
ได้เวลาเกี่ยวก้อย
...สไปเดอร์แมว
ศึกสปอนเซอร์ ไทย พรีเมียร์ ลีก เปิดฉากมาได้เกือบเดือนแล้ว แต่ยังไม่มีสัปดาห์ไหนเลยที่จะได้เตะตามโปรแกรมแบบครบทุกคู่ ส่วนสาเหตุเพราะอะไรนั้นก็คงรู้ๆ กันอยู่นะครับ เฮ้อออ
สัปดาห์นี้ก็เช่นกัน มี 1 คู่ที่ต้องเลื่อนไป คือ แบงค็อก ยูไนเต็ดบุรีรัมย์กฟภ. เหตุจากสนามไทยญี่ปุ่น ดินแดง ไม่พร้อมใช้งาน เพราะต้องใช้เป็นที่พักของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการควบคุมสถานการณ์บ้านเมือง เอ้า ช่วยกัน เฮ้อออ อีกรอบ
อย่างไรก็ตาม โปรแกรมคู่ที่เหลือก็ยังน่าสนใจ โดยเฉพาะคู่บิ๊กแมตช์คือ การท่าเรือไทย เอฟซี หวดกับ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ซึ่งเชื่อว่ายังมีแฟนบอลหลายคนติดตากับภาพเหตุอัปยศในศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก. เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา
นัดนี้จะเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองทีมจะได้มาพบกันอีกครั้ง และเป็นการฟาดแข้งในสังเวียนแข้งเดิมซะด้วย นั่นคือสนามศุภชลาศัย เนื่องจากทีมสิงห์เจ้าท่ายังติดโทษแบนห้ามเล่นในสนามเหย้า และห้ามกองเชียร์เข้าชมเป็นนัดที่ 2 จากโทษแบน 3 นัด
แม้จะไร้เสียงกองเชียร์หนุนหลัง แต่ท่าเรือจะได้
“เสือเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ คัมแบ็กกลับมายืนปลุกเร้าลูกทีมถึงขอบสนาม หลังชดใช้โทษแบนครบ 3 นัด แถม “ป๋าเชฐ”พิเชฐ มั่นคง ประธานสโมสร อัดฉีดโบนัส ชนะนัดนี้รับไปเลย 3 แสนบาทด้านทีมกิเลนผยองยังไร้เงาของกุนซือ เรเน เดอซาเยียร์ มาบงการเกมข้างสนาม เพราะเพิ่งใช้โทษแบนไป 2 นัด แต่ข่าวดีคือ
“เจ้ามุ้ย”ธีรศิลป์ แดงดา พร้อมลงยืนตัวจริงในแดนหน้า หลังหายเจ็บข้อเท้าเป็นปลิดทิ้งแล้ว ส่วน แบร์คันต์ เกิคธัน อดีตศูนย์หน้าบาเยิร์น มิวนิก ยังต้องอดใจรอ เพราะเพิ่งจะเรียกสภาพความฟิต และเตรียมลงซ้อมกับทีมชุดใหญ่อย่างเต็มตัวในวันที่ 23 เม.ย.ทั้ง 2 ทีม เพิ่งกรำศึกเอเอฟซี คัพ เมื่อกลางสัปดาห์มาทั้งคู่ ดังนั้นสภาพความสดอาจจะไม่หนีกันเท่าไร แถมเล่นในสนามเป็นกลาง เชื่อว่าเกมน่าจะสูสีแน่นอน เพราะต่างฝ่ายต่างต้องการ 3 แต้มไม่แพ้กัน
แต่สิ่งที่น่าจะสำคัญกว่าชัยชนะ นั่นคือเป็นโอกาสดีที่ทั้ง 2 ทีมจะได้รื้อฟื้นความสัมพันธ์ และช่วยกันลบภาพอันเลวร้ายที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้ทุกฝ่ายตระหนักดีแล้วว่าอะไรควร อะไรไม่ควร
เหลือสิ่งเดียวที่น่ากังวลก็คือ สถานการณ์บ้านเมืองนี่แหละ







