
ไทยแลนด์จ่าหลินปิงลาก่อน
รายได้มหาศาลกว่า 230 ล้านบาท คือผลงานของครอบครัวแพนด้า
โดย...กองบรรณาธิการ
รายได้มหาศาลกว่า 230 ล้านบาท คือผลงานของครอบครัวแพนด้าที่สร้างให้กับสวนสัตว์เชียงใหม่
ระยะเวลาร่วม 10 ปี “ช่วงช่วงหลินฮุ่ย” คู่แพนด้าผัวเมีย เรียกแขกให้สวนสัตว์เพิ่มขึ้นจากเดิมปีละเฉียด 6 แสนราย พุ่งสูงกว่า 1 ล้านราย
เฉพาะปีแรกที่ แพนด้า คัมทูไทยแลนด์ สวนสัตว์เชียงใหม่จำหน่ายบัตรเข้าชมได้มากกว่าเดิมถึง 1 เท่าตัว และยังประคองกระแสฮอตต่อเนื่องยาวต่อไปอีก 4-5 ปี
กระทั่งถือกำเนิดแพนด้าน้อย “หลินปิง” ขึ้น ความคลั่งไคล้ของคนยิ่งทวีความรุนแรง ในปีนั้นมีนักท่องเที่ยงเข้าชมความน่ารักถึง 1.4 ล้านคน
คนดูหมี ปีละ 23 ล้านบาท
จนถึงปัจจุบัน... แม้ดูเหมือนกระแสแพนด้าจะถดถอย ไม่เป็นที่น่าสนใจแบบเรียลไทม์อย่างที่แล้วๆ มา แต่ใครจะเชื่อว่ามนต์ขลังของความน่ารักยังตรึงให้คนเข้าเยี่ยมชนสวนสัตว์เชียงใหม่หลักล้านรายต่อปีเช่นเดิม
เฉลี่ยแล้ว 60% ของรายได้ทั้งหมดของสวนสัตว์ หรือประมาณ 23 ล้านบาทต่อปี คือฝีมือของ 3 ชีวิตกลมๆ ขนฟูๆ นี้
อย่างไรก็ดี ในวันที่ 27 พ.ค.เป็นต้นไป ประเทศไทยจะต้องอำลา “หลินปิง” เพราะแผ่นดินใหญ่เรียกตัวกลับ
ตั้งแต่ปี 2527 ทางการจีนประกาศเงื่อนไขให้ต่างประเทศยืมแพนด้าได้เป็นเวลา 10 ปี โดยประเทศนั้นๆ ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมพื้นฐานปีละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีข้อกำหนดว่าลูกของแพนด้าที่เกิดระหว่างการยืมนั้นถือเป็นทรัพย์สินของสาธารณรัฐประชาชนจีน
ที่สำคัญลูกที่เกิดจะอยู่ได้เพียง 2 ปีเท่านั้น
สำหรับ “หลินปิง” ได้ครบสัญญาไปแล้ว 1 รอบ รัฐบาลไทยจึงต่อรองขอยืดเวลา โดยรัฐบาลจีนก็ยินยอมให้อยู่ต่อได้อีก 2 ปี ซึ่งจะครบกำหนด 27 พ.ค.นี้
ธนภัทร พงษ์ภมร ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ อธิบายว่า ช่วงช่วงกับหลินฮุ่ยยังคงอยู่ในประเทศไทยต่อไปได้อีกนาน แต่หลินปิงนั้นจำเป็นต้องส่งกลับ เนื่องจากทางการจีนต้องการนำไปขยายพันธุ์
แพนด้าน้อยไปแล้ว...
“มันก็ต้องมีพระเอกใหม่มาแทน เรามีแผนแล้ว ธรรมชาติของสวนสัตว์มันอยู่นิ่งไม่ได้ ทุกๆ 5 ปีต้องมีความเคลื่อนไหว จากนี้เราจะนำคิงเพนกวินเข้ามาแทน” ธนภัทร ระบุ
แน่นอนว่า “แพนด้า” ไม่เหมือนกับ “เพนกวิน” อารมณ์นักท่องเที่ยวจะฟีเวอร์เหมือนเดิม?
ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ บอกว่า ประเมินกระแสของคิงเพนกวินแล้วคงไม่แตกต่างกับแพนด้า เนื่องจากได้วิเคราะห์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวแล้ว และได้ทำแบบสอบถามความคิดเห็นของประชาชนก่อนตัดสินใจนำเข้ามา แม้แพนด้าจะเป็นลำดับหนึ่ง แต่คิงเพนกวินก็ทำคะแนนได้เบียดๆ
“คิงเพนกวินเป็นสัตว์ใหญ่เหมือนกัน น่ารักเหมือนกัน เชื่อว่าคนจะสนใจ” ธนภัทร มั่นใจและว่า ขณะนี้ได้ก่อสร้างที่พักให้คิงเพนกวินแล้ว คืบหน้าไป 80% ใช้งบประมาณ 70 ล้านบาท คาดว่าปลายปีจะแล้วเสร็จ
ธนภัทร ให้ภาพว่า สวนสัตว์เชียงใหม่พยายามรวบรวมสัตว์เมืองหนาวมาไว้ให้ได้มากที่สุด ให้กลายเป็นอัตลักษณ์ที่แตกต่างกับที่อื่น
แพนด้าฟีเวอร์
กระแสแพนด้าฟีเวอร์ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นหลังเดือน ต.ค. 2546 เมื่อ “ช่วงช่วงหลินฮุ่ย” แพนด้าสันถวไมตรี ถูกยืมตัวมาให้พี่น้องชาวไทยได้ยลโฉม และกลายเป็นขวัญใจที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมล้นหลาม
ไม่นานนักทั้งคู่ได้มีชื่อไทยและชื่อล้านนาว่า “เทวีเทวัญ” หรือ “คำเอื้อยคำอ้าย” และกลายเป็น “แม่เหล็ก” ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสวนสัตว์เชียงใหม่ พร้อมเม็ดเงินจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้ามาซื้อของที่ระลึกที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำ เสื้อ หมวก เข็มกลัด ฯลฯ
กระแสนิยมพุ่งสู่จุดสูงสุดเมื่อ “หลินปิง” ทายาทตัวน้อยถือกำเนิดขึ้นมาจากการผสมเทียม พร้อมสปอตไลต์ที่ฉายมายังเจ้าแพนด้าจิ๋วตั้งแต่ลืมตาออกมาดูโลก จนภาพถ่าย คลิปวิดีโอของเจ้าแพนด้าน้อยก็แพร่สะพัดไปทั่วสังคมไซเบอร์ คู่ขนานไปกับสื่อกระแสหลัก
จำนวนไปรษณียบัตรชนิดพิเศษกว่า 20 ล้านฉบับ ที่ส่งมาร่วมโหวตตั้งชื่อให้หลินปิง ถือเป็นดัชนีชี้วัดแรกของความสนใจของคนทั่วประเทศที่มีต่อเจ้าแพนด้าน้อย และกระตุ้นให้คนเฝ้าติดตามดูพัฒนาการการเติบโตของมันแบบ 24 ชั่วโมง
นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของสังคมไทยกับรายการ “หลินปิง เดอะ เรียลลิตี้” ที่ถ่ายทอดสดเกาะติดชีวิตครอบครัวแพนด้าทุกอิริยาบถ และดังเปรี้ยงปร้างจนเรตติ้งพุ่งกระฉูดชนิดที่มีจดหมาย ของขวัญ ของเล่น ของกิน ส่งให้หลินปิงต่อเนื่อง
ไม่เว้นแม้แต่ “รายการเล่าข่าวชื่อดัง” ที่ร่วมขบวนเกาะติดกระแสแพนด้าน้อยนำเสนอความน่ารัก น่าเอ็นดูอย่างต่อเนื่องนานหลายเดือน จนปลุกเร้าให้กระแสนิยมชมชอบแพนด้าแผ่กระจายไปทุกหย่อมหญ้าในพื้นที่ประเทศไทย ถึงขั้นที่เด็กๆ บ้านเราเห็นกันจนชินตาจนพานนึกไปว่า “แพนด้า” มีถิ่นกำเนิดอยู่ในถิ่นขวานทองของเรา
กระแสแพนด้าฟีเวอร์ยังลุกลามเข้าไปในวงการบันเทิง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ “หมีแพนด้า” ของศิลปิน “ไฮโร” ด้วยเนื้อเพลงง่ายๆ ทำนองโดนใจที่เข้ากับกระแสอย่างดีทำให้เพลงนี้มียอดวิวในยูทูบหลายแสนวิว และเปิดตามสถานีวิทยุ สถานบันเทิง กันจนติดหูเด็ก ผู้ใหญ่ ร้องตามกันได้หมด
แต่อีกด้านหนึ่ง ความคลั่งไคล้แพนด้าทำให้สัตว์อื่นๆ ถูกละเลย ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะงบประมาณที่นำมาดูแลสัตว์อื่นๆ ทั้งในและนอกสวนสัตว์ ซึ่งมีช่องว่างอย่างมากเมื่อถูกนำไปเปรียบเทียบกับการดูแลแพนด้า
ถึงขั้นที่เกิดปรากฏการณ์ช้าง ที่วังช้างอยุธยา ถูกเพนต์สีเป็นลายขาวดำเลียนแบบแพนด้า เพื่อเรียกร้องความสนใจหลังไร้การเหลียวแล รวมไปถึงจระเข้ที่บึงฉวาก ซึ่งต้องโหนกระแสทาสีเลียนแบบแพนด้าบนหนังจระเข้เพื่อมาเป็นจุดขายให้คนมาเยี่ยมชม
กระแสเหน็บแนม “แพนด้า” ยังมีต่อเนื่องมาถึงในวงการภาพยนตร์ เมื่อ อ๊อฟพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ทำหนังเรื่อง “ชิงหมาเถิด” ที่มีเนื้อหาเสียดสีกระแสเห่อแพนด้า ที่สะท้อนและกระตุกความคิดให้หลายคนกลับมาย้อนคิดถึงเรื่องนี้
1,000 ตัวสุดท้าย
แพนด้า ถือเป็นสัญลักษณ์ทางการทูตอย่างหนึ่งของจีน ช่วงปี 2513 มันถูกส่งไปยังสวนสัตว์สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น จนกลายเป็นสัญลักษณ์การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างจีนและชาติตะวันตก เกิดเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ยกให้มันเป็น “ทูตสันถวไมตรี”
แพนด้ายักษ์ หรือไจแอนท์แพนด้า (Ailuropoda Melanoleuca) ซึ่งคนไทยมักจะเรียกว่า “หมีแพนด้า” เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์หมี (Ursidae) มีถิ่นอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน มันมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ailuropoda Melanoleuca ซึ่งแปลว่าสัตว์ที่มีเท้าสีขาวดำเหมือนแมว เป็นสัตว์ที่พบในจีนเท่านั้น และคนจีนเรียกแพนด้าว่า Da xiong mao ซึ่งหมายถึงหมีแมวที่มีขนาดใหญ่ นักชีววิทยาสัตว์ดึกดำบรรพ์ได้พบหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าบรรพสัตว์ของแพนด้าได้เคยมีชีวิตอยู่บนโลกเมื่อ 3 ล้านปีก่อนนี้ และประวัติศาสตร์จีนก็ได้เคยบันทึกว่า เมื่อ 3,000 ปีมาแล้ว ในสมัยของราชวงศ์ Zhou ได้มีการกล่าวถึงหมีแพนด้าว่ามีถิ่นอาศัยอยู่ในแถบภูเขา Qionglai ของมณฑล Yandao
ด้วยลักษณะเฉพาะที่มีขนลำตัวสีขาว เป็นสีดำเฉพาะรอบดวงตา ใบหู บ่า และขาทั้งสี่ จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะกลายเป็นที่น่ารักน่าเอ็นดูสำหรับผู้ที่พบเห็น
มันเป็นที่รู้จักสำหรับชาวตะวันตกครั้งแรก จากหลักฐานที่มิชชันนารีชาวฝรั่งเศส อาร์มันด์ เดวิด ระบุว่า ได้รับหนังของแพนด้ามาจากนายพรานเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2412 ขณะที่นักสัตววิทยาเยอรมัน ฮิวโก เวย์โกลด์ บันทึกไว้เช่นกันว่า ได้ซื้อลูกแพนด้ามาจากนักค้าสัตว์ เมื่อปี 2459 นอกจากนี้ ช่วงปี 2479 มันยังถูกนำไปเลี้ยงที่สวนสัตว์บรูคฟิลด์ในชิคาโก สหรัฐอเมริกา เป็นครั้งแรกอีกด้วย
ปัจจุบันโลกมีแพนด้าเหลืออยู่เพียงประมาณ 1,000 ตัวเท่านั้น และ 20 ตัว อาศัยอยู่ในสวนสัตว์นอกประเทศจีน ส่วนที่เหลืออยู่ในสวนสัตว์จีนบ้างและอยู่ในป่าบ้าง โดยเฉพาะในบริเวณจีนตอนกลางที่มีภูเขาสูง ที่ที่มันชอบอยู่คือที่ระดับความสูง 1,500-3,000 เมตร ซึ่งมีเมฆหมอกปกคลุมตลอดเวลา







