
ฮอกไกโดตะวันออก : คุชิโรและพื้นที่ชุ่มน้ำมาชู
พื้นที่เที่ยวบนเกาะฮอกไกโดไม่ใช่มีแต่เพียงการไปดูการแกะสลักน้ำแข็งและทุ่งลาเวนเดอร์เท่านั้น แต่ยังมีทะเลสาบคุชิโร ทะเลสาบมาชู เมืองมาชู
โดย...จำลอง บุญสอง
พื้นที่เที่ยวบนเกาะฮอกไกโดไม่ใช่มีแต่เพียงการไปดูการแกะสลักน้ำแข็งและทุ่งลาเวนเดอร์เท่านั้น แต่ยังมีทะเลสาบคุชิโร ทะเลสาบมาชู เมืองมาชู และพื้นที่ชุ่มน้ำมาชูซึ่งใหญ่ที่สุดในจำนวนพื้นที่ชุ่มน้ำของญี่ปุ่นอีกด้วย
ผมกับน้องแจงจากเดอะเนชั่นได้รับเชิญจากการท่องเที่ยวของเมืองอะคังและคุชิโรให้มาเยือนที่นั่นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ไปเที่ยวชมซากุระที่โอซากาตามคำเชิญของเมืองนั้นเรียบร้อยแล้ว การเชิญครั้งนี้เป็นการเชิญให้เราไปท่องเที่ยวแบบ 2 ฤดู คือ ฤดูใบไม้ผลิของโอซากาซึ่งเป็นเขตอบอุ่นกับปลายฤดูหนาวของเมืองมาชูและอาคัง ซึ่งภูมิอากาศอยู่ในเขตขั้วโลกเหนือ
เรื่องซากุระเอาไว้ก่อน เพราะเข้าใจว่ามีคนเขียนมาเยอะแล้ว มีคนไปท่องเที่ยวมาก ผมจึงขออนุญาตเขียนเรื่องราวของพื้นที่ชุ่มน้ำคุชิโร ทะเลสาบมาชู (บนอุทยานแห่งชาติอาคัง) และเมืองมาชูแทน
เมืองมาชูอยู่ตะวันออกสุดของเกาะฮอกไกโดครับ เคยเป็นที่ที่จับสัตว์ทะเลได้มากที่สุดของญี่ปุ่นมาก่อน แต่เดี๋ยวนี้เสียแชมป์ให้เมืองใดไปแล้วไม่ทราบ ที่นั่นมีคนอยู่บวกลบ 1 ล้านคนครับ เพราะฮอกไกโดตะวันออกหนาวเหลือเกิน ตอนช่วงหน้าหนาวติดลบมากถึงลบ 20 ถึงลบ 30 องศาทีเดียว การที่ “น้ำเป็นน้ำแข็ง” และความหนาวเย็นจับขั้วหัวใจจึงเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่นั่น แต่ถ้าให้คนไทยไปเที่ยวกันช่วงนั้นก็คงอยู่กันอย่างไม่เป็นสุข แต่ถ้าอยากจะไปเที่ยวให้เป็นสุขก็ต้องไปช่วงนี้ไปจนถึงเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นฤดูใบไม้ผลิของที่นั่น เราจะเห็นทั้งดอกไม้ ความเขียวของต้นไม้ และธรรมชาติที่งดงามไม่แพ้ที่ใดในโลก
และเนื่องจากเป็นเมืองชนบท เป็นแหล่งปศุสัตว์และประมง และเป็นอุทยานแห่งชาติทำให้ผู้คนที่นี่มีอัธยาศัยใจคอดีเหมือนคนอยู่ในภาคเกษตรทั่วโลก แม้ว่าขาหนึ่งจะอยู่ในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่จ้องจะเก็บเกี่ยวเงินทองของผู้คนเหมือนทั่วๆ ไปในโลก แต่จิตใจของผู้คนที่นั่นก็ยังงดงาม เพราะวิถีชีวิตยังไม่บีบรัดเหมือนคนในเมืองใหญ่
เราได้ไปเยือนทะเลสาบคุชิโร อาคัง และมาชู ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ทะเลสาบมาชูเกิดจากน้ำแข็งละลายลงในปากปล่องภูเขาไฟที่ระเบิดเมื่อ 3,000-5,000 ปีที่ผ่านมา เห็นแล้วทำให้นึกถึงปากปล่องภูเขาไฟที่อินโดนีเซียที่ผมขอรูปจากคุณสุเทพ พวงมะโหด เพื่อนชมรมท่องเที่ยวอาเชียน มาให้ดูเปรียบเทียบนี่แหละ
ทะเลสาบ Panketo Penketo และ Kushharo ด้วย นี่ไม่นับทะเลสาบเล็กๆ อีกมากมายบนเทือกเขาในแถบนี้ก็เกิดขึ้นจากเหตุเดียวกันครับ
แม้ว่าภูเขาไฟจะไม่สำแดงเดชในช่วงนี้ แต่ก็มันยังไม่สงบ เพราะใต้ดินยังอวลไปด้วยการคุโชนของลาวาจำนวนมหาศาล ด้วยเหตุดังกล่าวจึงทำให้ดินแดนแถบนี้อุดมไปด้วยความร้อนและกำมะถัน เมื่อหิมะตกลงมาและละลายลงไปตามร่องรูของแผ่นดิน น้ำเย็นก็กลายเป็นน้ำร้อนแล้วถูกดันขึ้นมาบนผืนโลกเหมือนบ่อน้ำร้อนที่ฝาง ระนอง กาญจนบุรี กระบี่ อินโดนีเซีย หรือที่อื่นๆ ใดในโลก เช่นเดียวกับ “กำมะถัน”
น้ำร้อนที่เขาเอามาแช่ตัว เอามาอาบที่เรียกกันว่าออนเซน ก็มาจากน้ำร้อนใต้พิภพนั่นเอง บางแห่งเมืองทั้งเมืองใช้น้ำที่ผุดขึ้นมาจากแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติทั้งเมือง ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าแหล่งน้ำทิ้งจึงมีคราบกำมะถันเหลืองอยู่ที่ปลายท่อ กำมะถันอุทยานแห่งชาติคาวาอิเจนที่อินโดนีเซีย ที่ถูกความร้อนดันขึ้นมาก็เช่นเดียวกัน
ทั้งน้ำร้อนออนเซนและกำมะถันที่ถูกดันขึ้นมาไม่ใช่มีเพียงเมืองนี้เมืองเดียวนะครับ แถบฮอกไกโดมีอยู่หลากหลายทีเดียว
จะว่าโชคร้ายหรือโชคดีก็ได้ที่เราไปแล้วเจอหิมะตก เพราะหลังจากนั้นอีกวันแดดก็ดี แดดดีทำให้เราสามารถถ่ายรูปเมืองที่เพิ่งฟื้นจากการหลับใหลของฤดูหนาวได้สวยพอควร
เขาให้เราไปดูการท่องเที่ยวฟาร์มโคนม ไปดูการแสดงของชนเผ่าไอนุ และอื่นๆ อีกมากมาย แต่เพื่อที่จะให้ท่านผู้อ่านได้ดูรูปมากๆ ผมขออนุญาตเล่าแต่เรื่องการนั่งเรือชมธรรมชาติของเขตพื้นที่ชุ่มน้ำมาชู ส่วนทะเลสาบอาคัง ล่องเรือตัดน้ำแข็ง ชมการแสดงของชนเผ่าดั้งเดิมของญี่ปุ่น (ไอนุ) และอื่นๆ เอาไว้วันหลังนะครับ
เขตพื้นที่ชุ่มน้ำมาชูนั้นถือได้ว่าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ผู้คนจะเดินทางไปเที่ยวชมและศึกษาหาความรู้ของที่นั่นได้ก็ต้องไปติดต่อเจ้าหน้าที่ เขาจะมีเรือพาเราไปชมตามลำน้ำอาชู แต่ก่อนจะเดินทางต้องฟังการบรรยายของเขาเกี่ยวกับวิธีการนั่งเรือ พายเรือ (แบบเดียวกับการล่องแก่งบ้านเรานั่นแหละ) แต่ที่นั่นเขาให้เราใส่รองเท้ากันน้ำก่อน ล่องไปก็จะเห็นทั้งนก ป่าไม้ธรรมชาติ กวาง เป็ด และนกน้ำหลากหลายชนิด แม้ระหว่างทางเราจะเห็นนกกระสาและนกกระเรียนบินผ่านเราไป แต่ที่พื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้เราไม่เจอนกกระเรียนเลย แต่ดูรูปที่มันเริงระบำอยู่บนแม่น้ำที่เป็นน้ำแข็งแล้วอยากมาถ่ายรูปแบบนั้นมาก แต่กลัวว่าจะหนาวตายเสียก่อน
ตลาดสดในเมืองเป็นที่ที่น่าสนใจสำหรับคนชอบเที่ยวตลาดแบบผม ที่นั่นนอกจากอาหารทะเล ผัก ผลไม้จะสดทั้งตลาด (เพราะอากาศไม่ร้อนจนของเหี่ยวหรือเสียง่ายแบบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) แล้วที่นั่นยังมีวิธีการกินอาหารที่น่าสนใจด้วย เช่น ไปหาซื้อข้าวสวยแล้วไปชี้เอาปลาดิบ กุ้งดิบ ปูดิบที่เขาวางขายอยู่บนช่องฟรีซได้ ราคาก็แล้วแต่มูลค่าของอาหารแต่ละชิ้น ปลาวาฬก็อาจจะแพงหน่อย อะไรทำนองนั้น
ใครอยากกินแพงๆ ก็เข้าร้านปิ้งย่างได้ จะสั่งปูยักษ์ ปูขน หรือปูอื่นๆ ก็มีให้สั่งได้มากมาย ปลาไม่ต้องห่วง มีทั้งปลาทะเลอย่างปลาแซลมอนและปลาชนิดอื่นๆ มากมาย หอยตัวโตๆ กินแล้วหวานหนึบๆ อยู่ในปาก มีให้เลือกเยอะ เนื้อโคก็สุดยอด ผักสดกินแล้วไม่ต้องกลัวสารตกค้างแบบผักในประเทศเรา เพราะความหนาวทำให้โรคแมลงของที่นั่นมีน้อย ผมกินผักสดๆก่อนกินข้าวทุกวัน ร่างกายก็เลยไม่อ้วนไปด้วยแป้งและไขมันเหมือนอยู่ในเมืองไทย
ใครอยากไปเที่ยวเกาะฮอกไกโด โดยเฉพาะที่เมืองมาชูและพื้นที่ชุ่มน้ำมาชูรวมไปถึงทะเลสาบอาคัง อุทยานแห่งชาติอาคังติดต่อได้ที่การท่องเที่ยวญี่ปุ่นในประเทศไทย 02-261-3525-6 หรือที่ [email protected]
บรรยายภาพ
1.1.ทะเลสาบมาชู สมัยก่อนใสขนาดที่ว่าสามารถมองได้ลึกถึง 41 เมตร แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 13-14 เมตรเท่านั้น
1.1.1.ภาพเปรียบเทียบทะเลสาบในอินโดนีเซียที่เกิดจากภูเขาไฟเหมือนกัน
1.2.ภาพแสดงการเกิดทะเลสาบมาชูจากการระเบิดของภูเขาไฟ
1.3.เดินรอบทะเลสาบมาชูเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติชื่นชอบ เพราะวิวทะเลสาบสวย ทำให้เดินไปอย่างเพลิดเพลิน
1.4.ในฤดูที่ยังมีหิมะ ผู้เดินจะต้องใส่รองเท้าเดินหิมะ และต้องเดินไปข้างหน้าหรือเดินเฉียง ห้ามเดินถอยหลัง เพราะจะทำให้หงายท้อง
1.5.หลังจากหิมะตกเมื่อคืนที่เราไป ทะเลสาบ Penketo และทะเลสาบ Panketo ก็มีหิมะปกคลุมขาวโพลน ดูสวยไปอีกแบบ
2.1.และ 2.2.ระหว่างเส้นทางบนอุยานแห่งชาติแถบนี้ เราสามารถเห็นทั้งกวางและหมาป่าได้ง่ายๆ ไม่รวมถึงการบินของนกกระเรียน คนในพื้นที่บอกว่าบางทีก็มีหมีสีน้ำตาลมาเดินให้เราเห็นได้ โดยเฉพาะช่วงหน้าน้ำแข็งปกคลุม
2.3.เจ้าพืชหน้าตาแบบนี้แหละที่หัวของมันสามารถอยู่ใต้น้ำแข็งได้ พอใกล้เวลาอบอุ่นมันก็แทงดอกออกมาให้เราเห็น ดอกตูมๆ สามารถเอามาต้มกินได้ ผมอยากลองเอามากินกับน้ำพริกตาแดงหรือน้ำพริกแมงดาเสียจริง
3.1.3.2.ใต้พื้นแผ่นดินของอุทยานแห่งชาติใกล้เมืองมาชูยังอวลไปด้วยความร้อนใต้พิภพ แรงดันความร้อนใต้พิภพนั่นแหละที่ดันเจ้ากำมะถันขึ้นมาบนผิวโลก บางแห่งเป็นทั้งภูเขา กลิ่นกำมะถันฟุ้งไปตามลม สภาพแบบนี้มีให้เห็นมากมายหลายแห่ง เช่น โอวาคุดานิ (ที่ต้มไข่ดำ) ใกล้ทะเลสาบ “อาชิ” สภาพเช่นนี้คล้ายกับอุทยานแห่งชาติคาวาอิเจนของชวาตะวันออก ประเทศอินโดนีเซียนั่นเอง กำมะถันนี้สามารถทำให้เกิดกรดกำมะถันที่เป็นอันตรายต่อทางเดินหายใจเราได้นะครับถ้าเราสูดเข้าไป แต่ที่ญี่ปุ่นมีลมพัดแรงตลอดเวลาจึงไม่เป็นปัญหา อย่าไปอยู่ใต้ลมก็แล้วกัน
4.ทุ่ง 900 เอเคอร์ แหล่งฟาร์มหญ้าและฟาร์มโคนมที่ดีที่สุดของเมืองมาชู
4.1.4.2.ด้วยเพราะเป็นแหล่งเลี้ยงวัวที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง ที่นี่จึงมีกิจกรรมรีดนมวัว จูงลูกวัว การทำนม การทำเนย การทำไอศกรีมโฮมเมดให้กับนักท่องเที่ยว
4.3.ฉันกำลังหื่น (พร้อมที่จะผสมพันธุ์) คือความหมายของป้ายสนุกๆ ที่มีขายในร้านของฟาร์มแห่งหนึ่งบนทุ่ง 900
4.4.นมคุณภาพของที่นี่และบนเกาะฮอกไกโด สามารถทำไอศกรีมและช็อกโกแลตอร่อยๆ ได้มากมาย
4.5.พนักงานในร้านออกมาส่งคณะเราด้วยความนอบน้อม ความอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นคุณลักษณะพิเศษของคนญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาชินโต จนเป็น Norm ไปทั้งประเทศหาที่ไหนไม่ได้ในโลก
5.1.แปลงต้นโซบะที่ถูกหิมะปกคลุม
5.2.ร้านโซบะลุงกับป้าที่ตั้งมานานนับสิบๆ ปี กลายเป็นที่แวะเวียนของผู้คนที่เดินทางมาเที่ยวในแถบนี้
5.3.เวลากินโซบะ หรืออูด้ง หรือก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ ไม่ว่าจะเป็นเกาหลี ญี่ปุ่น หรือที่ไหนในโลก เขาสูดกันเสียงดังกันทั้งนั้นเพื่อลดความร้อน ส่วนประเทศไทยใครสูดดังกันแบบนั้นถูกมองอย่างเหยียดหยามว่าเป็นพวกไม่มีมารยาท
6.1.6.2.ความร้อนใต้ผืนพิภพท้องทะเลสาบคุชิโร ทำให้น้ำที่อยู่ตามขอบทะเลสาบอบอุ่น เป็นแหล่งหากินของห่านและสัตว์ป่าอื่นๆ
6.3.เจ้าของร้านริมทะเลสาบหัวใส ขุดดินในร้านลึกลงไป 5 เมตร ก็ได้น้ำอุ่นใสสะอาดมาให้คนที่มาซื้อของในร้านได้ดื่มกินฟรีๆ
7.1.เรือแบบนี้แหละที่มีบริการให้นักท่องเที่ยวล่องไปบนแม่น้ำคุชิโร เพื่อเรียนรู้เรื่องพื้นที่ชุ่มน้ำที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น นอกจากเป็ดแมนดาริน นกสารพัดชนิดแล้ว ที่สำคัญคือพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่อยู่และฟักไข่ของนกกระเรียนญี่ปุ่นอีกด้วย
7.2.ก่อนล่องเรือก็ต้องรู้กฎกติกากันก่อน
7.3.7.4.เป็ดป่าและกวางป่ามีให้เห็นตามลำน้ำที่เราล่อง ภาพเช่นนี้ทำให้ผมนึกถึงบึงบอระเพ็ดที่อุดมไปด้วยนกน้ำและดอกบัวของเราขึ้นมาทันที







