
Trend
ยุคสมัยเปลี่ยน ความคิดของคนก็เปลี่ยน เดิมที่ผู้คนให้ความสำคัญ
1. คนรุ่นใหม่นิยมออฟฟิศไร้คอก
ยุคสมัยเปลี่ยน ความคิดของคนก็เปลี่ยน เดิมที่ผู้คนให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวไม่เว้นแม้กระทั่งที่ทำงาน ทำให้โต๊ะทำงานในออฟฟิศมักจะมีคอกกั้นระหว่างกัน แต่กลับกลายเป็นว่าตอนนี้การตกแต่งออฟฟิศแบบไร้คอกกั้นจะได้รับความนิยมในหมู่คนทำงานรุ่นใหม่ในสหรัฐ
โดยปกติแล้วเด็กรุ่นใหม่ชอบบรรยากาศที่เอื้อต่อการร่วมมือช่วยกันคิด จากความคุ้นชินที่ได้นั่งทำงานกับเพื่อนๆ ในสตาร์บัคส์ ห้องสมุด หรือที่บ้านกับเพื่อนๆ ทำให้กลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่อยากมีออฟฟิศที่มีบรรยากาศสบายๆ
เมื่อเกิดความนิยมการตกแต่งออฟฟิศแบบเปิดมากขึ้น ความต้องการเฟอร์นิเจอร์แบบใหม่ที่ถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับรูปแบบและเทคโนโลยีแบบใหม่ เช่น เก้าอี้แบบใหม่ที่มีที่พักแขนสำหรับวางแท็บเล็ต ก็เริ่มได้รับความนิยม
ทุกวันนี้ทุกคนไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ติดโต๊ะทำงานของตัวเองตลอดเวลาทำงาน เพราะเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้ใครก็สามารถทำงานได้ทุกที่ด้วยสมาร์ตโฟน หรือแท็บเล็ตของตัวเอง การมีออฟฟิศที่มีบรรยากาศเป็นกันเองจึงได้รับความนิยม
2. ขอเจ้านายลาออกด้วยหน้าเค้ก
เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบปัญหาในการหาวิธีที่จะพูดคุยกับหัวหน้าของตัวเองเพื่อขอลาออก ด้วยเหตุผลส่วนตัวต่างๆ นานา
ล่าสุด คริส โฮมส์ หนุ่มชาวอังกฤษ ที่ฝันว่าอยากจะเปิดร้านเค้กของตัวเอง ตัดสินใจอบเค้กขึ้นมาชิ้นหนึ่ง และเขียนหน้าด้วยช็อกโกแลตเป็นข้อความเพื่อบอกเหตุผลที่ต้องการจะลาออกให้แก่หัวหน้า
ปรากฏว่านอกจากจะทำให้หัวหน้ารับประทานด้วยความเอร็ดอร่อย และจากกันด้วยดีแล้ว เมื่อ โฮมส์ ถ่ายรูปและแชร์ลงในทวิตเตอร์ก็ปรากฏว่าได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ทำให้มีการทวีตซ้ำกว่า 6,000 ครั้ง และมีการเก็บเป็นทวีตที่ชื่นชอบกว่าอีก 2,000 ครั้งภายในวันเดียว
นอกจากนี้ หลายต่อหลายคนยังเก็บเอาวิธีนี้ไปใช้ และแชร์ลงไปในทวิตเตอร์กันอีกด้วย กลายเป็นเทรนด์ที่มาแรงในโลกของทวิตเตอร์เลยทีเดียว
นอกจากจะเอาวิธีนี้ไปใช้ในการลาออกแล้ว หากนำไปใช้เพื่อบอกรักด้วยก็คงจะโรแมนติกดีไม่น้อย
3. ‘ควิดดิชชิง’ มาแรง วัยรุ่นทั่วโลกเริ่มเลียนแบบ
ทุกวันนี้เทรนด์โพสท่าถ่ายรูปใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ตตลอด และหนึ่งในเทรนด์ที่คนไทยทุกคนรู้จักกันดีก็คือการแพลงกิง
ล่าสุดปรากฏว่ามีการโพสท่าถ่ายรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “ควิดดิชชิง” หรือการเล่นควิดดิช ที่เริ่มได้รับความนิยมทั่วโลก
โดยวิธีการก็แสนง่ายดาย เพียงแค่ชักชวนเพื่อนๆ หยิบไม้กวาดขึ้นมาคนละอัน ขึ้นคร่อมไม้กวาดนั้น โยนลูกบอลไปหาเพื่อน และกระโดดขึ้น โดยทำท่าให้เหมือนว่ากำลังขี่ไม้กวาดไล่ตามจับลูกควิดดิชอยู่ โดยให้ช่างภาพถ่ายรูปเสี้ยววินาทีที่คนโพสท่าลอยตัวอยู่บนอากาศเสมือนว่ากำลังเล่นควิดดิช
เทรนด์ดังกล่าวเริ่มได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่น โดยกลุ่มนักศึกษากลุ่มหนึ่ง แต่ในตอนนี้กลับได้รับความนิยมทั่วทั้งโลก โดยเฉพาะในยุโรปและสหรัฐ จากการเผยแพร่ต่อๆ กันในโลกอินเทอร์เน็ต และโซเชียลเน็ตเวิร์ก
หากใครคนไหนอยากจะเล่นท่าควิดดิชชิงกับเขาบ้าง เพื่อไม่ให้ตกกระแสก็ไม่ว่ากัน เพราะเป็นท่าที่ค่อนข้างปลอดภัยและง่ายเมื่อเทียบกับท่าก่อนๆ อย่างการแพลงกิง เป็นต้น
4. ห้องฉุกเฉินไร้ความเจ็บปวดสำหรับเด็ก
เชื่อว่าผู้ปกครองหลายท่านคงเคยประสบปัญหาลูกน้อยร้องไห้งอแงไม่ยอมฉีดยาหรือรับการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องฉุกเฉินที่ฟังดูน่ากลัว
ดอกเตอร์ลิซา แดบบี จึงออกแบบศูนย์การรักษาทางการแพทย์ฉุกเฉินแบบใหม่ในเมืองซานตาโมนิกา ประเทศสหรัฐ โดยใช้ชื่อว่าห้องฉุกเฉินไร้ความเจ็บปวดสำหรับเด็ก
แม้ว่าจะมีชื่อเช่นนั้น แต่แท้จริงแล้วเทคนิคที่ทางศูนย์การรักษาทางการแพทย์ใช้กับเด็กนั้นแสนจะง่ายดาย เพียงแค่นำเอาของเล่นที่เด็กชอบ อาทิ แท็บเล็ต หรือเครื่องดนตรีต่างๆ มาเล่นด้วย เพื่อเบี่ยงเบียนความสนใจไปจากความเจ็บปวดของตัวเด็กเพียงชั่วครู่
“ถ้าเด็กเริ่มรู้สึกตัวถึงความเจ็บปวดที่ตัวเองได้รับจากการรักษาพยาบาลเพียงเล็กน้อย เด็กก็จะเริ่มไม่สบายใจและไม่พอใจได้ แต่ถ้าหากสามารถเบี่ยงเบนความสนใจเด็กไปและปฐมพยาบาลเด็กได้ด้วยความเบามือเพียงครั้งเดียว ทุกคนก็จะมีความสุข” แดบบี กล่าว
สิ่งสำคัญสำหรับการรักษาพยาบาลเด็กก็คือ การเบี่ยงเบียนความสนใจเด็กออกจากความเจ็บปวดเพื่อไม่ให้ร้องไห้งอแง เพราะจะทำให้การรักษาพยาบาลง่ายๆ เป็นเรื่องยากได้







