
ปฏิรูปสังคมไทย ตอน 1
เรื่อง : ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันมุตตยาลัย
สังคมไทยติดอยู่ในวังวนของความขัดแย้งอย่างต่อเนื่องและยาวนานเป็นเวลาเกือบห้าปีล่วงมาแล้ว โดยที่ความขัดแย้งนั้นแรกเริ่มเกิดขึ้นจากการเมือง จากนั้นจึงขยายตัวเป็นความขัดแย้งทางสังคม เศรษฐกิจ ศาสนา และในที่สุดก็นำพาสังคมไทยมาสู่ก้นเหวของความเสื่อมอย่างถึงที่สุด
ท่ามกลางวิกฤตที่สุดในโลกนี้ ยังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่ยังไม่รู้สึกตัว ยังคงพยายามซ้ำเติมความขัดแย้งนั้นให้หนักหน่วงรุนแรง กินลึกลงไปจนถึงไขกระดูกของสังคมไทยอย่างน่าวิตกเป็นอย่างยิ่ง ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถเยียวยาวิกฤตสังคมไทยอันหนักหนาสาหัสในครั้งนี้ให้สามารถฟื้นคืนกลับมาได้อีก นี่เป็นโจทย์ที่เราคนไทยทุกภาคส่วนควรจะต้องร่วมกันพิจารณาหาทางออก โดยเราควรจะก้าวข้ามอดีตนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร ไป และควรจะมองเลยไปโดยไม่มาติดกับดักความขัดแย้งรุนแรงเฉพาะหน้า ซึ่งพัฒนาตนเองกลายเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองอยู่ในเวลานี้
ปัญหาของสังคมไทยเวลานี้นั้น ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้นที่เป็นเรื่องหนักหนาสาหัส แท้ที่จริงปัญหาซึ่งเป็นดั่งภูเขาน้ำแข็งซึ่งจมอยู่ภายใต้ธารน้ำแข็งนั้นต่างหากเป็นเรื่องน่ากลัวยิ่งกว่า แต่ปัญหาเช่นนี้คนส่วนใหญ่มักมองไม่เห็น และนั่นเป็นเหตุให้เราพยายามใช้เวลาทั้งหมดมาง่วนอยู่กับการแก้ปัญหาในระดับปรากฏการณ์ จริงอยู่ปัญหาระดับปรากฏการณ์คือความขัดแย้งทางการเมืองและการเผชิญหน้ากันระหว่างผู้ชุมนุมกับรัฐบาลก็เป็นเรื่องที่ควรแก้ไข ไม่ควรปล่อยให้ยืดเยื้อเรื้อรังออกไป เพราะรังแต่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติบ้านเมืองในทุกๆ ทาง แต่ในเรื่องนี้นั้นเป็นเรื่องที่แก้ง่าย ขออย่างเดียวให้เราอย่าใช้ความรุนแรงเป็นทางออกในที่สุดก็จะสามารถค้นพบการแก้ปัญหาในระดับปรากฏการณ์ได้ แต่ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่รอเราอยู่ข้างหน้าก็คือปัญหาระดับรากเหง้าของปัญหา หรือปัญหาที่เป็นเหตุของปัญหาอีกทีหนึ่งต่างหากเป็นเรื่องที่ต้องการการระดมกำลังทางปัญญาของคนไทยทั้งชาติมาร่วมกันคิดพิจารณาเพื่อหาทางออกอย่างยั่งยืนร่วมกัน
โดยที่หากเราจะทำเช่นนั้นได้ คนไทยทุกภาคส่วนจะต้องก้าวข้ามลัทธินิยมอุดมการณ์ทางการเมือง ก้าวข้ามสีเสื้อทางการเมือง ก้าวข้ามผลประโยชน์ทางการเมือง ก้าวข้ามค่ายที่เราสังกัดอยู่ทางการเมือง ทางศาสนา และทางผลประโยชน์ให้ได้เสียก่อน เมื่อเราก้าวข้ามผลประโยชน์ปลีกย่อยตลอดจนถึงลัทธินิยมอุดมการณ์ซึ่งเป็นสิ่งสมมติต่างๆ ทั้งหลายไปได้แล้ว เราก็จะเห็นความจริงที่เปิดเผยตัวมันเองและรอให้เราคนไทยเข้ามาร่วมกันแก้ไขให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดไป อะไรที่เป็นปัญหาซึ่งเป็นทุกขศาสตร์ทางสังคม ที่รอให้คนไทยเราร่วมกันแก้ไขในเวลานี้ ตอบอย่างหยาบๆ ได้ว่า
ประการที่หนึ่ง ปัญหาทางการเมืองที่ยังไม่สามารถเป็นประชาธิปไตยเต็มใบนับแต่เราเริ่มยอมรับเอาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมาเป็นระบอบการเมืองกระแสหลักของประเทศ ตั้งแต่ พ.ศ. 2475 มาจนบัดนี้ คงต้องยอมรับว่าการเมืองไทยนั้นล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอด และมาล้มลุกคลุกคลานหนักหนาสาหัสที่สุดก็ในทศวรรษที่ผ่านมาที่ประชาธิปไตยถูกแปรรูปถูกปรับโฉมหน้าให้กลายเป็นธนาธิปไตย ในที่สุดก็กัดกินตัวเอง รวมทั้งสังคมไทยจนล้มครืนลงมาอย่างที่เห็นประชาธิปไตยที่เนื้อในเป็นธนาธิปไตยเช่นนี้ เราอาจจะเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยฟองสบู่ ซึ่งฟู่ฟ่าชั่วครั้งชั่วคราว และในที่สุดก็ต้องระเบิดออกมาจนได้ในวันใดวันหนึ่ง ซึ่งเวลานี้ฟองสบู่ของประชาธิปไตยนั้นก็ระเบิดตูมออกมา และเราคนไทยก็ได้รับผลกระทบอย่างถ้วนหน้า ปัญหาทางการเมืองคือประชาธิปไตยที่ยังไม่เต็มใบเช่นนี้เป็นปัญหาใหญ่ประการที่หนึ่งที่จะต้องร่วมกันแก้ไข
ประการที่สอง ปัญหาทางสังคม คือการจัดสรรทรัพยากรที่ยังไม่เป็นธรรม ก่อให้เกิดภาวะรวยกระจุกจนกระจายช่องว่างรายได้ระหว่างชนชั้นนำในเมืองกับชนชั้นรากหญ้าในชนบทนั้นห่างกันอย่างลิบลับ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่น่าหวั่นเกรงว่าหากไม่มีการบริหารจัดการที่ดีก็มีโอกาสมากที่จะเกิดสงครามแย่งชิงทรัพยากรขึ้นในสังคมไทย
ประการที่สาม ปัญหาเรื่องค่านิยมในสังคมไทย ที่ในรอบหลายปีมานี้คนไทยมีค่านิยมวิปริต เช่น ถือว่าคนดีคนที่มีศีลธรรมกลายเป็นคนที่เร่อร่า ล้าสมัย เป็นคนเชย เป็นไดโนเสาร์ ถือว่าคอร์รัปชันนั้นเป็นสิ่งที่ใครๆ เขาก็ทำกัน ถึงขั้นที่ผลิตวาทกรรมออกมาหลอกลวงคนไทยด้วยกันเองว่าโกงก็ได้แต่ขอให้แบ่งกัน นี่เป็นทัศนคติอันตรายมากที่แผ่ครอบงำสังคมไทย และในที่สุดก็ทำให้คอร์รัปชันเป็นเรื่องธรรมดา ที่สามารถพูดได้ว่าแทบทุกวงการล้วนมีคอร์รัปชันเป็นมะเร็งที่กัดกินไปจนถึงรากเหง้า ถ้าเราไม่สามารถแก้ทัศนคติอันตรายที่กล่าวมานี้ได้ สังคมไทยก็จะกลายเป็นสังคมที่ติดอยู่ในเขาวงกตของค่านิยมคอร์รัปชันไม่จบไม่สิ้น คอร์รัปชันนี้เองได้กัดกินการเมืองไทย กัดกินสังคมไทย กัดกินเศรษฐกิจไทย กัดกินเกียรติภูมิของประเทศไทยอย่างยากที่จะเรียกคืนได้กลับมาดังเดิมอีก
ยังมีอีก 4 ประการ ที่เราจะมาว่ากันในสัปดาห์หน้า







