posttoday
วรรณกรรมไทยในทศวรรษหน้า

วรรณกรรมไทยในทศวรรษหน้า

29 เมษายน 2556

เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครบรอบ 10 ปีทั้งที จะแจกแค่รางวัลเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา มันก็ดูจะธรรมดาไปหน่อย

โดย...โจ เกียรติอาจิณ

เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครบรอบ 10 ปีทั้งที จะแจกแค่รางวัลเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา มันก็ดูจะธรรมดาไปหน่อย

ว่าแล้วเขาก็เลยจัดเสวนา คุยกันเพลินๆ ชิลๆ แต่หนักเข้มด้วยประเด็นน่าฉุกคิดถึงวงวรรณกรรมไทย โดย 2 นักเขียนเจ้าของรางวัลชนะเลิศ ประเภทนวนิยาย “ผาด พาสิกรณ์” (นามปากกาของ วิษณุฉัตร วิเศษสุวรรณภูมิ) กับ “เข็มพลอย” (นามปากกาของ ยุวดี ต้นสกุลรุ่งเรือง) ยืนพื้นเป็นแขกพิเศษ

10 ปีข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นต่อวงวรรณกรรมไทย เป็นสิ่งที่น่าขบคิดและสุดจะคาดเดา หนังสือเล่มจะล้มหายตายจาก สื่อทันสมัยกำลังจะเข้ามาแทนที่ ราคาหนังสือยังแพงระยับ นักเขียนเจ๋งยังมีน้อย วรรณกรรมไทยกับเออีซี เหล่านี้คือหัวข้อที่ถกเถียงกัน

ลายมือคือตัวตนนักเขียน

นักเขียนหญิง ผู้มีลายมือชัดเจน จากสำนวน จากลีลา จากภาษา ที่เธอฝากไว้ในนวนิยายชนะเลิศ เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 9 “โถงสีเทา” โดยเข็มพลอย

“นักเขียนแต่ละคนมีลายมือเป็นเอกลักษณ์ แต่ละคนก็ย่อมมีลายมือไม่เหมือนกัน อนาคตมันอยู่ที่ว่าคุณพร้อมจะเปลี่ยนลายมือตัวเองมั้ย จะเพื่ออะไรก็ตามแต่ หรือยังจะคงลายมือเดิมไว้ เขียนเหมือนเดิม แบบเดิม แนวเดิม แล้วถ้าจะปรับเปลี่ยนลายมือล่ะ จะปรับและจะเปลี่ยนยังไง เป็นเรื่องใหญ่พอสมควรค่ะ นักเขียนบางคนเขียนเรื่องเศร้าแล้วเจ็บ ก็ถึงเวลาที่จะต้องเขียนอะไรที่ไม่ทำให้ตัวเองเจ็บปวดหรือเปล่า เว้นแต่ว่าเขาชอบแนวนั้นและพร้อมจะเจ็บปวดกับเรื่องที่เขียน”

เพศที่ 3 กำลังมา

ไม่ใช่เพราะกระแสดีหรือฮิตติดลมบน แต่เรื่องราวเพศที่ 3 ในมุมมองของเข็มพลอยที่ตัวเธอสนใจใคร่รู้ เพราะเป็นสิ่งที่เห็นและมีอยู่ในสังคมไทย เธอจึงอยากหยิบเรื่องราวของคนกลุ่มนี้มาเล่าผ่านตัวอักษรในแบบฉบับของเธอ

“มันเป็นเรื่องใกล้ตัวนะคะ แล้วก็เห็นเป็นปกติ เพียงแต่ยังไม่มีใครกล้าเขียน กล้าเล่า กล้าเปิดเผยตัวตนคนเพศที่ 3 ออกมาอย่างจริงจังในรูปแบบนวนิยายที่เข้าถึงตัวตนและเข้าใจคนกลุ่มนี้ หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องน่ารังเกียจ แต่ดิฉันไม่คิดอย่างงั้น ยิ่งการเป็นนักเขียนมันท้าทายนะคะ ว่าจะเขียนยังไงให้ออกมาแล้วไม่น่ารังเกียจ

ลองอ่านก่อนซื้อ

นักเขียนไฟแรง ผู้มากับการนำเสนอทันสมัย น่าสนใจ น่าจับจ้อง และน่าอ่าน วัดได้จาก “เสือเพลินกรง” ชนะเลิศประเภทนิยาย เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 7 มองเห็นเทรนด์การขาย โดยปล่อยงานเขียนออกมาให้ลองอ่านก่อน ถ้าชอบก็ค่อยสั่งซื้อ

“เขาเรียกว่า พรินต์ ออน ดีมานด์ ชอบแล้วค่อยซื้อ ผมว่าเป็นแง่มุมที่น่าตื่นเต้นดีนะครับ ที่ต่างประเทศมีละ แต่เมืองไทยยังไม่มี ก็เป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังจะมา และผมก็ว่าน่าจะทำให้คนอ่านเจอกับสิ่งที่ตัวเองอยากอ่านจริงๆ ไม่ต้องคลำทางหาว่าที่ซื้อมาทั้งเล่มน่ะ มันจะดีหรือเปล่า”

รักๆ ใคร่ๆ เนเวอร์ดาย

ในฐานะนักเขียนนวนิยายแนวดราม่าโรแมนซ์ เข็มพลอยก็ยังเดาใจคนอ่านคนไทยว่าเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ยังจะได้รับความนิยม แต่คงไม่ใช่รักๆ ใคร่ๆ แบบผิวเผิน

“ต้องมองยาวๆ ค่ะว่าอีก 10 ปีข้างหน้าใครคือกลุ่มนักอ่าน ประเด็นนี้เดายากมากค่ะ แต่ดิฉันก็ยังเชื่อมั่นว่างานเขียนแนวรักๆ ใคร่ๆ ก็ยังจะขายได้ แต่ต้องเป็นอะไรที่เข้มข้น ไม่ซ้ำเดิม แม้จะเป็นเรื่องเดิม แต่ต้องมีรายละเอียดที่เข้มขึ้น จะเผินๆ ไม่ได้ละ จริงอยู่แม่บ้านอาจจะเป็นกลุ่มใหญ่ที่อ่านแนวนี้ แต่อย่าลืมว่าก็คงไม่มีแม่บ้านคนไหนมานั่งอ่านอะไรเดิมๆ ซ้ำๆ หรอกค่ะ”

ชอบเรื่องไหนก็เขียนเรื่องนั้น

ถามถึงงานเขียนล่าสุดที่กำลังจรดปลายปากกา ผาดเล่าว่า กำลังเขียนเรื่องคนในเมืองใหญ่ เล่นกับความเหงา เพราะส่วนตัวชอบเล่าเรื่องคน ชอบเล่าชีวิตมนุษย์

“บ้านเรายังมีข้อจำกัดครับที่จะไปแตะเรื่องนั้นเรื่องนี้ได้อย่างมีอิสระ อย่างผมชอบเรื่องมนุษย์ ชอบสังคม ก็เลยต้องเขียนเรื่องมนุษย์ เรื่องสังคม เรื่องไหนที่สนใจแต่แตะไม่ได้ ผมก็คงไม่เขียนหรอกครับ หรือผมอยากจะเขียนเรื่องการเมือง วิจารณ์การเมือง แต่ต้องให้นักการเมืองตรวจทานงานเขียน ผมก็เลี่ยงที่จะไม่เขียน เพราะมันเริ่มไม่สนุกละ สู้เขียนเรื่องที่สามารถเขียนและวิจารณ์ได้เต็มที่ดีกว่าครับ”


สื่อไอที มาแรงส์!!! แต่ไม่น่าเชื่อถือ

ส่วนตัวเข็มพลอยยอมรับว่าเธอไม่ใช่นักอ่านในโลกไอที แต่มีโอกาสสัมผัสบ้าง ฉะนั้นเธอค่อนข้างมั่นใจว่าสื่อไอทีหรือตัวอักษรในโลกออนไลน์ได้แค่ความไว

“เท่าที่ดิฉันเคยอ่านนะคะ นิยายออนไลน์ พล็อตน่าสนใจ ไว ทันสมัย แต่ยังขาดความละเอียด ความน่าเชื่อถือ สำคัญคือขาดความเป็นมืออาชีพ แต่ดิฉันขอฟันธงในงานเขียนที่อ่านมานะคะ ยังไม่กล้าฟันธงคนที่เขียนดีๆ ซึ่งก็ยังไม่เจอ ดิฉันยังเชื่อว่าการทำงานที่มีบรรณาธิการคอยตรวจทานจะช่วยให้ขัดเกลาให้เกิดงานเขียนดีๆ ได้ เพราะนักเขียนไม่มีทางรู้หรอกว่าตัวเองเขียนห่วย เขียนดี ขาด หรือล้นอะไร จนกว่าจะมีคนมาบอก”

“งานเขียนแบบนี้มันจะเพิ่มตัวเลือกที่หลากหลายครับ เพราะไม่ต้องผ่านบรรณาธิการ นักเขียนก็จะไม่กลัวหรือเกร็ง แต่ข้อเสียของมันก็คือพอไม่มีคนมากรอง ก็น่ากลัว ภาษายังไง จะเขียนอะไร ซึ่งผมคงสรุปไม่ได้ว่า 10 ปี จะดีหรือเสียมากกว่ากัน แต่ที่แน่ๆ คนอ่านจะอ่านงานที่หลากหลายเลยละครับ” ผาดบอก


ยังมีต่อ ลมหายใจหนังสือเล่ม

ถึงแม้สื่อไอที ออนไลน์ นวนิยายในบล็อก หรือบนเว็บไซต์จะฮิตจนสร้างเครือข่ายและทำให้คนธรรมดากลายเป็นนักเขียนหน้าใหม่ได้ไม่ยาก จนมีคนทำนายทายทักว่าใกล้เวลาหรือยังที่หนังสือเล่มจะตายไปจากสารบบ แต่เข็มพลอยไม่เชื่อ

“อีก 10 ปี ดิฉันก็คงแก่ขึ้นแล้วละค่ะ (หัวเราะ) ขณะที่ตัวน้องๆ นักอ่านตอนนี้ ก็คงจะแก่ขึ้นด้วย สายตาที่เพ่งมองจอคอมพิวเตอร์ หรือจอไอแพด ก็อาจจะพร่ามัว ถึงเวลานั้นหนังสือเล่มอาจจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายที่ทุกคนต้องพึ่งมัน กลับสู่สามัญเหมือนเดิม ยังไงหนังสือเล่มไม่ตายง่ายๆ หรอกค่ะ”

หนังสือมีเยอะ แต่แพงเว่อร์

เล่มบางๆ ก็เกือบ 200 บาท หนาขึ้นมาอีกนิดก็ 400 บาท ประเภทบอกซ์เซตก็แทบแตะไม่ถึง เข้าร้านหนังสือ แวะแผงหนังสือ ก็กระเป๋าแบนได้ นี่คือราคาหนังสือที่อาจทำให้หนอนหนังสือกลายเป็นหนอนไม้ไผ่ เพราะตายไปกับราคาแพงเว่อร์ของหนังสือ

“ถามชาวบ้านทีเถอะ 300 บาท เขากินได้ทั้งบ้าน แต่ต้องเจียดมาซื้อหนังสือเล่มละ 300 บาท ถ้าไม่แฟนจริงๆ เขาก็ต้องเก็บไว้กิน หนังสือมีไม่น้อยนะที่แพงจนซื้อไม่ไหว อย่างนวนิยายของดิฉันเองก็ปาเข้าไปเล่มละ 500 บาทแล้วนะ คนทำหนังสือต้องหันกลับมามองว่าจะทำยังไงให้มีหนังสือถูกๆ อ่าน”

สร้างการวิจารณ์เพื่องานเขียนดีๆ

เข็มพลอย ยอมรับว่า ตอนนี้เธออยากทำหน้าที่เป็นนักวิจารณ์หนังสือบ้าง จากนักเขียนสู่นักวิจารณ์ น่าจะสนุก เธอบอกอย่างนั้น โดยเธอเชื่อว่าการวิจารณ์จะนำไปสู่งานเขียนดีๆ ของนักเขียนเจ๋งๆ

“อยากมากกกกกค่ะ แต่มันค่อนข้างลำบากใจสำหรับคนไทย ด้วยความเกรงใจหนึ่งละ ด้วยคนที่จะถูกวิจารณ์หนึ่งละ เป็นเพื่อนๆ พี่น้องในวงการทั้งนั้น เลยไม่มีใครกล้า ดิฉันหมายถึงนักเขียนด้วยกันเองที่จะลุกขึ้นมาทำหน้าที่วิจารณ์งานเขียนเล่มอื่นๆ ยังไม่ค่อยมีใครทำในเมืองไทย แล้วนักเขียนไทยก็ใจแคบ ไม่เปิดกว้าง เวลาโดนวิจารณ์ก็จะไม่ชอบ ทำให้มันไม่เกิดงานดี นักเขียนดีๆ ถ้าผ่านจุดนี้ไปได้ ดิฉันว่าน่าจะพัฒนาไปอีกขั้น”

เออีซี ยังไม่รีบ

ใกล้จะเปิดเต็มที หมู่มวลประเทศในย่านอาเซียน กับการเป็นเอเอซี เข็มพลอยมองว่าไม่รีบ อยากค่อยเป็นค่อยไป อยากทำงานเขียนให้คนไทยได้อ่านและได้รับการยอมรับมากกว่านี้ แล้วค่อยก้าวต่อสู่การเป็นนักเขียนเออีซี

“ดูเหมือนคนจะเห่อกันมากนะคะ แต่ดิฉันเฉยๆ ค่ะ ไม่รีบ อยากทำงานในฐานะนักเขียนไทย อยากเขียนงานดีๆ ให้คนไทยได้อ่านกันก่อน แต่ถ้ามีโอกาสและจังหวะมันใช่ก็คงจะขยับขยายค่ะ เพราะรีบไปก็ไม่มีประโยชน์”

“ยังไม่รู้เลยว่าเขาจะทำอะไรกัน มันคือการเปิดบ้านเหรอครับ (หัวเราะ) ผมเพิ่งจะอ่านบทความพี่ชาติ (กอบจิตติ) แกพูดประมาณว่าเราควรจะจัดบ้านให้ดีก่อน อย่าด่วนที่จะไป ผมเห็นด้วยนะครับ ในแง่ของเนื้องานงานเขียนในย่านอาเซียน ผมก็ยังไม่เคยอ่านครบทุกชาติ ผมเลยไม่มั่นใจว่าจะเป็นยังไง เขาจะรับงานเขียนของเราได้มั้ย หรือเราจะรับงานเขียนของเขาได้แค่ไหน สำหรับผมทำบ้านของตัวเองให้ดี มั่นใจว่าดีแล้วค่อยไป ไม่รีบครับ” ผาดทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท