
พูดกับลูกอย่างไรและฟังลูกพูดอย่างไร... หนังสือดีที่พ่อแม่ควรอ่าน
เธอเป็นนักธุรกิจวัย 40 ต้นๆ ที่ทำงานหลากหลายสิ่ง ทั้งธุรกิจจิวเวลรี่
โดย...อณุศรา ภาพ ไม่มีเครดิต
เธอเป็นนักธุรกิจวัย 40 ต้นๆ ที่ทำงานหลากหลายสิ่ง ทั้งธุรกิจจิวเวลรี่ รถไฟฟ้าที่ใช้ตามสนามกอล์ฟและโรงแรม อสังหาริมทรัพย์สวนสนุกขนาดเล็ก และยังแบ่งเวลาไปทำงานเพื่อสังคมด้วยการเป็นนายกสโมสรซอนต้า 1 (กทม.) แต่ตำแหน่งที่สำคัญที่สุดอีกตำแหน่งก็คือการเป็นคุณแม่ของลูกน้อยวัยซนถึง 3 คน
สุเนตร คุณานันทกุล เล่าว่า ตลอดเวลา 6-7 ปีที่ผ่านมา เธอทำงานเยอะมาก ทั้งงานส่วนตัวและเพื่อสังคม ทำให้ไม่ค่อยได้มีเวลาดูแลลูกๆ มากนัก ตอนลูกเล็กๆ ก็ยังรับส่งเองอยู่บ้าง แต่พอเขา 7-8 ขวบ ก็ให้พี่เลี้ยงไปส่ง มีเวลาให้ลูกน้อย บางทีเราก็เผลอสปอยลูกโดยไม่ได้ตั้งใจ อยากชดเชยให้ลูก ก็เกรงว่าจะตามใจเขามากเกินไป ยิ่งเวลามีให้ลูกน้อยก็มักจะหยวนๆ เวลาที่ลูกขออะไรมักจะให้ พอไม่ให้จะกลายเป็นขัดใจ แล้วลูกกำลังจะโตเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เพราะเขาเริ่ม 1112 กันแล้ว ไม่อยากให้มีปัญหาการสื่อสาร การปฏิบัติตัวกับลูกที่พอดีๆ ไม่มากหรือน้อยเกินไป
จนได้มาเจอหนังสือเกี่ยวกับครอบครัวเล่มหนึ่งชื่อ “พูดกับลูกอย่างไรและฟังลูกพูดอย่างไร” เขียนโดย อัลเดล เฟเบอร์ เขาเป็นนักคิด นักจิตวิทยา พอได้อ่านเล่มนี้แล้วรู้สึกโดนใจเรามาก ตอบโจทย์ความคิดที่เรากำลังคาใจและตั้งคำถามอยู่ ก่อนหน้านี้เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับเด็กมาหลายเล่มนับตั้งแต่ลูกยังเล็ก แต่พอลูกโตการเลี้ยงดูย่อมเปลี่ยนไป เด็กยิ่งโตยิ่งเลี้ยงยาก พ่อแม่ก็ต้องปรับตัวและเตรียมรับมือ มาอ่านเล่มนี้แล้วชอบ เขาจะมีตัวอย่างเป็นกรณีศึกษาว่า ควรจะพูดกับลูกอย่างไรให้เขาฟังและไม่ต่อต้านพ่อแม่ในปัญหาแต่ละแบบ
เมื่อลูกมีปัญหาเราควรจะสื่อสารอย่างไรให้ลูกๆ ไว้ใจและไม่ปิดบังพ่อแม่ อ่านแล้วได้แง่คิดมุมมองใหม่ๆ หลายอย่าง ทำให้เราเข้าใจลูกมากขึ้น มองลูกด้วยมุมมองของลูกแบบเข้าอกเข้าใจ เข้าใจความรู้สึกของลูก ให้ลูกได้อธิบายว่าทำไมเขาจึงทำเช่นนั้น เปิดโอกาสให้ลูกเสนอทางเลือกของเขาเองบ้าง อย่าไปตัดสินใจแทนเขา เวลาลูกอยากอธิบายเราต้องฟัง ซึ่งจะเห็นความแตกต่างในทางที่เข้าใจกันได้ดีขึ้น “เมื่อก่อนเราก็เลี้ยงลูกไปตามธรรมชาติให้เหมาะสมกับวัย แต่เมื่อลูกเริ่มวัยรุ่น ความคิดความอ่านเขาโตขึ้น เขามีความเป็นตัวเองสูงขึ้น พ่อแม่ก็ต้องปรับตัวด้วย เราจะเลี้ยงเขาในแบบที่เราถูกเลี้ยงมาคงไม่ได้ เพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว เล่มนี้ดีเหมาะกับลูกที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่นและอาจจะเริ่มมีปัญหาเรื่องการสื่อสารระหว่างกัน” เธอกล่าวยืนยัน







