงบรรยากาศสุดคลาสสิกของมัณฑะเลย์ไว้ได้
นับตั้งแต่การเปิดประเทศนั้นอาจทำให้เมืองมัณฑะเลย์มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วในทุกๆ ด้าน คนรุ่นใหม่มีโอกาสสัมผัสเทคโนโลยีทันสมัยได้รู้จักความเป็นตะวันตกมากขึ้น แต่ด้วยวิถีชีวิตที่มีลักษณะเฉพาะตัว และรากฐานทางวัฒนธรรมที่แข็งแรง ทำให้สังคมเมียนมาร์ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก ซึ่งก็จะเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวในระยะยาว
ภาพวิถีชีวิตปกติ ในสถานธรรมดาๆ ของมัณฑะเลย์ ยังคงประกอบกันออกมาเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจเสมอ ซึ่งเราได้เก็บภาพเคลื่อนไหวเอามาฝากกันในรายการสารคดี โลก 360 องศา คืนนี้ เวลา 21:30 – 22:00 น. ทาง ททบ. 5 หรือติดตามชมรายการย้อนหลังได้ที่ www.plat360.com







