
Vaccine
พ่อแม่รุ่นใหม่มักจะหลีกเลี่ยงการต่อว่า สั่งสอน หรือตีเมื่อลูกๆ ดื้อ
1. รักวัวให้ผูก รักลูก ‘ยัง’ ต้องตี
พ่อแม่รุ่นใหม่มักจะหลีกเลี่ยงการต่อว่า สั่งสอน หรือตีเมื่อลูกๆ ดื้อ เพราะกลัวว่าจะทำให้ลูกโตขึ้นมาเป็นเด็กก้าวร้าว แต่ทว่าจากผลการศึกษาล่าสุดในโลกตะวันตกยืนยันว่า การดุด่า สั่งสอนนั้นยังคงเป็นวิธีการที่ใช้ได้ แต่ต้องกระทำควบคู่ไปกับการแสดงความรักลูกด้วย และที่สำคัญคือต้องทำให้เด็กรับรู้และเข้าใจว่าการลงโทษนั้นเป็นเพราะความรักและความปรารถนาดี
ที่ผ่านมาการศึกษาในโลกตะวันตก ถกเถียงกันอย่างหนักถึงการใช้วิธีเข้มงวดดุด่าลูกๆ ว่าอาจจะทำให้เด็กโตมาก้าวร้าวและต่อต้านสังคม แต่จากผลงานวิจัยของทีมสหรัฐร่วมกับเม็กซิโก ยืนยันว่าการลงโทษเด็กนั้นไม่มีผลต่อพฤติกรรมการต่อต้านสังคมของเด็กแต่อย่างใด แต่ที่แน่ๆ ผู้เป็นพ่อแม่ต้องทำด้วยความรัก ไม่ใช่ความเกลียดชังหรือใช้อารมณ์
นักวิจัยยังบอกด้วยว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ช่วยป้องกันไม่ให้เด็กๆ มีพฤติกรรมต่อต้านสังคมนั่นก็คือ ความรักที่แสดงออกมาจากผู้เป็นแม่นั่นหมายความว่า ลงโทษได้ และต้องแสดงความรักไปในขณะเดียวกัน
เลี้ยงวัวให้ผูก เลี้ยงลูกให้ตี ยังคงเป็นวิธีโบราณที่ใช้ได้ดี แต่ต้องตีด้วยความรัก ไม่ใช่ด้วยอารมณ์
2. ภูเขาไฟลูกใหญ่สุดในโลก มหึมากว่าที่คิด
หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า ภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้นอยู่ที่ไหน คำตอบก็คือที่อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกานั่นเอง ที่เคยถูกนำไปเป็นชนวนสำคัญในภาพยนตร์วันสิ้นโลก 2012 นั่นเอง
ที่สำคัญ ในการประชุมประจำปีของสมาคมแผ่นดินไหววิทยาแห่งอเมริกา ได้เปิดเผยข้อมูลน่าตกใจว่า จริงๆ แล้ว ภูเขาไฟแห่งนี้มีขนาดใหญ่กว่าที่เคยประมาณกันเสียอีก โดยพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน ทั้งหมดเป็นเพียงปากปล่องเท่านั้น โดยทวีปอเมริกาเหนือคือกองดินที่พุ่งขึ้นไปสู่ปากปล่องดังกล่าว ณ เยลโลว์สโตน โดยการปะทะครั้งใหญ่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 6.4 แสนปีที่แล้ว ส่วนการปะทุประปรายครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ 7 หมื่นปีก่อน
ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในอุทยานแห่งชาติของสหรัฐแห่งนี้จะเต็มไปด้วยภูมิประเทศที่เป็นหินผารูปร่างประหลาด และเต็มไปด้วยน้ำพุร้อนที่พวยพุ่งออก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพื้นที่ที่เป็นภูเขาไฟนั่นเอง
และที่สำคัญซูเปอร์โวลคาโน หรืออภิมหาภูเขาไฟลูกนี้ ยังเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ตายเสียด้วย
3. ดื่มหนัก ยิ่งต้องออกกำลังกายชดเชย
เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วทั่วโลกว่าการออกกำลังกายนั้นเป็นเรื่องดีต่อสมองมนุษย์ อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้แก่ช้าลง
ยิ่งไปกว่านั้น จากผลการศึกษาล่าสุดจากการวิจัยทางการแพทย์ในสหรัฐ ยังพบว่าการออกกำลังกายยังช่วยปกป้อง หรือแม้กระทั่งซ่อมแซมเซลล์ประสาทบางส่วนที่ถูกทำลายไปจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป อีกทั้งยังจะทำให้มีความรู้สึกกระชุ่มกระชวยมากยิ่งขึ้น
จากการวิจัยได้ทำการสแกนสมองของชาย 37 คน หญิง 23 คน พบว่าคนที่ดื่มหนักๆ และไม่ออกกำลังกายนั้นจะส่งผลกระทบต่อเซลล์ประสาทอย่างมาก สวนทางกับผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ
แต่น่าเสียดายที่ผลการศึกษาไม่ได้บอกว่า สำหรับคนที่ดื่มหนักมาตลอด จนมาเร่งออกกำลังกายในภายหลัง จะช่วยกู้เซลล์สมองให้กลับมาดีเหมือนเดิมหรือไม่
แต่อย่างน้อยไม่ว่าคุณจะดื่มหรือไม่ดื่ม การออกกำลังกายก็ดีกับร่างกายและสมองอย่างที่สุดอยู่แล้วไม่ใช่หรือ
4. สาวๆ จ๋า อยากหุ่นดีต้องหมั่นทำสวน
รู้สึกว่าอ้วนอึดอัดหรือเปล่า ถ้าใช่ก็รีบลุกจากโซฟาไปทำสวนปลูกต้นไม้กันได้แล้ว
ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยยูทาห์ ในสหรัฐ บอกว่า สตรีส่วนใหญ่ที่หมั่นทำสวน ขุดดิน ปลูกกุหลาบ จะมีหุ่นสะโอดสะองมากกว่าสาวๆ ที่ไม่ค่อยลุกมาจัดแต่งทำสวนกันเท่าไหร่
ส่วนคุณผู้ชายก็เหมือนกัน หนุ่มๆ ที่ขยันทำสวนก็มักจะมีหุ่นที่เบากว่าคนที่นั่งอยู่แต่ในห้องเช่นกัน
การศึกษาบอกว่า การทำสวน ปลูกต้นไม้นั้นให้ประโยชน์กับมนุษย์มากมาย เพราะนอกจากคลายเครียดแล้ว ยังสร้างความสุขให้กับตัวเอง และที่สำคัญยังทำให้หุ่นดีด้วย ซึ่งจากการเปรียบเทียบคนสองกลุ่มทั้งชายและหญิงรวมแล้ว 200 คน ช
คนเหล่านี้มีสถานะทางเศรษฐกิจพอๆ กัน มีอาชีพแบบเดียวกัน และมีไลฟ์สไตล์คล้ายกัน แต่ปรากฏว่าคนที่ลุกขึ้นมาทำสวนบ้างนั้นมักจะมีขนาดตัวเล็กบางกว่า และที่สำคัญใส่เสื้อผ้าขนาดเล็กกว่าด้วย โดยสำหรับฝ่ายหญิงที่ทำสวนนั้นจะมีโอกาสเจอปัญหาน้ำหนักเกินน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ทำราว 46% ส่วนฝ่ายชายที่ทำสวนนั้นมีโอกาสเสี่ยงโรคอ้วนน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ทำถึง 62%
นอกจากจะช่วยทำให้โลกสีเขียวแล้ว การทำสวนยังทำให้หุ่นดี ไม่อ้วนอีกด้วย







